PepsiCo เชื่อม 5 สตาร์ทอัพแก้โจทย์ซัพพลายเชน ปูทางนวัตกรรมยั่งยืนสู่ธุรกิจจริง
18 Oct 2026


จาก AI วางแผนขนส่ง รถแทรกเตอร์ไฟฟ้า ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์ PepsiCo เดินหน้า Greenhouse Program APAC 2026 เปิดให้สตาร์ทอัพทำงานร่วมกับทีมธุรกิจตลอด 7 เดือน เพื่อประเมินความพร้อมของเทคโนโลยีก่อนต่อยอดการใช้งานในเอเชียแปซิฟิก
 

การพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีโจทย์ที่ต้องตอบมากกว่าประสิทธิภาพของเทคโนโลยี เพราะทุกโซลูชันต้องทำงานร่วมกับห่วงโซ่ธุรกิจที่เชื่อมตั้งแต่แปลงเกษตร การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค


PepsiCo เดินหน้าต่อยอดโครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC 2026: The IMPACT Edition โดยนำสตาร์ทอัพที่เคยเข้าร่วมโครงการ 5 ทีมกลับมาทำงานร่วมกัน เพื่อประเมินว่าเทคโนโลยีแต่ละด้านจะเชื่อมเข้ากับระบบการดำเนินงานได้อย่างไร และมีความพร้อมเพียงใดสำหรับการต่อยอดเชิงธุรกิจ


เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 บริษัทประกาศลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent (LOI) ร่วมกับทั้ง 5 ทีม เพื่อสำรวจแนวทางความร่วมมือในอนาคต หลังทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลา 7 เดือน โดยความคืบหน้าของแต่ละทีมอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การประเมินเทคโนโลยี การจำลองสถานการณ์ การทดลองภาคสนาม ไปจนถึงการใช้งานภายใต้สัญญาเชิงพาณิชย์

 

เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับเงื่อนไขการทำงานขององค์กร
 

ภายใต้แนวทาง IMPACT Framework ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ PepsiCo จากหลายฝ่าย ทั้งความยั่งยืน ซัพพลายเชน การจัดซื้อ การวิจัยและพัฒนา การดำเนินงาน การเงิน และกฎหมาย

กระบวนการนี้ครอบคลุมการประเมินความพร้อมทางเทคโนโลยี ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ข้อกำหนดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อนำโซลูชันเข้าสู่ระบบงานจริง

Anne Tse ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ PepsiCo ให้มุมมองว่า การเติบโตของธุรกิจในภูมิภาคจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน โดยโครงการเปิดพื้นที่ให้สตาร์ทอัพพัฒนาและทดสอบโซลูชันกับโจทย์การดำเนินงานจริงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเชื่อมต่อกับนักลงทุนและพาร์ทเนอร์เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว


5 โซลูชัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายทาง

Adiona จากออสเตรเลีย นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนเส้นทางและเครือข่ายขนส่ง โดยได้จำลองสถานการณ์ด้านโลจิสติกส์ในจีนและประเทศไทย ก่อนลงนาม LOI เพื่อสำรวจโอกาสยกระดับระบบขนส่งในจีนต่อไป

ผลจำลองเครือข่ายขนส่งในเขตซงเจียง เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเมินว่าสามารถลดชั่วโมงการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถได้สูงสุด 12.1% และลดระยะทางขนส่ง รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่คำนวณจากแบบจำลองได้สูงสุด 2.3% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าประมาณจากแบบจำลอง ยังไม่ใช่ผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริง ส่วนการจำลองเครือข่ายคลังสินค้าแบบยืดหยุ่นให้กับ Suntory PepsiCo ประเทศไทยอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผล

Beijing AIForce Tech หรือ BAIFT จากจีน พัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้า โดยรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าขนาด 140 แรงม้าอยู่ระหว่างการใช้งานภายใต้สัญญาเช่าเชิงพาณิชย์ระยะเวลา 5 ปีกับ PepsiCo ประเทศจีน เพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกมันฝรั่งในฟาร์มเกษตรกรบางแห่งในซัพพลายเชน ขณะที่รุ่น 180 แรงม้าอยู่ระหว่างทดสอบ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2569

Bali Waste Cycle จากอินโดนีเซีย มุ่งจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดยืดหยุ่น พร้อมพัฒนาช่องทางนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ โดยระหว่างโครงการได้แปรรูปบรรจุภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่ใช้แล้วเป็นส่วนประกอบของป้ายริมถนนในเมืองเดนปาซาร์และเกียนยาร์ ความร่วมมือระยะต่อไปจะสำรวจแนวทางขยายการจัดเก็บและการใช้ประโยชน์จากวัสดุตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

Takachar ซึ่งข่าวประชาสัมพันธ์ระบุเป็นสตาร์ทอัพจากประเทศไทย ศึกษาการใช้เทคโนโลยีแบบพกพาเพื่อแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นไบโอชาร์ โดยร่วมกับ PepsiCo ประเมินความพร้อมด้านการดำเนินงานและธุรกิจ ก่อนสำรวจความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับซัพพลายเชนทางการเกษตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

X-Centric Sciences จากออสเตรเลีย พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลดิน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านสุขภาพดินและการใช้ปัจจัยการผลิต หลังทดลองภาคสนามร่วมกับทีมเกษตรกรรมของ PepsiCo ในออสเตรเลีย การวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการนำร่องพบศักยภาพในการลดการใช้ปุ๋ย 2.8% ผ่านการจัดสรรปุ๋ยตามธาตุอาหารในแต่ละพื้นที่ แทนการใช้ในอัตราเดียวกันทั่วทั้งแปลง โดยยังต้องประเมินเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้งานในอนาคต


ก้าวต่อไปคือการพิสูจน์คุณค่าทางธุรกิจ

แม้ทั้ง 5 ทีมจะลงนาม LOI ร่วมกันแล้ว แต่การต่อยอดยังต้องผ่านการประเมินประสิทธิภาพ คุณค่าทางธุรกิจ ความเหมาะสมกับระบบการดำเนินงาน และความต้องการของตลาด รวมถึงข้อตกลงและการอนุมัติในขั้นตอนถัดไป

นับตั้งแต่เปิดตัวในเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2566 โครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC ได้ร่วมงานกับสตาร์ทอัพรวม 30 ทีม และสนับสนุนโครงการนำร่องกว่า 22 โครงการ ครอบคลุมเศรษฐกิจหมุนเวียน เกษตรกรรมยั่งยืน และโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศ

สำหรับ IMPACT Edition ในปีนี้ จุดที่น่าจับตาคือการนำทีมธุรกิจหลายฝ่ายเข้ามาร่วมประเมินตั้งแต่ก่อนขยายการใช้งาน สะท้อนแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการเตรียมทั้งเทคโนโลยีและองค์กรให้พร้อมไปด้วยกัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพานวัตกรรมความยั่งยืนเข้าสู่การดำเนินธุรกิจระยะยาว

 

[อ่าน 59]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
AIS ปั้น 21 Tech SME ไทย จาก “รับจ้างพัฒนา” สู่เจ้าของ Product–AI Solution
"บ้านปู" คว้า Prime Minister Award 2026 พิสูจน์ 15 ปี ฐานะผู้บุกเบิกการขับเคลื่อนสตาร์ตอัปเพื่อสังคมไทย
"เอ็นไอเอ" นำ 12 ดีพเทคสตาร์ตอัปบุกตลาดญี่ปุ่นในเวทีนวัตกรรมโลก “ซูชิเทค โตเกียว 2026”
ทีม Imagine Devices จาก University of Texas at Austin คว้าแชมป์ Bangkok Business Challenge 2026 powered by SCGC
ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก “AGRITHON by ARDA Season 3” ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
‘ศศินทร์’ จับมือ ‘SCGC’ เดินหน้าจัดแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026 ปั้นสตาร์ตอัปสู่เวทีโลก
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved