

บริษัทเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ที่ทำสถิติสูงสุดสะท้อนความก้าวหน้าของการปรับเปลี่ยนองค์กร และเป็นฐานสำคัญในการขยายโมเดลการทำงานที่ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจให้ครอบคลุมมากขึ้นในระยะต่อไป
แผนดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบ Big Moves 4 ด้าน ได้แก่ Experience, Growth, AI และ People ครอบคลุมการยกระดับเครือข่ายมือถือและบรอดแบนด์ การพัฒนาบริการที่ต่อยอดจากโทรคมนาคม การเติบโตของธุรกิจ B2B การสร้างความร่วมมือกับระบบนิเวศ CP Group และ ARISE ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร เพื่อก้าวสู่การเป็น AI-first telco tech หรือองค์กรเทคโนโลยีที่มีฐานบริการโทรคมนาคมและใช้ AI เป็นแกนกลางในการดำเนินธุรกิจ

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของทรูคือการรักษาโมเมนตัมทางธุรกิจผ่านโมเดลการทำงานที่เปลี่ยนไป โดยมี AI เป็นแกนกลางของการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ และเป็นเป้าหมายระยะยาวขององค์กร
“สำหรับเรา AI ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานหรือเพียงแค่สร้างผลิตภัณฑ์และบริการรายชิ้นใหม่ๆ เท่านั้น แต่มันคือการสร้างธุรกิจขึ้นมาจากกระบวนทัศน์ใหม่” นายซิกเว่กล่าว พร้อมระบุว่า ในปี 2570 บริษัทจะขยายแนวทางที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจและคุณค่าที่ลูกค้าสัมผัสได้ให้เข้มข้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น

ทรูวางกรอบการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ หรือ End-to-end Domain Reinvention ควบคู่กับการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและหลักธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับวิธีคิด บุคลากร และการประเมินคุณค่าทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
การจัดสรรทรัพยากรแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ทำงานแบบรวมศูนย์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน และกลุ่มทีมงานที่กระจายอยู่ในส่วนธุรกิจต่าง ๆ เพื่อผลักดันเป้าหมายและผลลัพธ์ โดยกำหนดผลลัพธ์สำคัญไว้ 3 ด้าน คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร และการเพิ่มรายได้

โครงข่ายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการนำ AI มาใช้ เนื่องจากความครอบคลุม ความต่อเนื่อง และความน่าเชื่อถือของสัญญาณส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ
ทรูจึงริเริ่มโครงการนำร่อง Network Twin เพื่อสร้างโครงข่ายเสมือนบนดิจิทัลที่ทำงานคู่ขนานกับโครงข่ายจริง ครอบคลุมข้อมูลสถานีฐาน ใยแก้วนำแสง ระบบไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล โดยให้ AI วิเคราะห์ข้อมูล ระบุปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไข
บริษัทมุ่งใช้เครื่องมือนี้ช่วยให้ทีมงานมองเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา วิเคราะห์สาเหตุและแก้ไขเหตุขัดข้องได้เร็วขึ้น รวมถึงบริหารการใช้พลังงานและวางแผนปรับปรุงเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบบริการสื่อสารที่ลูกค้าเชื่อมั่นได้
อีกโมเดลสำคัญคือ Nano Cluster ซึ่งปรับการบริหารจากส่วนกลางไปสู่การให้อำนาจทีมหน้างาน โดยแบ่งตลาดทั่วประเทศเป็นพื้นที่ย่อยกว่า 6,000 พื้นที่ ขนาดประมาณ 600 × 600 เมตรต่อพื้นที่ และมีพนักงานในพื้นที่ราว 1,100 คนทำหน้าที่เสมือน “mini-CEOs”
ทีมงานเหล่านี้มีบทบาทรับผิดชอบเป้าหมายรายได้ มองหาโอกาสทางธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ พร้อมเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำจาก AI ผ่านโทรศัพท์มือถือในรูปแบบ Intelligence as a Service เพื่อประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
แนวทางดังกล่าวนำความรู้ของทีมงานในพื้นที่มาผสานกับข้อมูลจาก AI และปรับจากการบริหารแยกตามผลิตภัณฑ์ไปสู่การบริหารตลาดโดยยึดความต้องการลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
สำหรับธุรกิจลูกค้าองค์กร ทรูเดินหน้าโครงการ B2B Domain Reinvention เพื่อปรับกระบวนการบริการตลอดเส้นทาง และพัฒนาบทบาททีมขายให้เป็น Trusted Digital Solutions Partner หรือพันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัลที่ลูกค้าไว้วางใจ
AI จะช่วยสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำ เพื่อให้ทีมงานเข้าใจปัญหา ความท้าทาย และโอกาสเติบโตของลูกค้า ก่อนนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม ทั้ง Cloud, Cybersecurity, AI และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ที่ต่อยอดจากบริการสื่อสารเดิม
ทรูระบุว่า ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ทีมงานขยายการดูแลลูกค้าได้ถึง 200–600 รายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอ้างอิงข้อมูล GSMA ว่า ธุรกิจลูกค้าองค์กรมีสัดส่วนรายได้เฉลี่ย 30% ของรายได้รวมในกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำทั่วโลก 11 ราย สะท้อนโอกาสของ B2B ในการเป็นเครื่องยนต์การเติบโตอีกด้านของบริษัท
นายซิกเว่กล่าวว่า การปรับธุรกิจ B2B เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน ทรูจึงมุ่งใช้ AI และโซลูชันดิจิทัลช่วยเพิ่มผลิตภาพ เสริมความแข็งแกร่ง และเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจเหล่านี้ควบคู่กับการเติบโตของบริษัท

การขยายผล AI ในปี 2570 ยังครอบคลุมการพัฒนาทักษะบุคลากรและสร้างทัศนคติที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลง ผ่านวัฒนธรรมองค์กร 4C ได้แก่ Caring, Credible, Creative และ Courage เพื่อเชื่อมการเติบโตของพนักงานเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจ
นายซิกเว่กล่าวว่า หัวใจของ AI Transformation อยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถของคน ให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น บริการลูกค้าได้ดีขึ้น และลงมือทำได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงค้นพบความสามารถใหม่ของตนเอง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของทรูและสนับสนุนธุรกิจไทยในระยะต่อไป




