“ซอนทานา" ผนึก “แสนสิริ” รุกตลาดภูเก็ต ปูทางขยายตลาดเช่าระยะกลางภูมิภาคอาเซียน
20 Oct 2026

 

ซอนทานาฯ (Sontana) ประกาศศักดาผู้นำตลาด Flex Rental สัญชาติไทย ปิดจุดอ่อนตลาดเช่า หลังแจ้งเกิด 3 ปีครึ่ง ชูแนวคิด Asset-Light บริหารอสังหาฯ ยุคดิจิทัล ปั้นยอดเช่าโตสวนกระแสเศรษฐกิจ มัดใจ Digital Nomad-สายกำลังซื้อสูงทั่วโลก โชว์สถิติปล่อยเช่าไวเฉลี่ยใน 10 วัน การันตีอัตราเข้าพักแน่น 85-90 % กลุ่มเศรษฐีนำห้องชุดให้บริหารเพียบ เผยยุทธศาสตร์ 3-4 ปีข้างหน้า มุ่งขยายฐานแน่นหัวเมืองหลัก-เมืองรองทั่วประเทศ ล่าสุดผนึกยักษ์ใหญ่ “แสนสิริ” รุกตลาดภูเก็ต ดึง 3 โครงการ แบรนด์ “THE BASE – CANVAS” เข้าพอร์ตบริหารจัดการชู Dynamic Pricing ดันราคาพุ่งช่วง High Season ลั่นความสำเร็จ ไม่หยุดแค่ไทย ตั้งเป้าทะยานสู่ 500 ยูนิตในปี 2570 พร้อมปูทางขยายปีกบุกยึดเค้กตลาดเช่าระยะกลางในภูมิภาคอาเซียน

 

 

นายชัชกร พฤกษานานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอนทานา จำกัด (Sontana) เปิดเผยถึงความเป็นมาและการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ว่า บริษัทได้ก่อตั้งและดำเนินงานมาประมาณ 3.5 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวต่างชาติที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การเดินทางมาท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่มีความต้องการย้ายมาอยู่อาศัยจริงหรือพำนักระยะยาวเป็นเวลาหลายเดือน ในลักษณะกลุ่มนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล และ digital nomads (Seasonal Traveler) แต่กลุ่มผู้เช่าต่างชาติดังกล่าว ต้องเผชิญอุปสรรคในเรื่องการค้นหาที่พักอาศัยแบบรายเดือน เนื่องจากเจ้าของคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มุ่งเน้นปล่อยเช่าสัญญารายปีเป็นหลัก

 

ดังนั้น ด้วยประสบการณ์ในการศึกษาและเดินทางไปหลายประเทศ จึงมองเห็นช่องว่างดังกล่าว และก่อตั้ง ซอนทานาฯ (Sontana) ขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจด้าน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และตัวแทน/นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร (Serviced Residence Operator) โดยเน้นโมเดลการบริหารแบบ Asset-Light (ไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง) เพื่อนำคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ มาปล่อยเช่าระยะกลางถึงระยะยาว (ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป) ให้กับผู้เช่าชาวต่างชาติ นักธุรกิจ และกลุ่ม Digital Nomads

 

“เราเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตลาดด้วยการนำเสนอโมเดลการปล่อยเช่าระยะกลาง หรือ Flex Rental ที่ครอบคลุมตั้งแต่สัญญารายเดือนไปจนถึงรายปี โดยมุ่งเน้นห้องพักที่ได้มาตรฐานตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Furnished) และมีทีมงานคอยให้บริการตลอดเวลาเพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย” นายชัชกร กล่าว

 

 

สำหรับกลยุทธ์การคัดเลือกโครงการคอนโดมิเนียมเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอนั้น บริษัทจะใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ (Data-driven) และศึกษาข้อมูลจากดีมานด์ในแต่ละทำเล มาวิเคราะห์ความต้องการของผู้เช่าได้อย่างแม่นยำ โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลการเข้าพักในพื้นที่นั้นๆ ควบคู่กับการตั้งเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวด ทั้งอายุของอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพความพร้อมของห้องพัก ซึ่งทำให้บริษัทอนุมัติรับห้องเข้ามาบริหารจริงไม่ถึง 10% จากปริมาณความต้องการที่เข้ามาทั้งหมด โดยเน้นยูนิต ตั้งแต่ขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป และขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 60-90 ตารางเมตรเป็นหลัก รวมถึงยูนิตขนาด 3-4 ห้องนอน ซึ่งปัจจุบันพบว่ายูนิตขนาด 2 และ 3 ห้องนอน จะได้รับความต้องการจากลูกค้าแบบครอบครัวเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ซัพพลายในตลาดยังมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งนี้ หลังกระบวนการจัดเตรียมห้องพักเสร็จสิ้น บริษัทฯสามารถค้นหาผู้เช่าเข้าพักได้เฉลี่ยรวดเร็วภายใน 10 วัน

 

นายชัชกร กล่าวต่อไปว่า ในด้านอัตราผลตอบแทน ซอนทานา(Sontana)สามารถรักษาอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของพอร์ตโฟลิโอเฉลี่ยให้อยู่ในระดับสูงถึง 85-90% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อคำนวณผลตอบแทนสุทธิแล้วพบว่า โมเดล Flex Rental ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการปล่อยเช่าระยะยาวทั่วไป เนื่องจากตลาดปล่อยเช่าระยะยาวจริงมักมีช่วงระยะเวลาห้องว่าง (Vacancy) เฉลี่ย 2-3 เดือน ระหว่างการเปลี่ยนผู้เช่าหรือรอการปรับปรุง โดยการดำเนินงานของบริษัทฯคือผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์จริง (Real Operator) ไม่ใช่นายหน้า (Agent) จึงมีความได้เปรียบในด้านการตัดสินใจตกแต่งห้อง การบริหารราคาเช่า ด้วยข้อมูลเรียลไทม์ และการมีทีมงานบริการผู้เช่าตลอด 24 ชม. รวมถึงทีมซ่อมบำรุงที่เข้าแก้ไขปัญหาได้ทันที

 

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของซอนทานา(Sontana) เป็นชาวต่างชาติสายกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad ที่เลือกพำนักในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศต้นทาง ซึ่งสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจาก สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ขณะที่กลุ่มลูกค้าเช่าระยะสั้นเริ่มมีสัดส่วนของชาวมาเลย์และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าชาวตะวันตกเดิม

 

“ยอมรับว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั่วไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับโมเดลธุรกิจของซอนทานา(Sontana) ถือว่าได้รับผลกระทบในระดับที่จำกัด เนื่องจากมุ่งเน้นจับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอาชีพและรายได้จากการทำงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก นอกจากนี้ การตัดสินใจย้ายเข้ามาพำนักและทำงานในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยของกลุ่มคนทำงานดิจิทัลเหล่านี้ มีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต้นทาง ส่งผลให้ความต้องการที่พักอาศัยในรูปแบบการปล่อยเช่าระยะกลาง (Flex Rental) ยังคงมีอุปสงค์รองรับอย่างแข็งแกร่ง และสามารถประคองการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก” นายชัชกร กล่าว

 

 

นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติแล้ว ยังมีลูกค้าบางส่วนที่เป็นคนไทยที่เคยอาศัยในต่างประเทศและเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน รวมถึงกลุ่มที่เข้ามาพักเพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือทำคลอดในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความไว้วางใจผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ นำคอนโดมิเนียมหรูจำนวนมากมาให้บริหารจัดการแบบ One-Stop Service เพื่อลดภาระความยุ่งยากในการดูแลผู้เช่า การจัดเตรียมห้อง และการติดตามค่าเช่า อีกด้วย ซึ่งแต่ละรายจะมีห้องชุดเป็นจำนวนหลายยูนิต

 

ด้านอัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารของซอนทานา(Sontana) ในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับยูนิตขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน, ยูนิตขนาด 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน และยูนิตระดับลักชัวรีมีราคาสูงสุดถึง 120,000-200,000 บาทต่อเดือน เน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้เช่า ซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในส่วนของโครงสร้างรายได้ บริษัทใช้โมเดลการแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ทำให้ซอนทานา(Sontana) อยากสร้างรายได้ที่ดีที่สุดกับเจ้าของ

 

นายชัชกร กล่าวต่อถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 นี้ บริษัทฯได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเริ่มที่ จ.ภูเก็ต โดยได้รุกเข้าไปทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ในการนำห้องชุดจากโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริฯ เช่น แบรนด์ THE BASE และ CANVAS เข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งตลาดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ที่มีความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal Market) สูง โดยช่วง High Season อัตราค่าเช่าสามารถพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง Low Season ที่ราคาแตะไปที่ระดับมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ทำให้บริษัทฯต้องนำระบบ Dynamic Pricing เข้ามาวิเคราะห์ราคาล่วงหน้า เพื่อบริหารจัดการรายได้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

นอกจากความร่วมมือกับ แสนสิริฯ แล้ว ซอนทานา(Sontana) ยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกหลายราย ที่พัฒนาโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ

 

อีกทั้งบริษัทยังได้ขยายช่องทางธุรกิจใหม่ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มผู้ถือครองสินทรัพย์ (Asset Owners) โดยเฉพาะกลุ่มอะพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบว่าเจ้าของอาคารหลายรายประสบปัญหาอัตราการเข้าพักไม่เต็ม และขาดทีมงานมืออาชีพเข้ามาดูแลบริหารจัดการ ซึ่งซอนทานา(Sontana) จะนำความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มศักยภาพ ยกระดับราคาเช่า และดันอัตราการเข้าพักให้เต็มมากยิ่งขึ้น

 

นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตบริษัทฯมีแผนที่จะขยายการบริหารจัดการห้องพักไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะในระยะเวลา 3-4 ปีนี้ ยังคงให้ความสำคัญและเน้นการบริหารจัดการห้องพักในประเทศไทยก่อน ซึ่งแผนนับจากนี้จะขยายการบริหารห้องพักครอบคลุมหัวเมืองหลักและเมืองรอง ที่มีศักยภาพทั่วประเทศไทยที่มีความต้องการในการพักอาศัยสูง เช่น พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ เป็นต้น โดยตั้งเป้าที่จะเข้าบริหารจัดการห้องพักเพิ่มขึ้นเกินกว่า 500 ยูนิต ภายในปี 2570

 

[อ่าน 46]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"แสนสิริ – ไทยพาณิชย์" ติดสปีดการเติบโตอสังหาฯ ด้วย "Sustainable Financing"
ส่องความท้าทาย "ระบบอาหาร" ท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศและความผันผวนทางเศรษฐกิจ
IHG Hotels & Resorts ขยายพอร์ตฯ สู่หลวงพระบาง เปิดตัว "ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท หลวงพระบาง นาหลวงฮิลล์"
ซีพี แอ็กซ์ตร้า หนุนสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน ครั้งแรกกับ “มะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์” คว้าฉลาก CFP
CEA เดินหน้าสร้าง IP Finance Ecosystem ดันธุรกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก
แสนสิริเปิด The Standard Residences หัวหิน บีชฟร้อนท์แห่งแรกของแบรนด์ระดับโลก มูลค่า 4,500 ล้านบาท
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved