กลุ่มบริษัทเคทีซีรักษาโมเมนตัม กำไรไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน
20 Oct 2026

 

ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง กำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของประเทศ กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงรักษาการเติบโตของผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท เติบโต 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วง 9 เดือน เติบโต 4.7% สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ คุณภาพพอร์ตลูกหนี้ และประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

 

นางพิทยา  วรปัญญาสกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 ยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในระดับต่ำและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง และค่าครองชีพที่ยังเป็นปัจจัยกดดัน ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อหลายแห่งยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก”

 

ในสภาวะที่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เคทีซียังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในทุกผลิตภัณฑ์หลักไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 เคทีซีรักษาส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลไว้ใกล้เคียงระดับเดิมที่ 4.2% พร้อมทั้งขยายส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตจาก 14.5% เป็น 14.6% และส่วนแบ่งตลาดปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรจาก 13.1% เป็น 13.3% (ตามลำดับ) จากงวดเดียวกันในปีก่อนหน้า

 

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีกำไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท และงวด 9 เดือน ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 6,521 ล้านบาท โดยรักษาความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นหลัก สร้างสมดุลระหว่างการขยายธุรกิจกับการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ความ     ท้าทายทางเศรษฐกิจไม่ใช่อุปสรรคต่อการเติบโต หากองค์กรมีวินัยในการบริหารความเสี่ยงและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง การมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง จึงสะท้อนความแข็งแรงของฐานสมาชิก คุณภาพพอร์ตลูกหนี้ และความสามารถในการปรับตัวให้สอดรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”

 

“ในส่วนของการขยายศักยภาพการนำเสนอความคุ้มครองผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม และมีข้อเสนอที่สามารถแข่งขันได้ เคทีซีอยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัย เพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 นอกจากนี้ เมื่อวันที่  25 สิงหาคม 2569 เคทีซีได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรในงานติดตามหนี้ เข้ามาเป็นบริษัทย่อยของเคทีซี และเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบมจ. ธนาคารกรุงไทย เพื่อสนับสนุนแผนกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือของเคทีซี และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารในอนาคต”

 

ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 เคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3,869,210 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 107,717 ล้านบาท (ขยายตัว 0.8%) อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL) อยู่ที่ 1.92% จำนวนสมาชิกบัตรเครดิต 3,158,768 บัตร (เพิ่มขึ้น 8.8%) เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 70,055 ล้านบาท (ขยายตัว 0.9%) NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.21% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร 9 เดือนของปี 2569 มูลค่า 229,884 ล้านบาท (ขยายตัว 4.7%) สมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซี 710,442 บัญชี (เพิ่มขึ้น 0.8%) เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 36,533 ล้านบาท (ขยายตัว 1.9%) NPL สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.65% ในส่วนของพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่า มีมูลค่า 1,130 ล้านบาท (ลดลง 30.6%) โดยมูลค่าพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่าจะทยอยลดสัดส่วนลง ตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้ และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น

 

ในไตรมาสที่ 3/2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กลุ่มบริษัทมีฐานรายได้รวม 6,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.2% จากรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 1.1% และ 0.4% ตามลำดับ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.0% อยู่ที่ 4,256 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.4% จากการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวลง 1.2% ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 35.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 35.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% แต่สำหรับงวด 9 เดือน มีมูลค่า 4,155 ล้านบาท ลดลง 8.9%

 

ในส่วนของเงินทุน กลุ่มบริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้คงเหลือ (Available Credit Line) 19,880 ล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระ ในช่วงเวลาที่เหลือของไตรมาส 4 ปี 2569 มีจำนวน 9,130 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องที่เพียงพอและแข็งแกร่ง อีกทั้งความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก กลุ่มบริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนต้นทุนทางการเงิน สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 2.62% จาก 2.93% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินและต้นทุนการกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง ประกอบกับการบริหารฐานเงินกู้ยืมให้สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ เป็นผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ที่ 1,085 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 16.2% (YoY)

 

นางพิทยากล่าวเพิ่มเติม “บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบงานที่จะสามารถนำเสนอสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำและครบวงจรมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวน โดยกลุ่มบริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่สมาชิก ควบคู่กับการบริหารจัดการองค์กรอย่างยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับความท้าทายทางการแข่งขัน อีกทั้งรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว”

 

เคทีซียังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด เพื่อสนับสนุนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569 ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์ การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ เพื่อกำหนดมาตรฐานการเรียกเก็บค่าบริการของสถาบันการเงิน โดยมีผลกระทบกับเคทีซีในเรื่องของการปรับลดค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต จากเดิม 3.0% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน ลดลงเหลือ 2.5% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา

 

 

นอกจากนี้ เคทีซียังได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (“SAM”) ใน ”โครงการเทียบเท่าคลีนิกแก้หนี้ by SAM ” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยของเคทีซี แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ทั้งนี้ เคทีซีประเมินว่าการดำเนินการตามโครงการฯ ดังกล่าว หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อภาพรวมของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท สามารถดูรายละเอียดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม ได้ที่ลิงก์ https://www.ktc.co.th/about/news/measure

 

 

[อ่าน 51]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 25.57 พันล้านบาท ตอกย้ำผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่อง
"ท็อปส์" เปิด สถิตินักช้อปบิวตี้ไทย “เวชสำอาง - วิตามิน” มาแรง ชี้เทรนด์ 3S เขย่าตลาดบิวตี้ ปี 70
อยากสุขภาพดี แต่ยังติดหวาน “กิฟฟารีน” แชร์เทคนิคต้องรู้จักเลือกเติมหวานให้เป็น!
AIS จับมือ วิศวฯ จุฬาฯ เปิด “AIS SPARK SPACE” คอมมูนิตี้สเปซแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด Eco Play Green
“เรดบูล” ปิดฉาก Red Bull Power Race ซีซันแรกที่กรุงเทพฯ ดึงนักกีฬาไทย-นานาชาติ ลงสนามชิงแชมป์แรกฟิตเนสเรสซิ่งรูปแบบใหม่
CHANGAN ครบรอบ 3 ปีในไทย ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะสำนักงานใหญ่แห่งอาเซียน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved