ผลการศึกษาวิจัยชี้ ความน่าดึงดูดใจของรถยนต์ใหม่ลดลงต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน
17 Nov 2019

ผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะ, ระบบปฏิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ในประเทศไทย ประจำปี 2562 โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ (J.D. Power 2019 Thailand Automotive Performance, Execution and Layout (APEAL) Study,SM) เปิดเผยว่า ความสบายของเบาะที่นั่งและพื้นที่เก็บสัมภาระไม่เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ความพึงพอใจด้านการออกแบบโดยรวมของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“ผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องพิจารณาถึงความสวยงามของการออกแบบภายในโดยรวมและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า” ศิรส สาตราภัย ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำประเทศไทยและประเทศเวียดนาม กล่าว

“ลูกค้าไม่เพียงขับขี่หรือโดยสารจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น ผู้ผลิตจึงต้องคำนึงถึงของใช้ส่วนตัวต่างๆ ที่ผู้ขับขี่นำเข้ามาในรถด้วย เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, แก้วเก็บอุณหภูมิ, ถุงช้อปปิ้ง และของใช้อื่นๆ ดังนั้นการออกแบบรถยนต์จึงจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้”

คุณลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับเบาะที่นั่งและพื้นที่เก็บสัมภาระ ซึ่งส่งผลต่อความพึงพอใจโดยรวมที่ลดลง ได้แก่ ประโยชน์ของที่วางแก้วน้ำด้านหลัง; ประโยชน์ของพื้นที่เก็บของบริเวณคอนโซลกลาง; ประโยชน์ของช่องเก็บของด้านหน้า; พื้นที่เหนือศรีษะ/วางขา/วางเท้าของเบาะด้านหน้า; และความสบายของเบาะที่นั่งด้านหลัง ทั้งนี้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมลดลงเหลือ 824 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) จาก 846 คะแนนในปี 2561

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่ได้จากการสำรวจ ประจำปี 2562

  • ความสบายของเบาะที่นั่งได้คะแนนน้อยที่สุดในบรรดาองค์ประกอบทั้งหมดของรถยนต์ คุณลักษณะสำคัญ 3 อันดับแรกที่ได้คะแนนน้อยที่สุด ได้แก่ ความสบายของเบาะที่นั่งแถว 3 สำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ (คะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 7.78 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน); ความสบายของเบาะที่นั่งด้านหลังหรือที่นั่งแถวที่สอง (8.04 คะแนน); และความรู้สึกต่อวัสดุของเบาะที่นั่ง (8.12 คะแนน)
  • ปัญหาภายในห้องโดยสาร ลูกค้ามีความพึงพอใจน้อยต่อความน่าสนใจของแสงไฟภายในตัวรถและการออกแบบรูปแบบแผงหน้าปัดและมาตรวัดต่างๆ เช่นเดียวกันกับรูปลักษณ์และความรู้สึกที่มีต่อปุ่มควบคุมต่างๆ และพวงมาลัย นอกจากรูปลักษณ์ภายในแล้ว ลูกค้ายังมีความพึงพอใจน้อยที่สุดเกี่ยวกับกลิ่นภายในตัวรถ
  • กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่มีความพึงพอใจน้อยกว่า เมื่อพิจารณาถึงสมรรถนะและการออกแบบรถยนต์ ลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี มีความพึงพอใจน้อยกว่าลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป (821 คะแนน และ 839 คะแนน ตามลำดับ)
  • ความตั้งใจในการกลับมาซื้อรถยี่ห้อเดิมลดลงตามระดับความพึงพอใจ น้อยกว่าครึ่งของลูกค้า (44%) ระบุว่าจะซื้อรถยนต์ยี่ห้อเดิม ซึ่งลดลงจาก 57% ในปี 2561 ซึ่งความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ 841 คะแนน ลดลงจาก 856 คะแนนในปีที่แล้ว

ผลการจัดลำดับจากการศึกษาวิจัย

  • โตโยต้า ยาริส ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 841 คะแนน
  • ฮอนด้า แจ๊ส ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับต้น ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 844 คะแนน
  • ฮอนด้า ซีวิค ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลาง ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 841 คะแนน
  • ฮอนด้า เอชอาร์-วี ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 840 คะแนน
  • โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดใหญ่ ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 847 คะแนน
  • โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ท แค๊ป และโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ พรีรันเนอร์ สมาร์ท แค๊ป ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มประเภทรถกระบะตอนขยายเท่ากัน ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 820 คะแนน
  • นิสสัน ฟรอนเทียร์ เอ็นพี300 นาวารา คาลิเบอร์ ดี-แค๊ป ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มประเภทรถกระบะ 4 ประตู ด้วยคะแนน APEAL อยู่ที่ 832 คะแนน

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้คำตอบของเจ้าของรถยนต์ในประเทศไทยเป็นมาตรวัดถึงสิ่งที่ทำให้เจ้าของรถมีความพึงพอใจต่อสมรรถนะและการออกแบบรถยนต์คันใหม่ของพวกเขาในช่วง 2-6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยการศึกษานี้ได้พิจารณาคุณลักษณะของรถยนต์ 79 คุณลักษณะ

ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบของรถยนต์ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ ภายนอกรถยนต์; ภายในห้องโดยสาร; พื้นที่เก็บสัมภาระและพื้นที่ว่าง; เครื่องเสียง/ ระบบสื่อสาร/ ระบบความบันเทิง/ ระบบนำทาง; เบาะที่นั่ง; ระบบทำความร้อน, ระบบระบายอากาศ และระบบแอร์; สมรรถนะในการขับขี่; เครื่องยนต์/ ระบบเกียร์; ทัศนวิสัย และความปลอดภัยในการขับขี่; และการประหยัดเชื้อเพลิง

การศึกษาวิจัยสมรรถนะ, ระบบปฏิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ (APEAL) ในประเทศไทย ประจำปี 2562 ได้จากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถใหม่จำนวน 6,632 รายที่ซื้อรถในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ จำนวน 66 รุ่น จากทั้งหมด 10 ยี่ห้อ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนสิงหาคม 2562

เจ.ดี. พาวเวอร์ เป็นผู้นำระดับโลกในการให้บริการด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับความพึงพอใจและพฤติกรรมของลูกค้า, ให้บริการที่ปรึกษา และการวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถเหล่านี้ทำให้เจ.ดี. พาวเวอร์สามารถช่วยเหลือลูกค้าของเราในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาทางด้านความพึงพอใจลูกค้า, เพิ่มการเติบโตของธุรกิจ และความสามารถในการทำกำไร บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1968 เจ.ดี. พาวเวอร์มีสำนักงานอยู่ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, เอเชีย แปซิฟิก และยุโรป

[อ่าน 523]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยขึ้นนำ 3 ประเทศในอาเซียน หันมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ
ล้วงลึกพฤติกรรมการเงิน GEN Y เจ็บพอไหม #ของมันต้องมี
เทรนใหม่!! ไลฟ์สไตล์คนปี 2020 เปิดลิตส์ 10 รถหรูสุดฮอตที่มียอดเช่าสูงสุด
NIELSEN MEDIA SPENDING 
เม็ดเงินโฆษณาเดือนตุลาคมปี 2019
เปิด เทรนด์การทำงานอีก 10 ปี ลดพื้นที่แต่เพิ่มการมีส่วนร่วม
Top 5 Cybersecurity and Privacy Trends 2020
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved