
divana แบรนด์ลักซ์ชัวรีสปา เวลเนส และเครื่องหอมชั้นนำของไทย ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 26 ปี ประกาศยุทธศาสตร์การเติบโตครั้งสำคัญ มุ่งสู่การเป็น “Global Thai Wellness House” ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านเวลเนสไทย ทั้งศาสตร์แห่งกลิ่น การออกแบบประสบการณ์ และความพิถีพิถันในการดูแล มาต่อยอดธุรกิจในระดับสากล ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับโรงแรม บริการสปา และประสบการณ์การเดินทาง พร้อมประกาศเดินหน้าความร่วมมือกับ 3 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ADA Cosmetics ผู้ผลิตแอเมนิตี้สำหรับโรงแรมจากเยอรมนีที่มีเครือข่ายธุรกิจใน 115 ประเทศทั่วโลก Grand Nikko Bangkok Sathorn ในเครือ Okura Nikko Hotels จากญี่ปุ่น และ China Airlines สายการบินจากไต้หวัน
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีรากฐานสำคัญจากความเชี่ยวชาญด้านเวลเนสไทยที่ divana สั่งสมมาอย่างยาวนาน ผ่านการผสานภูมิปัญญาการดูแลแบบไทย ศาสตร์แห่งกลิ่น และการออกแบบประสบการณ์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยมีประสบการณ์ของสองผู้ก่อตั้งจากการทำงานกับสายการบิน Swissair เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญในการวางมาตรฐานการบริการระดับสากลตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง divana กล่าวว่า “ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา เราได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านเวลเนสไทยผ่านการพัฒนาบริการ ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าองค์ความรู้เหล่านี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นธุรกิจสปาเพียงอย่างเดียว แต่หากยังสามารถต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับสากลได้ การก้าวสู่การเป็น Global Thai Wellness House จึงไม่ใช่เพียงการขยายการรับรู้ของแบรนด์ไปยังต่างประเทศ แต่เป็นการยกระดับความเชี่ยวชาญด้านเวลเนสไทยให้สร้างคุณค่าในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยยังคงรักษามาตรฐานและเอกลักษณ์ของ divana ไว้ ความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพดังกล่าว และเป็นรากฐานการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว”
หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ คือการขยายโอกาสทางธุรกิจด้าน ผลิตภัณฑ์ (Product) ผ่านความร่วมมือกับ ADA Cosmetics ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับโรงแรมจากประเทศเยอรมนี ซึ่งได้ต้อนรับ divana เข้าเป็นแบรนด์ไทยรายแรกใน House of Brands โดย ADA Cosmetics มีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมกว่า 115 ประเทศทั่วโลก ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการยอมรับในองค์ความรู้ด้านสปาไทย ความเชี่ยวชาญด้านอโรมาเธอราพี และการออกแบบประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสของ divana โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมพัฒนาคอลเลกชัน Sunrise และ Snow Drop ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวกายสำหรับโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อนำเอกลักษณ์ด้านกลิ่นและการดูแลของแบรนด์มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพัก พร้อมเปิดช่องทางการเติบโตใหม่ในตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับโรงแรม

ขณะเดียวกัน divana ยังขยายบทบาทด้าน การบริการและธุรกิจโรงแรม (Hospitality) ผ่านความร่วมมือกับ Grand Nikko Bangkok Sathorn ด้วยการนำเสนอ divana Komorebi Spa ซึ่งผสานศาสตร์แห่งการดูแลแบบไทยและอโรมาเธอราพีเข้ากับปรัชญาการบริการแบบญี่ปุ่น Omotenashi พร้อมนำผลิตภัณฑ์ของ divana มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพัก ให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสเอกลักษณ์ของแบรนด์ทั้งภายในสปาและห้องพัก สะท้อนการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการและการออกแบบประสบการณ์มาต่อยอดให้สอดคล้องกับมาตรฐานของธุรกิจโรงแรมระดับสากล
ด้านการขยายธุรกิจสู่ภาค การเดินทาง (Travel) divana ได้ร่วมมือกับ China Airlines สายการบินชั้นนำจากไต้หวัน เพื่อส่งต่อประสบการณ์ของแบรนด์ไปยังกลุ่มผู้เดินทางต่างชาติ ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านบริการสปา ผลิตภัณฑ์ และเวิร์กชอปสร้างสรรค์กลิ่น ตลอดจน China Airlines × divana Exclusive Gift Set ประกอบด้วยครีมบำรุงมือและถุงหอมจาก divana พร้อมพวงกุญแจของสายการบิน สำหรับผู้โดยสารชั้น Premium Business Class และ Business Class ในบางเส้นทางตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มมอบสิทธิประโยชน์สำหรับการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเอกลักษณ์ด้านเวลเนสไทยไปเชื่อมโยงกับประสบการณ์การเดินทาง

ธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด และผู้ร่วมก่อตั้ง divana กล่าวเสริมว่า “หัวใจสำคัญของ divana คือการถ่ายทอดภูมิปัญญาการดูแลแบบไทยให้เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจและอยู่ในความทรงจำของผู้คน โดยมีศาสตร์แห่งกลิ่นเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เปรียบเสมือนภาษาของแบรนด์ในการสื่อสารความรู้สึก เราจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์อย่างพิถีพิถัน ทั้งกลิ่น เนื้อสัมผัส บรรยากาศ และรายละเอียดของการบริการ เพื่อสะท้อนตัวตนของ divana ในทุกช่วงเวลาที่ผู้บริโภคได้สัมผัส ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถนำไปพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อนำเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเวลเนสไทยไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก”

ทิศทางการเติบโตของ divana ยังสอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลก โดย Global Wellness Institute (GWI) รายงานว่า เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 ขณะที่เศรษฐกิจเวลเนสไทยมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เพิ่มขึ้น 10.1% จากปี 2566 ส่วนการท่องเที่ยวเชิงเวลเนสของไทยเติบโต 36.4% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนศักยภาพของตลาดและโอกาสที่แบรนด์ไทยจะนำจุดแข็งด้านองค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และบริการ มาพัฒนาธุรกิจเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในระดับนานาชาติ
สำหรับก้าวต่อไปในปี 2027 divana เตรียมเดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ “Global Thai Wellness House” ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการ และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดสากล โดยมีองค์ความรู้ด้านเวลเนสไทย ศาสตร์แห่งกลิ่น และความพิถีพิถันในการออกแบบประสบการณ์เป็นรากฐานสำคัญ ที่จะสามารถผลักดันศักยภาพของแบรนด์ไทยสู่การเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน
ข้อมูลตลาดอ้างอิงจาก รายงานตลาด Wellness ของประเทศไทย และ 2025 Global Wellness Economy Monitor






