วิกฤติราคาน้ำมัน... เมื่อความวัวยังไม่ทันหาย
10 Mar 2020

 

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันร่วงลง​30% จากการที่ซาอุดิอาระเบีย ยกเลิกข้อตกลงการคุมกำลังการผลิตน้ำมันกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซีย​ โดยจะขยายกำลังการผลิตเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด​ (Market share) ซึ่งซาอุฯ​เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมไปถึงลดราคาน้ำมันดิบลงหลังจากที่การเจรจาของกลุ่มโอเปก ประสบความล้มเหลวในการขยายข้อตกลงกับรัสเซีย สำนักวิจัยฯมองว่า

 

1. ซาอุฯไม่อยากเห็นสหรัฐฯ​เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่​ ตามมาด้วยรัสเซีย​ขณะที่ตัวเองเป็นเบอร์สาม​ เลยไม่สนราคาที่ลงเพราะต้นทุนต่ำกว่าพวก​เรียกว่าลดราคาได้เต็มที่แย่งฐานลูกค้ามาก่อน​(ปัจจุบันซาอุฯจำกัดการผลิตไม่เกิน10ล้านบาร์เรลต่อวัน)​

2. สหรัฐฯ​ได้รับผลกระทบแน่​ เพราะเป็นผู้ผลิต​ เมื่อราคาลงต่ำกว่าต้นทุน​บริษัทน้ำมันจะขาดทุน​ ปิดกิจการ​ เลิกจ้าง​รอดูว่าผลลบจะแรงเหมือนช่วงที่ซาอุฯทำตอนปลายปี​ 15-16​ หรือไม่​ แต่เศรษฐกิจที่ชะลอ​เฟดอาจลดดอกเบี้ยรอบ​ 17-18 มีนาคมนี้อีก 0.5%

3. เศรษฐกิจโลกผันผวนต่อเนื่อง​หลังไวรัสโควิดกดดันภาพรวม​ซึ่งนอกจากอุปสงค์จะลดลงจนกระทบการส่งออกแล้ว​สินค้าส่งออกของไทยยังมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน​ เช่น​ เคมี​ ปิโตรเลียม​ยาง​ และสินค้าเกษตรต่างๆ​ ซึ่งจะมีผลให้การส่งออกปีนี้ติดลบหนักได้​ขณะที่การนำเข้าจะกลับติดลบหนักกว่าการส่งออก​ เพราะไทยเป็นผู้นำเข้าสุทธิน้ำมัน​มากกว่า​ 10% การนำเข้า​ ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันลง​ การนำเข้าโดยรวมก็จะลดลงด้วย​อีกทั้งเอกชนจะชะลอการลงทุน​ มีผลให้การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบหดตัวตาม​โดยสรุป​ การส่งออกสุทธิ ​(ส่งออกหักนำเข้า)​จะเติบโตได้​ ทำให้​ GDP​ไทยไม่ทรุดแรง

4.กลุ่มอุตสาหกรรมที่เสี่ยง​จากราคาน้ำมันที่ลดลงได้แก่​กลุ่มสำรวจน้ำมัน​ กลุ่มเคมีปิโตรเลียม​ กลุ่มยาง​ ข้าว​ สินค้าเกษตร​ ปั๊มน้ำมัน​และกลุ่มอื่นๆที่อาจขาดทุนสต๊อกน้ำมันและราคาสินค้าหรือรายได้เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน

5.กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงได้แก่​กลุ่มที่ได้กำไรจากต้นทุนที่ต่ำลง​ เช่น ขนส่ง​ สายการบิน​การบริโภคกลุ่มท่องเที่ยว​ แต่น่าเสียดายที่กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิดเสียก่อน​จนอาจไม่สามารถชดเชยได้

โดยสรุป​นักเศรษฐศาสตร์อาจต้องออกมาปรับประมาณการเศรษฐกิจ​กันอีกรอบ​ GDP ไทยมีโอกาสโตได้ต่ำกว่า​ 0.5% ช่วงครึ่งปีแรก​ จากไวรัสโควิด​แต่เมื่อราคาน้ำมันลงหนักเช่นนี้​ เศรษฐกิจไทยอาจดูแย่ลง​ ซบเซาลง​สินเชื่อโตช้าลง​ แต่จะเกิดการเติบโตทางเทคนิค​ (technical growth) จากการส่งออกสุทธิที่เติบโตหลังการนำเข้าหดตัวแรงกว่าการส่งออกที่ทรุด​ซึ่งน่าจะพอพยุง​ GDP​ ให้ขยายตัวได้บ้าง​แต่เมื่อเงินเฟ้อต่ำ​ กำลังซื้อหดหาย​ก็มีโอกาสที่กนง.จะลดดอกเบี้ยได้ในรอบการประชุมวันที่​ 25 มีนาคมนี้​ สู่ระดับ​ 0.75%ต่อปี​ ด้านค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเพียงระยะสั้นจากความกังวลของนักลงทุนต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ​แต่ไม่นานจะพลิกมาแข็งค่าเทียบสกุลอื่นรวมทั้งดอลลาร์สหรัฐฯจากการนำเข้าที่หดตัวแรง​มีโอกาสเห็นเงินบาทลงต่ำกว่าระดับ​ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเดือนนี้

 


ถ้าน้ำมันร่วง 50% ... ใครได้ใครเสีย !!!!

https://www.marketplus.in.th/content/detail.php?id=5042

[อ่าน 583]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีลสุดพิเศษจาก Booking.com สำหรับที่พักในกรุงเทพฯ และพัทยา
มาม่า “ยืนหนึ่ง” แบรนด์กลุ่มอาหาร ผู้บริโภคเลือกซื้อ 170 ล้านครั้ง มากที่สุดในไทย
Kantar เปิดอันดับแบรนด์ “ยืนหนึ่ง - ดาวรุ่ง - ม้ามืด” ที่สุดในไทย
ผลกระทบของมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ของรัฐ กับครอบครัวคนทำงานองค์กร
Airbnb ชี้สัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว หลังคลายล็อกดาวน์ เผยยอดจองที่พักพุ่ง
“เปิด 6 เช็กลิสต์ตรวจเช็กรถยนต์รับมือหน้าฝน”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved