WP Energy คลี่แผนยุทธศาสตร์ใหม่ สู่ตำแหน่ง Energy Solution Provider
28 Oct 2020

 

บมจ. ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP Energy) ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ ‘เวิลด์แก๊ส’ เปิดแนวรบยุทธศาสตร์ปี 64 เป็น Energy Solution Provider ขยับเข้าเซ็กเม้นท์หุงต้มและครัวเรือนที่นับวันเติบโต ส่วนเซ็กเม้นท์ขนส่ง หรือออโต้ก๊าซ (Auto Gas) ที่มีแนวโน้มหดตัว ด้วยการขยายฐานตลาดสู่ธุรกิจร้านอาหาร ขยายสาขา ‘ผัดไทยไฟทะลุ’ เป็น 3 สาขาในปีนี้ และเตรียมเข้าสู่ธุรกิจซ่อมถังก๊าซ เพื่อรุกตลาดครัวเรือนเต็มตัว หลังเตรียมเปิดคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง ส่วนต่อขยายเฟส 3 ด้วยเงินลงทุน 550 ล้านบาท มั่นใจใช้ได้ 1 มกราคม 64 และเป็นไปตามนโยบายของกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ที่กำหนดให้ผู้ค้าแอลพีจี มาตรา 7 ต้องสำรองก๊าซแอลพีจีในคลังเพิ่มจาก 1% เป็น 2% ของปริมาณการค้าประจำปี

 

 

Energy Solution Provider

ด้วยสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จึงมองหาแนวราบที่จะทำให้ธุรกิจของตนเองขยายต่อไปอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นพวงศ์ โอมาธิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและบริหารองค์กร บมจ. ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ กล่าวถึงทิศทางใหม่ของบริษัทว่า  

“เราไม่ได้เป็นแค่บริษัทฯ ที่ทำธุรกิจด้านพลังงานเท่านั้น หากแต่เราขยายนิยามเชิงยุทธศาสตร์ใหม่สู่การเป็น Energy Solution Provider ด้วยการเดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมภาคครัวเรือนมากขึ้น โดยจะขยับพอร์ตของภาคขนส่ง – ภาคครัวเรือน - ภาคอุตสาหกรรม จาก 45:45:10 เป็น 20: 45:15 และในอนาคตจะเป็น 10: 70: 20 เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ก๊าซของภาคออโต้ก๊าซและภาคพาณิชยกรรมมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ความต้องการของภาคครัวเรือนและการหุงต้ม ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคครัวเรือนมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

การขยายแนวรบครั้งใหม่ล่าสุด ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ได้จับมือกับ วันเดอร์ ฟู้ด คอมปานี เปิดธุรกิจร้านอาหาร ‘ผัดไทยไฟทะลุ’ ด้วยฝืมือของ ‘แอนดี้ ยังเอกสกุล’ หรือ ‘เชฟแอนดี้ หยาง’ เชฟไทยระดับมิชลินสตาร์ อันเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่บริษัทฯ เข้าสู่ธุรกิจอาหารอย่างเต็มตัวมากขึ้น จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ได้จัดประกวด ‘สุดยอดร้านอาหารริมทางระดับโลก’ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตรีทฟู้ดที่มีมากมายในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของบรรดานักท่องเที่ยว และมีกิจกรรมเกี่ยวกับร้านอาหารอื่นๆ

 

 

นพวงศ์เผยว่า “เรามีแผนที่จะเปิด 3 สาขาในปีนี้ด้วยงบลงทุน 15 ล้านบาท โดยสาขาแรกเปิดตัวแล้วที่ ไทย เทสต์ ฮับ (Thai Taste Hub) บริเวณชั้น 1 อาคารมหานคร ช่องนนทรี โดยเน้นที่เมนูผัดไทย พร้อมสร้างการรับรู้ถึง ‘เบื้องหลังกว่าจะเป็นผัดไทย’ และการใช้ไฟจากเตาที่ต้องมีความแรงจึงจะได้รสชาติที่ดี ส่วนสาขาที่สองนั้นเตรียมจะเปิดที่สยามสแควร์ราวๆ กลางเดือนธันวาคมนี้ เน้นทั้งเมนูผัดไทยและข้าวซอย ขณะที่สาขาสามมีแผนจะเปิดแบบเดลิเวอรี่ผ่าน LINE MAN ที่สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ นอกจากนี้ เมื่อสามารถควบคุมคุณภาพและปัจจัยต่างๆ ได้ก็มีแนวโน้มที่จะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์สำหรับตลาดต่างประเทศ เนื่องจากในการทำตลาดต่างประเทศนั้นจะต้องมีเชฟคนไทยทำหน้าที่ผัดและควบคุมคุณภาพไปอยู่ในตลาดนั้นๆ ด้วย”

นอกจากนี้ เพื่อให้ WP สามารถควบคุมคุณภาพการบริการถึงคู่ค้าและผู้ใช้คนสุดท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นพวงศ์เผยถึงการขยายแนวรบอีกเส้นทางหนึ่งว่า “บริษัทฯ สนใจที่จะเข้าสู่ธุรกิจซ่อมถังก๊าซ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถกำหนดสเปกของถังก๊าซและสามารถออกแบบได้ต้องการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าวและมีแผนที่จะผนวกกิจการ ซึ่งการขยายธุรกิจตรงนี้จะทำให้บริษัทสามารถประหยัดค่าซ่อมถังก๊าซได้ด้วย จากเดิมที่เราต้องส่งออกไปให้กับบริษัทภายนอกเป็นมูลค่า 60-70 ล้านบาทต่อปีด้วยจำนวนถัง 4.8 แสนถัง/ปี”

สำหรับเงินลงทุน WP จะกู้เพื่อใช้ดำเนินโครงการดังกล่าว จากปกติที่บริษัทฯ ไม่ได้ใช้เงินกู้ในการทำธุรกิจ แต่เนื่องจากในครั้งนี้ บริษัทฯต้องการสำรองกระแสเงินสดไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินประมาณ 700-800 ล้านบาท นอกเหนือการขยายแนวรบอื่นๆ เพื่อหารายได้อื่นและการประหยัดต้นทุน ตลอดจนการใช้เม็ดเงินให้มีความคุ้มค่ามากที่สุด

 

 

เปิดคลังสำรองเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเดินหน้ารบสู่ยุทธศาสตร์ใหม่ของ  ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ สู่การเป็น Energy Solution Provider ล่าสุด WP เตรียมเปิดคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง ส่วนต่อขยายเฟส 3  ด้วยความจุกว่า 8,700 ตัน นับแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 ซึ่งจะส่งผลให้คลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกงเป็นคลังก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ด้วยความจุรวมทั้ง 3 เฟส ถึง 13,015 ตัน ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ในช่วงทดลองระบบ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของคลังเก็บและจ่ายก๊าซแอลพีจีของบริษัททั่วประเทศให้มีความสามารถบรรจุก๊าซรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 18,341 ตัน สอดคล้องกับข้อบังคับของกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ที่กำหนดให้ผู้ค้าแอลพีจี มาตรา 7 ต้องสำรองก๊าซแอลพีจีในคลังเพิ่มจาก 1% (3 วัน) เป็น 2% (7 วัน) ของปริมาณการค้าประจำปี  เพื่อเสริมความมั่นคงระบบพลังงานไทย  

 นพวงศ์  กล่าวถึงการขยายศักยภาพคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง เฟส 3 ครั้งนี้ว่า

“บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 550 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง ส่วนต่อขยายเฟส 3 ตามนโยบายของกรมธุรกิจพลังงานที่กำหนดให้ผู้ค้าแอลพีจี มาตรา 7 ต้องสำรองก๊าซแอลพีจีในคลังเพิ่มจาก 1% เป็น 2% ของปริมาณการค้าประจำปี ซึ่งการลงทุนครั้งล่าสุดจะส่งผลให้คลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกงกลายเป็นคลังก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ด้วยความจุรวม 3 เฟสกว่า 13,015 ตัน

 

 

นอกจากนี้ ในการก่อสร้างคลังเก็บและจ่ายก๊าซฯ บริษัทได้ใช้เทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและทันสมัย คำนึงถึงการดำเนินการที่มีความปลอดภัยสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14000 และ ISO 45001 ทั้งในด้านการกักเก็บ การบรรจุ และการขนส่ง ควบคู่กับการเสริมศักยภาพของโซ่อุปทานให้พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานของไทยครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ”   

นพวงศ์เผยถึงเป้าหมายของการทำตลาดก๊าซว่า “สำหรับยอดขายช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มที่จะกลับมาใกล้เคียงกับยอดขายเดิมและคาดว่ายอดขายทั้งปีน่าอยู่ที่ 7.5-8 แสนตัน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ก็มีแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยขยายจุดกระจายสินค้าจาก 12 แห่งเป็น 17 แห่ง เพื่อกระจายสินค้าให้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม”

               

 

ตอบโจทย์ ‘ชัยภูมิ+โซ่อุปทาน’

คลังเก็บก๊าซบางปะกง ถือเป็นคลังที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ ‘ชัยภูมิ+โซ่อุปทาน’ เนื่องจากมีชัยภูมิริมแม่น้ำบางปะกง ทำให้สามารถรองรับการขนส่งก๊าซทางเรือจากอ่าวไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็วและทันความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งเป็นคลังเก็บก๊าซริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย ที่สำคัญ ชัยภูมิตรงนี้ทำให้สามารถรับและกระจายสินค้าสู่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกของประเทศไทย รวมถึงเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมรองรับแผนการกระจายสินค้าทางเรือในอนาคต เอื้อต่อการกระจายสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างทั่วถึงทั้งภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมและภาคครัวเรือน รวมถึงทำให้บริษัทมีศักยภาพในการแยกเก็บก๊าซโดยแยกตามคุณภาพตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น

“การขยายคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง เฟส 3 ยังถือเป็นการขยับตัวเพื่อยุทธศาสตร์ทางการเงิน โดยเฉพาะการบริหารค่าใช้จ่ายของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องของการขนส่ง และการฝากสำรองก๊าซ ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้านให้กับบริษัท ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้ ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เป็นต้นแบบของผู้ค้าก๊าซมาตรา 7 ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นไปตามกฎข้อบังคับและนโยบายของกรมธุรกิจพลังงานและภาครัฐ ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ปริมาณก๊าซของผู้ค้าก๊าซแอลพีจีในระบบพลังงานไทยมีความมั่นคงมากขึ้น”

 

 

[อ่าน 11,208]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ลบ. ก้าวสู่ National Property Company
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับ "วาเลนไทน์–ตรุษจีน" สร้างโมเมนต์ สู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบมิติ
ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ "ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า" เอสยูวีไฟฟ้าต้นแบบรุ่นล่าสุด
AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงใหม่ แต่ขยายจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล
เดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต พลิกสู่ Adaptive Retail ตอกย้ำ “ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจร”
“พฤกษา” เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” โครงการลักชัวรี ครั้งแรกกับแบบบ้าน “คอร์ทยาร์ด”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved