
ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการพัฒนาสมาร์ทโฟนจอพับให้บาง เบา และใช้งานได้ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนทั่วไปมากขึ้น พร้อมผสานความสามารถของ Galaxy AI เข้ากับรูปแบบหน้าจอพับ เพื่อช่วยสรุปข้อมูล จัดการงานหลายอย่างพร้อมกัน และลดขั้นตอนการใช้งานที่ซับซ้อน

Galaxy Z Fold8 Ultra ถูกวางให้เป็นรุ่นสูงสุดของไลน์อัป มาพร้อมหน้าจอหลักขนาด 8 นิ้ว รองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์ การสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง ภายใต้ตัวเครื่องที่บาง 4.1 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และมีน้ำหนัก 215 กรัม
ด้านการถ่ายภาพมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล กล้อง Ultra-wide 50 ล้านพิกเซล รวมถึงความสามารถด้านวิดีโอระดับ 8K เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการถ่าย ตัดต่อ และสร้างผลงานได้จากอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว
ตัวเครื่องใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 Mobile Platform for Galaxy พร้อมแบตเตอรี่ 5,000mAh และระบบชาร์จเร็ว 45W รองรับทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการสร้างคอนเทนต์ตลอดวัน

Galaxy Z Fold8 เน้นความคล่องตัวในการใช้งานประจำวัน ด้วยน้ำหนัก 201 กรัม ซึ่งถือเป็น Galaxy Z Fold ที่เบาที่สุด พร้อมปรับอัตราส่วนหน้าจอให้เหมาะกับการอ่านข้อความ ท่องเว็บไซต์ ดูวิดีโอ และเล่นเกมมากขึ้น
เมื่อพับเครื่อง หน้าจอด้านนอกออกแบบให้จับถนัดมือและใช้ตอบข้อความหรือดูโซเชียลมีเดียได้สะดวก ส่วนเมื่อกางออก หน้าจอหลักขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับการรับชมคอนเทนต์และทำงานหลายแอปพร้อมกัน
ด้านกล้องมาพร้อมกล้องคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และฟีเจอร์ My FanCam ซึ่งสามารถติดตามบุคคลที่เลือกและปรับเฟรมวิดีโอให้เหมาะกับการนำไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย

Galaxy Z Flip8 เจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความคล่องตัว และการแสดงตัวตน ด้วยน้ำหนัก 180 กรัม และความบาง 6.1 มิลลิเมตร
หน้าจอด้านนอก FlexWindow ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้รองรับการใช้งานร่วมกับ AI ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสำคัญ เข้าถึงแอป สั่งงานด้วยเสียง และจัดการกิจกรรมต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกางตัวเครื่อง
ด้านการถ่ายภาพมาพร้อมกล้อง 50 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายเซลฟีผ่านกล้องหลัก การตั้งถ่ายแบบแฮนด์ฟรี และ Flex Mode สำหรับสร้างภาพหรือวิดีโอจากมุมมองที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริม

Galaxy Z Series รุ่นใหม่เพิ่มความสามารถของ AI ให้สอดรับกับหน้าจอพับมากขึ้น ทั้ง Now Brief สำหรับสรุปข้อมูลเฉพาะบุคคล และ Now Nudge ที่ช่วยเสนอขั้นตอนถัดไปจากบทสนทนาหรือกิจกรรม เช่น การเปิดปฏิทิน ค้นหาสถานที่ หรือบันทึกข้อมูล
ขณะที่ Gemini Intelligence ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยข้อความ เสียง หรือรูปภาพ พร้อมจัดการข้อมูลหลายประเภทบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้พร้อมกัน
ในด้านความปลอดภัย ซัมซุงยังคงใช้ระบบ Samsung Knox เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเปิดให้ผู้ใช้ตรวจสอบและควบคุมวิธีที่ AI เข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลได้มากขึ้น
Galaxy Z Series รุ่นใหม่เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยมีราคาเริ่มต้นดังนี้
Galaxy Z Fold8 Ultra เริ่มต้น 69,900 บาท
Galaxy Z Fold8 เริ่มต้น 61,900 บาท
Galaxy Z Flip8 เริ่มต้น 42,900 บาท

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของซัมซุงที่ต้องการขยายตลาดสมาร์ทโฟนจอพับให้เข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้ชื่นชอบเทคโนโลยี แต่พัฒนาให้เป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการสร้างคอนเทนต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
#Samsung #GalaxyZSeries #GalaxyZFold8Ultra #GalaxyZFold8 #GalaxyZFlip8 #GalaxyAI #สมาร์ทโฟนจอพับ





