'วัวแดง' ซุ่มปรับทัพรับปีฉลูตั้งเป้าโกยรายได้ 1.2 หมื่นล้านปี 64
29 Oct 2020

 

'วัวแดง' ปรับทัพพร้อมแข่งเดือดสมรภูมิอุตสาหกรรมนม 'ปีวัว' พลิกกลยุทธ์รับเทรนด์การตลาดยุคใหม่ชู e-Commerce Platform เพิ่มสัดส่วนการตลาดทั้งในและต่างประเทศเล็งเจาะฐาน 5 เมืองใหญ่ของจีนและเวียดนามวางเป้ากวาดรายได้ 1,000 ล้านบาท พร้อมโหมประชาสัมพันธ์ตอกย้ำจุดแข็งของนมไทย-เดนมาร์ค การเป็นผู้นำการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมโคสดแท้ 100%ไม่ผสมนมผง และผลักดันนมวัวแดง สู่แบรนด์อันดับที่ 1ในใจผู้บริโภคชาวไทยภายในปี 64 

 

 

ดร.อาทิตย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวว่า         

"ภายใต้การแข่งขันในอุตสาหกรรมนมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ประกอบกับ เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไวรัสโคโรนา-2019 ในปีนี้ ส่งผลให้ธุรกิจ e-Commerce ในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดและพฤติกรรมของคนไทยมีสัดส่วนการซื้อสินค้ารูปแบบช็อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าว อ.ส.ค.ได้เร่งปรับแผนส่งเสริมการขายและการตลาดให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแข่งขันมากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งในตลาด และขยายอัตราการเติบโต ของผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คทั้งใน และต่างประเทศในอนาคต     

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญล่าสุด คือ การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) การจัดทำแผนการตลาด การแก้ไขกลยุทธ์ทางการตลาด ปี 2564  เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บด้านการตลาดให้กับผู้บริหารและพนักงานฝ่ายการตลาดและการขาย และสำนักงานภาคทั้ง 5 ภาคของ อ.ส.ค. เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้มียอดจำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคง ครองสัดส่วนในตลาดในประเทศแบบยั่งยืน และสามารถทำรายได้ให้เป็นไปตามแผนรัฐวิสาหกิจระยะ 5 ปีซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2564 กำหนดต้องทำยอดขายให้ได้ 12,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน อ.ส.ค.เป็นผู้นำกลุ่มเจเนอรัล มิลค์ (General Milk) โดยครองสัดส่วนทางการตลาดอยู่ประมาณ 49%

ดังนั้น อ.ส.ค.จึงต้องเร่งปรับแผนกลยุทธ์เพื่อขยายตลาด และเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ตลอดจนศึกษา และวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจ และบริโภคนมกันมากขึ้น" 

ดร.อาทิตย์ กล่าวด้วยว่านอกจากการปรับแผนส่งเสริมการตลาดในประเทศแล้ว ในปี 2564นี้ อ.ส.ค.ยังเร่งทำพอร์ตขยายช่องทางธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มเติมในตลาดเป้าหมายสำคัญคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศเวียดนาม จากเดิมได้เข้าไปบุกเบิกสำเร็จมาแล้วใน สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา เพิ่มยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์ นมไทย-เดนมาร์ค โดยเฉพาะจีน และเวียดนามนั้น ถือเป็นประเทศที่น่าสนใจซึ่งขณะนี้เป็นเป้าหมายที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเบนเข็มเข้าไปลงทุนเนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังซื้อสูงและมีสัดส่วนประชากรค่อนข้างมาก 

“สำหรับตลาดในจีนที่เราเล็งไว้คือ จะเน้นเจาะตลาดคุณหมิงเป็นเมืองแรก โดยวางเป้าหมายส่งผลิตภัณฑ์เข้าไปชิมลางในไตรมาสแรกของปี 64 นี้ก่อนจะขยายฐานตลาดไปอีก 5เมืองใหญ่ คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว เซินเจิ้นและเฉิงตูโดยวางเป้าหมายยอดจำหน่ายตลาดต่างประเทศไว้ที่ 1,000 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนที่จะเข้าไปทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนควบคู่กัน”  ดร.อาทิตย์  กล่าว  

 

 

ด้าน วิทวัส ชัยปาณี   ประธานคณะอนุกรรมการ CG/CSR อ.ส.ค. กล่าวว่า

"ถึงเวลาที่ อ.ส.ค.จะต้องเร่งปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและแผนการตลาดผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เพื่อประสิทธิภาพด้านการแข่งขันและปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงยิ่งขึ้น โดยปรับลด กิจกรรมทางการตลาดรูปแบบที่ไม่ส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายหรือส่งผลบวกต่อแบรนด์ให้น้อยลง แล้วเห็นไปหันไปเน้นส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพที่สามารถกระตุ้นยอดขายและรายได้ให้ได้ตามเป้าหมายให้มากขึ้น อาทิ รูปแบบ e-commerce และ platform ทางการตลาดสมัยใหม่ ทั้งนี้ ในไตรมาสถัดไป อ.ส.ค.จะพลิกโฉมการทำตลาดผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คในรูปแบบทันสมัยมากยิ่งขึ้น  เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตอย่างมั่นคงใน 3  ขั้นตอนด้วยกันคือ

  • ขั้นตอนที่ 1 เน้นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นไปอีกโดยได้วางเป้าหมายภายในปี 2565 อ.ส.ค.จะต้องก้าวสู่นมแห่งชาติ (Being ‘National Milk by 2022) 
  • ขั้นตอนที่ 2 เน้นกลยุทธ์สร้างแรงจูงใจลูกค้า (Motivation) ให้เข้ามาเป็นลูกค้าและหันมาซื้อผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมากขึ้น
  • ขั้นตอนที่  3 เน้นกลยุทธ์เพื่อเร่งขับเคลื่อน

 

 

แบรนด์ไทย - เดนมาร์คก้าวสู่แบรนด์อันดับที่ 1ในใจผู้บริโภคชาวไทย (Top of Mind) แต่ต้องทำอย่างไรก็ได้นอกจากผู้บริโภครู้จักและรักแบรนด์แล้ว ต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาดที่กระตุ้นและดึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวให้หันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ผลิตภัณฑ์นมให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้จักและยอดขายไม่กระเตื้องขึ้นหรือยอดขายเท่าเดิม 

ดังนั้น  กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดในเบื้องต้น อ.ส.ค. จะเน้นลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมการขายร่วมกับตัวแทนจำหน่าย(เอเย่นต์)ในภูมิภาคต่างๆอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาทิ  จัดทำโปรโมชั่นส่วนลด-แถม รวมทั้งส่งทีมลงพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคด้านคุณประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกายในการดื่มนมโคสดแท้ 100% พร้อมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ อย่างหนักหน่วงมากขึ้น เพื่อตอกย้ำทุกกลุ่มสินค้าเรายืนอยู่บน Value Proposition อันแข็งแกร่งของแบรนด์ไทย-เดนมาร์ค นั่นคือ ผลิตจากนมโคสดแท้ 100%  ซึ่งจากมาตรการและกลยุทธ์ดังกล่าวเชื่อมั่นว่า อ.ส.ค.จะเป็นองค์กรนำในอุตสาหกรรมนมไทยและเป็นเจ้าตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มของประเทศอย่างแน่นอน"

 

 

ด้าน สุชาติจริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวว่า ด้านแผนการส่งออกตลาดสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนและ ประเทศเวียดนาม มีแผนเจาะตลาดในปี 2564 นั้นเนื่องจากปีงบประมาณ2563ที่ผ่านมา ทาง อ.ส.ค. ไม่สามารถเจาะตลาดมุ่งเน้นด้านตลาดต่างประเทศได้ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ประสบปัญหาโรคระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มีการล็อคดาวน์ประเทศทำให้ส่งออกต่างประเทศหยุดชะงัก จึงทำให้ อ.ส.ค. ต้องปรับแผนการส่งออกเป็นปี 2564 และอ.ส.ค.ยังได้จับมือกับพันธมิตรทางด้านอุตสาหกรรมกีฬาทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ๆ กว้างขวางขึ้นโดยผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนด้านกีฬาให้แก่เยาวชน อาทิ  สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด  สมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกีฬาที่เป็นยอดนิยมของคนไทยอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ภายใต้กลยุทธ์ที่หลากหลายเชื่อมั่นว่า จะทำให้ยอดจำหน่ายในปี 2564 นี้เติบโตทะลุ 12,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน 

นอกจากนี้ อ.ส.ค.ยังได้สนองนโยบายสำคัญของ นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแล อ.ส.ค. มีมาตรการให้ อ.ส.ค.เร่งรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการดื่มนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง จากน้ำนมโคที่ได้จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมประเทศไทย ตลอดจนสืบสาน รักษา ต่อยอดอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพทรงคุณค่าที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) ทรงพระราชทานไว้ให้แก่เกษตรกรไทย ได้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ  กลางน้ำและปลายน้ำจนถึงมือผู้บริโภคต้องได้คุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนจดจำว่านมวัวแดง นมไทย-เดนมาร์ค  นมทุกหยดผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นายสุชาติกล่าว

        

[อ่าน 2,757]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ลบ. ก้าวสู่ National Property Company
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับ "วาเลนไทน์–ตรุษจีน" สร้างโมเมนต์ สู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบมิติ
ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ "ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า" เอสยูวีไฟฟ้าต้นแบบรุ่นล่าสุด
AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงใหม่ แต่ขยายจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล
เดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต พลิกสู่ Adaptive Retail ตอกย้ำ “ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจร”
“พฤกษา” เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” โครงการลักชัวรี ครั้งแรกกับแบบบ้าน “คอร์ทยาร์ด”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved