อะโดบีคาดมูลค่าตลาดสินค้าออนไลน์สหรัฐฯ พุ่งถึง 1.89 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเทศกาล
11 Nov 2020

 

อะโดบีเผยการคาดการณ์การจับจ่ายออนไลน์ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2563 (1พ.ย.- 31 ธ.ค.) ข้อมูลจาก Adobe Analytics พบว่ามีการเข้าชม site ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกามากกว่าหนึ่งล้านล้านครั้ง มีการดูรายการสินค้า 100 ล้านรายการ จากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ 80 ราย

 

อะโดบีคาดการณ์ว่ายอดขายออนไลน์ช่วงวันหยุดของสหรัฐฯ จะมีมูลค่ารวม 1.89 แสนล้านดอลลาร์ ทำลายสถิติก่อนหน้านี้ทั้งหมดโดยเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน เทียบเท่ากับการเติบโตถึงสองปีในช่วงระยะเวลาแค่หนึ่งฤดูกาลหากรัฐบาลสหรัฐฯประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ขณะที่ร้านค้าออฟไลน์ต้องปิดตัวลงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศคาดว่าผู้บริโภคจะหันมาใช้จ่ายทาออนไลน์เพิ่มขึ้นอีก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ทำให้มูลค่ารวมแตะ 2 แสนล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน)

   จาก Cyber Week เป็น Cyber Months

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ด้วยว่า เทศกาลลดล้างสต็อกออนไลน์ (วันขอบคุณพระเจ้า - Cyber Monday) ในปีนี้ อาจเปลี่ยนจาก Cyber Week เป็น Cyber Months ซึ่งกินเวลาตั้งแต่พฤศจิกายนและธันวาคม และคาดการณ์ว่า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการจัดส่ง ความต้องการสินค้า และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้ค้าปลีกจะเริ่มขายของเร็วขึ้นในซีซั่นนี้ ผู้บริโภค 33% วางแผนที่จะช้อปปิ้งในช่วงวันหยุดให้เสร็จสิ้นภายในเทศกาล Black Friday อีกทั้งพบว่า

  • สถิติยอดขายออนไลน์รายวัน คาดว่าจะทะลุ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐทุก (วันที่ 1-21 พ.ย.) และเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ล้านสหรัฐ/วัน (22 พ.ย. - 3 ธ.ค.) และคาดว่า ผู้บริโภคจะใช้จ่ายสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • Black Friday, Cyber Monday  คาดว่าช่วง Black Friday จะสร้างยอดขายออนไลน์ 1 หมื่นล้านสหรัฐ เพิ่มขึ้น 39% เทียบกับปีก่อน ขณะที่ Cyber Monday จะยังคงเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของปีโดยมีมูลค่า 12,700 ล้านสหรัฐเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ช้อปจากสมาร์ทโฟน  ชาวอเมริกันจะใช้จ่ายมากกว่า 28,100 ล้านเหรียญสหรัฐผ่านสมาร์ทโฟนเมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งคิดเป็น 42% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ผู้ค้าปลีกรายย่อยและรายใหญ่  ผู้ค้าปลีกรายย่อย (ที่มีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ 10 - 50 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี) มีแนวโน้มจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 107% เทียบกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (+ 84%)  
  • ฮอตไอเทมขายดีสุดๆ คือ ของขวัญ/ ของเล่น  Rainbocorns, Cutetitos, Little Live Pets, ของเล่น Star Wars และชุดเลโก้ วิดีโอเกม: Cyberpunk 2077, Call of Duty: Black Ops Cold War, Spider-Man: Miles Morales, Mario Kart Home Circuit, Super Mario 3D All Stars เกมคอนโซล: PlayStation 5, Xbox Series X, Nintendo Switch
  • ผู้ซื้อรายใหม่คาดว่า 9% ของลูกค้าในช่วงวันหยุดทั้งหมดจะเป็นผู้ซื้อออนไลน์รายใหม่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส และคาดว่า อัตรา Conversion จะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 13% มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (AOV) คาดว่าจะทรงตัว YoY
  • สัปดาห์การเลือกตั้ง (1-7 พ.ย. ) ยอดขายออนไลน์จะทำสถิติถึง 1,630 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังการเลือกตั้งยอดขายออนไลน์จะเติบโตช้ากว่าสัปดาห์ปกติ 11%

  

 

 ไฮไลท์อันเป็นผลจากการศึกษายังพบว่า

  • ส่วนลดก่อนกำหนดในเดือนพฤศจิกายน: การลดราคาช่วงวันหยุดจะเริ่มภายในสองสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน และจะลดราคามากที่สุดในช่วง Black Friday จนถึง Cyber Monday 
  • ส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าจัดให้ได้ในวัน Black Friday โดยรับส่วนลดโดยเฉลี่ย 11% และทีวี 19%
  • จากแคมเปญ Small Business Saturday (วันที่ 28 พ.ย. วันเสาร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า) คาดว่าส่วนลดที่สูงสุดจะเป็นสินค้าคอมพิวเตอร์ (18%)

 

  • ตัวเลือกการจัดส่งที่ฟรี และราคาไม่แพงจะเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้บริโภค:
    • ผู้บริโภค 64% บอกจะไม่จ่ายค่าจัดส่งแบบเร่งด่วนในปีนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ค้าปลีกว่า ต้องแจ้งวันที่ตัดค่าจัดส่งฟรี (free shipping cut-off dates) ล่วงหน้า
    • ผู้ค้าปลีกจะเสนอตัวเลือกการจัดส่งที่ถูกที่สุดในวันถัดจาก Cyber Monday
    • คาดว่าชาวอเมริกันจะใช้จ่ายของขวัญที่ส่งตรงจากร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น 18% สำหรับบุคคลที่พวกเขาอาจไม่ได้เจอด้วยตนเอง

 

  • 'ซื้อพร้อมส่ง' ยังคงเป็นตัวเลือกยอดฮิต BOPIS (ซื้อทางออนไลน์ รับที่ร้านค้า) ซึ่งรวมถึงบริการซื้อพร้อมจัดส่งจะมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับปี 2019 เนื่องจากผู้คนตื่นตระหนกในการซื้อสินค้าช่วงสัปดาห์ก่อนถึงคริสต์มาส BOPIS ถูกคาดการณ์ว่าจะมียอดสั่งซื้อสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อทั้งหมดในร้านค้าปลีกที่ให้บริการ BOPIS

 

  • ข่าวดีสำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อย:
    • ผู้ค้าปลีกรายย่อย (รายได้ออนไลน์ 10 - 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี) จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้น (+107%) เทียบกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเพียง 84% (รายได้ออนไลน์ต่อปีมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
    • ผู้ค้าปลีกรายใหญ่จะยังครองตำแหน่งในตลาดออนไลน์ โดยยอดขายออนไลน์ที่เติบโต 55% ปีต่อปี และร้านค้าปลีกขนาดเล็กจะโต 8%
    • ผู้บริโภค 51% วางแผนให้การสนับสนุนผู้ค้าปลีกรายย่อยในแคมเปญ Small Business Saturday และ 38% วางแผนที่จะซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลีกขนาดเล็กตลอดทั้งฤดูกาล

  

  • ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้จ่ายระหว่างการเลือกตั้ง
  • ผู้บริโภค 26% กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งจะส่งผลกับการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดของพวกเขา จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา การซื้อขายออนไลน์ได้รับผลกระทบในทางลบหลังจากทราบผล โดยยอดขายออนไลน์ลดลง 14% ในวันหลังการเลือกตั้งปี 2559 และยอดขายออนไลน์ลดลง 6% ในวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2018

 

 

[อ่าน 834]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
9 กลยุทธ์ครองใจลูกค้าที่ทุกธุรกิจต้องรู้
10 ความจริง ที่ทำให้ส้มเป็นผลไม้ที่ “อมพิษ” มากที่สุด !!
เจาะลึกบิวตี้คอมมูนิตี้บนทวิตเตอร์ประเทศไทย 72% ใช้ทวิตเตอร์ค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ๆ
เสียวหมี่ ขึ้นแท่นอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก มีส่วนแบ่งการตลาด 13.1%
8 ข้อควรรู้เกี่ยวกับทวิตเตอร์เทรนด์
ผ่าเทรนด์คนไทย หลังวิกฤตโควิด-19 วิถีชีวิตที่ (ไม่) เหมือนเดิม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved