เนสท์เล่ ทุ่ม 4,500 ล. ขยายลงทุน 3 รง.ในไทยรับดีมานด์พุ่ง พร้อมรุกอีคอมเมิร์ซ
04 Dec 2020

 

งบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาทของเนสท์เล่ที่ประกาศการลงทุนครั้งล่าสุด ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่อย่างที่ไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อีกทั้งสะท้อนความมั่นใจของบิษัทข้ามชาติอย่าง เนสท์เล่ ที่มีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาวในประเทศไทย ด้วยการขยายขีดความสามารถการผลิตใน 3 โรงงาน ในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยูเอชที เสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอของเนสท์เล่ในการนำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและหลากหลายมากยิ่งขึ้นให้ผู้บริโภคชาวไทย โดยชูนวัตกรรมที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและสอดคล้องพันธกิจด้านความยั่งยืนระดับโลกของเนสท์เล่ พร้อมอัดงบประมาณอีก 50 ล้านบาท เสริมทัพธุรกิจดิจิทัล

วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า

“แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่เนสท์เล่เชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดประเทศไทย และมองเห็นถึงการเติบโตในระยะยาว จึงเดินหน้าขยายการลงทุน ใน 3 โรงงานหลัก ได้แก่ โรงงานอมตะ โรงงานบางชัน และ โรงงานยูเอชที นวนคร7 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ไอศกรีม และเครื่องดื่มยูเอชที  โดยนำอินไซต์ของผู้บริโภคชาวไทยมาต่อยอดสู่การวางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่นำนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีโภชนาการที่ดี รสชาติอร่อย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ควบคู่กับการคำนึงถึงความยั่งยืน สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต”

 

จากเทรนด์ผู้บริโภคสู่กลยุทธ์การลงทุนเพื่อการเติบโต

ผลการสำรวจพบว่า ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เนสท์เล่จึงนำอินไซต์เหล่านี้เป็นข้อมูลวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นและมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการมองหาของกินเล่นเพื่อช่วยเติมเต็มความสุขระหว่างวัน
  • ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสินค้ามากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทาย
  • ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ช่องทางอีคอมเมิร์ซ และบริการส่งอาหาร (ฟู้ดเดลิเวอรี่) มีการเติบโตสูง เนื่องจากผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก 

 

 

สร้างโรงงานอมตะแห่งใหม่เสริมพอร์ตอาหารสัตว์เลี้ยง

ปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงามากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ในช่วงโควิด-19 ที่หลายครอบครัวเริ่มลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่กำลังซื้อในตลาดสัตว์เลี้ยงยังไม่ตกสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่พบว่า ตลาดอาหารสัตว์พรีเมียมมีการขยายตัวสูงเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

เนสท์เล่จึงใช้งบลงทุน 2,550 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และเสริมพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของเนสท์เล่ให้แข็งแกร่งขึ้น โดยโรงงานแห่งใหม่ มีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในช่วงกลางปี 2564

 

 

ขยายไลน์การผลิตโรงงานบางชัน นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สู่ตลาด

โรงงานบางชัน เป็นโรงงานผลิตไอศกรีมของเนสท์เล่เพื่อตอบเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันที่ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการมองหาของกินเล่นเพื่อช่วยเติมเต็มความสุขระหว่างวันเนสท์เล่จึงสร้างความแปลกใหม่ให้ตลาดไอศกรีมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ไอศกรีมโมจิ ที่นำเทรนด์จากเกาหลีและญี่ปุ่นมาเปิดตลาดในไทยเป็นแบรนด์แรกและได้รับการตอบรับที่ดีมาก รวมถึงไอศกรีมคิทแคทและโอริโอ พร้อมริเริ่มนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ไอศกรีมเนสท์เล่ เอ็กซ์ตรีม นามะ ที่ทำจากกระดาษเป็นครั้งแรกของไทยและสามารถรีไซเคิลได้ ทำให้ยอดขายไอศกรีมเนสท์เล่มีการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจึงจัดสรรงบประมาณ 440 ล้านบาท เพิ่มไลน์การผลิตของโรงงานบางชัน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

 

สร้างโรงงานยูเอชทีแห่งใหม่ ส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและบรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อโลก

โรงงานยูเอชที นวนคร7 เป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มยูเอชที ได้แก่ ไมโล และ นมตราหมี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผลวิจัยของนีลเส็น (Nielsen) พบว่า เครื่องดื่มนมวัวยูเอชทีและเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ยูเอชที จะมีการเติบโตถึง 3% ใน 3 ปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและพกพาสะดวกเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยมองหา เนสท์เล่จึงเดินหน้าสร้างโรงงานยูเอชทีแห่งใหม่ด้วยงบประมาณ 1,530 ล้านบาท และเริ่มผลิตเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชูเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรักษ์โลก ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าง ไมโล ยูเอชที หลอดกระดาษแบบงอได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำหลอดกระดาษมาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูเอชทีของไทย  และตั้งเป้าลดการใช้หลอดพลาสติกได้มากกว่า 500 ล้านหลอดในปี 2564

นอกจากนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนระดับโลกที่ต้องการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี 2568 โรงงานทั้ง 3 แห่งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต ได้แก่ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ลดการใช้พลังงานและน้ำ ตลอดจนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และไม่เหลือขยะหรือของเสียไปที่หลุมฝังกลบ

พร้อมกันนี้เนสท์เล่ยังได้ลงทุนในการทำให้สายการผลิตทำงานด้วยระบบดิจิทัลมากขึ้นด้วยการติดตั้งอุปกรณ์กล้องดิจิทัลเพื่อใช้ตรวจสอบและควบคุมไลน์การผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดป้องกันความผิดพลาด และสามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปยังผู้บริโภค

 

 

ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี และเดินหน้ารุกตลาดอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)

ในส่วนของอีคอมเมิร์ซ ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด-19 ประเทศไทยคาดการณ์อัตราการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 30% แต่ช่วงที่เกิดโควิด-19 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอีก เนื่องจากผู้บริโภคหันมาช้อปของใช้ในบ้านและสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ในปี 2563 ยอดขายออนไลน์ของเนสท์เล่โตกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 2 เท่า

“เพื่อตอบรับเทรนด์ดิจิทัลที่มาแรง เนสท์เล่ได้ตั้งทีมอีบิสซิเนสขึ้นตั้งแต่ปี 2561 นับตั้งแต่นั้นมา เรามีการลงทุนทั้งด้านระบบและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีทีมงานเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า และในปีนี้ได้จัดงบลงทุนในอีบิสซิเนส 50 ล้านบาทเพื่อจัดหาเครื่องมือที่ดีที่สุดรวมทั้งร่วมมือกับพาร์ทเนอร์จัดการอบรมเพื่อให้ก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมลงทุนในการสร้างเทคโนโลยีด้านการตลาดโฆษณา และระบบการจัดการข้อมูลของเราเอง เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ และพัฒนาการสื่อสารที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง” 

[อ่าน 2,310]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ลบ. ก้าวสู่ National Property Company
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับ "วาเลนไทน์–ตรุษจีน" สร้างโมเมนต์ สู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบมิติ
ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ "ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า" เอสยูวีไฟฟ้าต้นแบบรุ่นล่าสุด
AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงใหม่ แต่ขยายจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล
เดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต พลิกสู่ Adaptive Retail ตอกย้ำ “ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจร”
“พฤกษา” เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” โครงการลักชัวรี ครั้งแรกกับแบบบ้าน “คอร์ทยาร์ด”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved