เนสท์เล่ เปิด รง.ยูเอชทีใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำสมัย - ยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า
21 Dec 2020

วิคเตอร์ เซียห์ (กลาง) ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า พร้อมด้วย เฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา (2 ขวา) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย, ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม (2 ซ้าย) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, ไชยงค์ สกุลบริรักษ์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการสำหรับผู้ใหญ่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, ซาทิช ศรีนิวาซาน (ขวา) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายเทคนิคและอุตสาหกรรมการผลิต เนสท์เล่ อินโดไชน่าในพิธีเปิดโรงงานยูเอชที เนสท์เล่นวนคร 7

 

จากการประกาศการลงทุนครั้งใหญ่ 4,500 ล้านบาทเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเพื่อขยายและสร้างโรงงานใหม่ 3 แห่งที่นิคมอมตะนคร,บางชันและนวนคร จากก่อนหน้าที่เนสท์เล่มีโรงงานในประเทศไทย 7 แห่ง

 

ล่าสุด เนสท์เล่เผยโฉมโรงงานยูเอชทีแห่งใหม่ที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี ที่ใช้งบลงทุนราว 1,530 ล้านบาท และได้เริ่มต้นการผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มกำลังผลิตในเครื่องดื่มยูเอชที อย่างไมโลและนมตราหมี ด้วยจุดแข็งทั้งด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับโลกและด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า (Value Chain) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก 

 

 

วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวถึงการเปิดตัวโรงงานยูเอชที เนสท์เล่ นวนคร 7 แห่งใหม่นี้ว่า  

"ในฐานะผู้นำด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพสูงและโภชนา การเหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับผู้บริโภคแล้ว เนสท์เล่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

โรงงานแห่งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า สอดคล้องกับเป้าหมายของเนสท์เล่ระดับโลกในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ตลอดจนลดการใช้พลาสติกที่ผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2568 นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อดูแลรักษาทรัพยากรไว้ให้คนรุ่นหลัง นอกจากนี้ โรงงานยูเอชที เนสท์เล่ นวนคร 7 ยังช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้กับชุมชนผ่านการจ้างงาน เกิดการพัฒนาทักษะของแรงงานในท้องถิ่นให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล”   

 

 

เทคโนโลยีในสายการผลิต

สำหรับสายการผลิตจากโรงงานยูเอชที เนสท์เล่นวนคร 7 แห่งนี้ ไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการสำหรับผู้ใหญ่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า

"โรงงานยูเอชที เนสท์เล่นวนคร 7 จะผลิตเครื่องดื่มยูเอชทีภายใต้แบรนด์ "ไมโล" และ "นมตราหมี" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจหลักของเนสท์เล่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค พร้อมคำนึงถึงความยั่งยืนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่แห่งคุณค่า"

             

เครื่องโฮโมจีไนเซอร์ ที่ใช้ในการผลิตไมโล โดยเทคโนโลยีเมมเบรน

 

วิดีโอโรงงานยูเอชที เนสท์เล่ นวนคร 7

 

 เทคโนโลยีที่ใช้ในโรงงานแห่งใหม่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ "ต้นน้ำ - กลางน้ำ - ปลายน้ำ" โดยมีทั้ง In-Process และ  After-Process กล่าวคือ

1) กระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ

  • การพัฒนาเครื่องโฮโมจีไนเซอร์ ที่ใช้ในการผลิตไมโล โดยเทคโนโลยีเมมเบรน แทนระบบเก่าที่เป็นแบบลูกสูบส่งผลให้มีการใช้พลังงานน้อยลงและลดความถี่ในการซ่อมบำรุง
  • การใช้ Heat Recovery System เพื่อนำความร้อนจากไอน้ำและน้ำร้อนที่เกิดจากกระบวนการผลิตกลับมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการใช้พลังงาน
  • การเลือกใช้สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นโอโซนในระบบการทำความเย็นของโรงงาน
  • การวางระบบจัดการของเสียและน้ำเสียจากการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพตามประเภทของขยะ เช่น การนำไปรีไซเคิล การนำไปสร้างเป็นพลังงานใหม่และการนำไปทำปุ๋ย ทำให้ไม่มีของเสียไปฝังกลบ
  •  การใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น การนำหลอดกระดาษแบบโค้งงอได้มาใช้กับผลิตภัณฑ์ไมโลยูเอชที
  • การลดปริมาณการใช้กระดาษลูกฟูกในการบรรจุสินค้า ด้วยการออกแบบกล่องให้เป็นแบบ Wrap Around แทนกล่องพับฝาชนทั่วไป

 

 

2) การจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ผ่านโครงการ “กล่องนมรักษ์โลก” ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ความรู้กับนักเรียนในโรงเรียนนำร่องเกี่ยวกับการจัดการบรรจุภัณฑ์ยูเอชทีภายหลังการบริโภคอย่างถูกวิธี รวมทั้งมีกระบวนการเก็บบรรจุภัณฑ์ยูเอชทีกลับมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง

 

 

โรงงานยูเอชที เนสท์เล่นวนคร 7 แห่งนี้สามารถชี้วัดความมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้ ดังนี้

  • ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 4,420 จิกะจูล/ปี หรือเทียบเท่าการเปิดเครื่องปรับอากาศขนาด 18,000 BTU ตลอด 24 ชม. นานถึง 77 ปี
  • นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • ทำให้ประหยัดกระดาษไปได้ 752 ตัน หรือเท่ากับกระดาษ A4 150 ล้านแผ่น
    • ลดปริมาณการใช้พลาสติกได้ถึง 142 ตัน เท่ากับถุงพลาสติก 26 ล้านใบทุกปี

 

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีโภชนาการเหมาะสมโดยใช้หลัก 60/40+ ซึ่งหมายถึงการที่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 60% จะต้องมีความพึงพอใจในรสชาติของผลิตภัณฑ์เนสท์เล่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบที่โดดเด่นในท้องตลาด พร้อมเพิ่มเติมคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีแอกทีฟไลฟ์สไตล์ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

 

แผนงานต่อไป

แผนงานในอนาคตของโรงงานยูเอชที เนสท์เล่นวนคร 7 คือ

  • แผนการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในปี 2564 โดยจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่หลังคาโรงงานและที่จอดรถ  
  • แผนการเปลี่ยนมาใช้กาวกันกล่องลื่นทดแทนการใช้ฟิล์มพลาสติกที่ใช้ยืดพันพาเลทในขั้นตอนการขนส่งพร้อมทั้งลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ด้วยการใช้ฟิล์มหุ้มบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล 30%

 

 

จากการประกาศเดินหน้าการลงทุน 4,500 ล้านบาทของเนสท์เล่ ไทยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมากับการขยายโรงงานสามแห่ง ประกอบด้วย

  • งบลงทุน 440 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตไอศกรีมที่โรงงานบางชันบางชัน อันเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อออกไอศกรีมรสชาติใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด ทุ่
  • งบลงทุนกว่า 2,550 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอมตะนคร เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และเสริมพอร์ตโฟลิโอในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของเนสท์เล่ อย่างเพียวริน่า, ฟริสกี้ส์, อัลโป เเละซุปเปอร์โค้ท เป็นต้น โดยมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในช่วงกลางปี 2021
  • งบลงทุน 1,530 ล้านบาท สร้างโรงงานนวนคร 7 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตในเครื่องดื่มยูเอชที อย่างไมโลและนมตราหมี

 

[อ่าน 3,253]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ลบ. ก้าวสู่ National Property Company
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับ "วาเลนไทน์–ตรุษจีน" สร้างโมเมนต์ สู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบมิติ
ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ "ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า" เอสยูวีไฟฟ้าต้นแบบรุ่นล่าสุด
AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงใหม่ แต่ขยายจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล
เดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต พลิกสู่ Adaptive Retail ตอกย้ำ “ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจร”
“พฤกษา” เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” โครงการลักชัวรี ครั้งแรกกับแบบบ้าน “คอร์ทยาร์ด”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved