สำนักวิจัย CIMB Thai ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยรับการระบาดโควิดรอบใหม่ - ปรับคาดการณ์ GDP ปี 63 และ 64
31 Dec 2020

       โดย ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย


เศรษฐกิจไทยเลี่ยงล็อกดาวน์ แต่เสี่ยงซึมยาว

การกลับมาระบาดของไวรัสโควิดรอบใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชนอย่างชัดเจนโดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศที่มีโอกาสลดลงต่อเนื่องไปถึงกลางปีหน้า ส่งผลกระทบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ขนส่ง และธุรกิจอื่นที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ที่มีการระบาดมากก็จะระมัดระวังการเดินทางออกจากบ้าน ธุรกิจและโรงเรียนต่างๆ อาจเริ่มให้ทำงานและเรียนหนังสือจากที่บ้านในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งจะกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจในกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีช่องทางการขายออนไลน์ แม้เศรษฐกิจไทยจะไม่หดตัวรุนแรงเหมือนที่เราเผชิญการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาสสอง เพราะภาครัฐมีการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามพื้นที่บ้าง แต่จากการระบาดที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อีกทั้งผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและอาหารได้ลดลงในช่วงที่คนจำนวนมากเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้านทำให้ขาดรายได้ และอาจกระทบการจ้างงาน แม้การว่างงานอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ชั่วโมงการทำงานอาจลดลง ส่งผลให้รายได้นอกภาคเกษตรยังคงอ่อนแอในปี 2564 การบริโภคภาคเอกชนจึงมีโอกาสอ่อนแอลงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าและมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะยังคงซึมยาวตลอดทั้งปี

ทุเรียนโมเดล - กรอบนอก นุ่มใน

แม้การบริโภคในประเทศมีความเสี่ยงหดตัวมากกว่าที่คาดในช่วงไตรมาสแรกและอาจฟื้นตัวช้า แต่เศรษฐกิจไทยน่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าในปีหน้า โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลในต่างประเทศออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการว่างงาน หรือรายได้ที่ลดลงจากโควิด-19 ประกอบกับ สภาพคล่องในตลาดการเงินที่มีสูงจากการออกมาตรการคิวอี และดอกเบี้ยต่ำได้ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนในต่างประเทศฟื้นตัวได้เร็วแม้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงก็ตาม ทั้งนี้ อุปสงค์ต่างประเทศที่ฟื้นตัวเร็วโดยเฉพาะในสหรัฐและจีน จะช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ชิ้นส่วนได้ในปีหน้า

]นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์และกลุ่มสินค้าเกษตรน่าจะราคาสูงขึ้นกว่าปีนี้ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จะช่วยให้การส่งออกของไทยไปอาเซียนดีขึ้น โดยเรามองว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับไปสู่โมเดลทุเรียนอีกครั้ง คือ อุปสงค์ข้างนอกแข็งแกร่งสนับสนุนการส่งออกสินค้า แต่อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอกระทบการบริโภคและการจ้างงาน นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาการฟื้นตัวที่ไม่เสมอภาคกัน หรือ uneven recovery หรือ K-shaped recovery กล่าวคือ คนมีรายได้ระดับกลาง-บน และมนุษย์เงินเดือน และธุรกิจขนาดใหญ่ น่าจะยังสามารถเป็นกำลังหลักในการประคองเศรษฐกิจได้ มีสภาพคล่องล้น แต่อีกด้านคือคนมีรายได้น้อย ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ และธุรกิจขนาดเล็ก น่าจะยังคงประสบปัญหาทางเศรษฐกิจลากยาวไปในปีหน้าจากรายได้ที่ยังคงอ่อนแอตามกำลังซื้อในประเทศ

ความหวัง-ความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยปี 2564

ความหวังที่จะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศน่าจะมาจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในการเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งการจ้างงานโดยรัฐบาลผ่านโครงการสร้างสาธารณูปโภคในชนบท การเร่งการลงทุนภาครัฐ การโอนเงินดูแลผู้มีรายได้น้อย หรือมาตรการลดรายจ่าย เช่น โครงการคนละครึ่ง และอาจเห็นการสร้างความเชื่อมั่นให้คนมีรายได้สูงมีส่วนกระตุ้นการบริโภคผ่านมาตรการภาษีเพิ่มเติม ด้านธปท. น่าจะหาทางผ่อนคลายเกณฑ์ในการอัดฉีดสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็กผ่านซอฟท์โลน และอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและลดรายจ่ายด้านดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการและครัวเรือน อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงต่อเนื่องจากปีนี้จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้น และจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภค แต่เรามองว่าความเสี่ยงในประเทศยังไม่น่ารุนแรงเท่าความเสี่ยงจากต่างประเทศ เช่น การกีดกันทางการค้าที่อาจมีต่อเนื่องในสมัยไบเดน และจากปัญหาเงินร้อนที่อาจมาทะลักเข้าตลาดทุนไทยตามสภาพคล่องที่ล้นในต่างประเทศส่งผลให้เงินบาทแข็งและกระทบความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

สรุปภาพรวมเศรษฐกิจไทย

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2563 ลงเล็กน้อยจาก -6.6% เป็น -6.7% และในปี 2564 จาก 4.1% เป็น 2.6% โดยเพิ่มสมมติฐานสำคัญสามประการ เรื่องแรกคือ การระบาดของโควิด-19 ลากยาวต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกและการรักษาระยะห่างที่ยังมีความจำเป็นตลอดทั้งปี เรื่องที่สองคือ ปัญหาทางการเมืองที่อาจกลับมากระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภคในปีหน้าหากรัฐสภาและผู้ประท้วงไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว และประการที่สามคือ ความล่าช้าในการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ทั้งจากการระบาดในต่างประเทศ และการที่คนในประเทศยังไม่ได้รับวัคซีน ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เราคงมุมมองการแข็งค่าของเงินบาทไว้ที่ระดับ 28.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปลายปีหน้าจากปัญหาเงินร้อนที่จะทะลักเข้าตลาดทุนไทย ประกอบกับการที่ประเทศไทยยังคงเกินดุลการค้าในระดับที่สูงซึ่งสนับสนุนให้เงินบาทแข็งค่าลากยาว

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0.25% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ เรามองว่าแม้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงฟื้นตัวช้าในปี 2564 แต่หลังจากคนไทยได้รับวัคซีนมากขึ้นและมีการควบคุมการระบาดได้ดีขึ้นในต่างประเทศ การท่องเที่ยวน่าจะกลับมาและน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเร่งตัวได้ดีขึ้นในปี 2565

[อ่าน 2,449]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Marketing Trends 2021
SCG เผยเทรนด์การก่อสร้าง 2021 เร่งสู่ยุค Smart City เชื่อมต่อแนวคิด Smart Living
LARK เทรนด์การทำงานวิถีใหม่ที่หลายองค์กรธุรกิจเลือกใช้แม้พ้นช่วงล็อกดาวน์
'กรุงศรี' เผยผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนของคนไทย แนวโน้มดี
5 ทริปท่องเที่ยวมาแรงในปี 2564
ซีบราเผยผู้บริโภค 2 ใน 10 เท่านั้นที่มั่นใจ อาหารที่ตนรับประทานปลอดภัย 100%
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved