ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิงวด 6 เดือน 2564 จำนวน 954.8 ล้านบาท
21 Jul 2021

 

  • กำไรสุทธิ 954.8 ล้านบาท ( -31.1% YoY หรือ 431.1 ล้านบาท) 
  • รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 61.6 ล้านบาท (+8.9%YoY) เพิ่มขึ้นจากการเป็นนายหน้าขายประกันและจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ 
  • รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 672.5 ล้านบาท (-11.7% YoY) ลดลงจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและธุรกิจเช่าซื้ออันเนื่องมาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อลดลง  
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 579.9 ล้านบาท (-12.3% YoY) จากการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น  
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงาน ปรับตัวดีขึ้นเป็น 56.7% จาก 59.5YoY   

นายพอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 7,284.1 ล้านบาทลดลง 644.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2563 สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 11.7 และรายได้อื่นร้อยละ 2.3 สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิร้อยละ 8.9 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 3,150.8 ล้านบาท ลดลงจำนวน 64.3 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.0 เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงาน สุทธิกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 12.3  กำไรสุทธิจำนวน 954.8 ล้านบาท ลดลงจำนวน 431.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันสาเหตุหลักเกิดจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 เป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและโอกาสที่คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าที่จะแย่ลงจากผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของโควิด19 

 

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดหกเดือนปี 2564 และ 2563 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 61.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.9 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเป็นนายหน้าขายประกันและค่าธรรมเนียมจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้  ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 672.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.7 เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและธุรกิจเช่าซื้ออันเนื่องมาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อลดลงและรายได้อื่นลดลง 33.4 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.3 ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน 

 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2564 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2563 ลดลงจำนวน 579.9 ล้านบาทหรือร้อยละ 12.3 สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นและการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานงวดหกเดือนปี 2564 อยู่ที่ร้อยละ 56.7 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 59.5   

 

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดหกเดือนปี 2564 อยู่ที่ร้อยละ 3.2 ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 3.3 เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและธุรกิจเช่าซื้อ 

 

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 217.8 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563   กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 242.9 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.4 จากสิ้นปี 2563 ซึ่งมีจำนวน 251.4 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็นร้อยละ 89.6 จากร้อยละ 90.3 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 

 

สินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPLs) อยู่ที่ 10.6 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.8 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ร้อยละ 4.6  สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของยอดสินเชื่อโดยรวมในขณะที่ยอดสินเชื่อด้อยคุณภาพเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก อย่างไรก็ตามธนาคารยังมีมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลลูกหนี้และการติดตามหนี้ 

 

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 อยู่ที่ร้อยละ 101.4 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 93.3 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 9.9 พันล้านบาทซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน1.8 พันล้านบาท 

 

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีจำนวน 53.4 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 20.6 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 15.0 

 

[อ่าน 454]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอสจี แคปปิตอล ผนึก ออโรร่า ส่ง CLICK2GOLD บริการผ่อนทองผ่านไลน์
อลิอันซ์ อยุธยา โชว์แกร่ง เปิดตัวเลขยอดจ่ายเคลมโควิดแล้วเกือบ 500 ล้านบาท
“สิริฮับ” เปิดจองวันแรก 21 ก.ย. นี้ Real Estate-Backed ICO ตัวแรกของไทย
Rugby School Thailand เปิดโครงการ Bubble & Seal ภายใต้ Sandbox Safety Zone “ครู-บุคลากร” ฉีดวัคซีนครบ 100%
ทีเอ็มบีธนชาต ปรับอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น จากฟิทช์ เรทติ้งส์ หนุนโดยการปรับสถานะเข้ากลุ่มธนาคาร D-SIBs
Klook ฉลอง 7 ปี เผย 7 เทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ สนับสนุนการท่องเที่ยวไทย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved