เมื่อ Gojek ถอยทัพจากเมืองไทย และแปลงร่างเป็น Airasia Super App
12 Aug 2021

 

31 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมาถือเป็นวันสุดท้ายที่ Gojek ได้โลดแล่นอยู่ในสมรภูมิฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ดุเดือดของไทย เป็นการปิดฉากธุรกิจที่บุกเบิกมา 2 ปีกว่า ก่อนจะแปลงร่างไปสู่ Airasia Super App คำถามที่น่าสนใจคือ ทั้งๆ ที่ตลาดกำลังเติบโตแต่ทำไม Gojek จึงไม่ตัดสินใจสู้ต่อ ?

 

ตลาดที่กำลังเฟื่องฟู

ต้องบอกว่า ‘สมรภูมิฟู้ดเดลิเวอรี่’ ในบ้านเรากำลังอยู่ในช่วงที่เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก สาเหตุหลักๆ มาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผลักให้ผู้บริโภคต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการซื้ออาหาร จากที่เคยขับรถไปซื้อเอง นั่งกินที่ร้าน ก็เปลี่ยนมาจิ้มผ่านสมาร์ทโฟนและรอรับอาหารที่หน้าบ้าน

ความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผลักให้มูลค่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทวิจัย Euromonitor เคยประเมินเอาไว้ว่า ตลาดนี้จะเติบโตขึ้นในระดับตัวเลข 2 หลักทุกปี จาก 6.88 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 เป็นมากกว่า 7.4 หมื่นล้านบาทในปี 2564 และกระโดดขึ้นไปที่ 9.9 หมื่นล้านบาทในปี 2567

 

กลิ่นที่หอมหวนทำให้สมรภูมินี้ไม่ได้มีผู้เล่นจากต่างชาติเช่น Grab, Gojek, Food Panda และ LineMan เข้ามาฟาดฟันกันเท่านั้น แต่ยังมีผู้เล่นท้องถิ่นอย่าง Robinhood ซึ่งมีเบื้องหลังเป็นธนาคารไทยพาณิชย์และ TrueFood จากกลุ่ม CP ก็กระโดดเข้ามาแย่งชิงเช่นเดียวกัน

แต่เพราะนี่ยังอยู่ในช่วง ‘เผาเงิน’ เพื่อสร้างฐานลูกค้าก่อนที่จะไปกอบโกยในอนาคต ทำให้ทุกวันนี้ยังไม่มีรายไหนได้สัมผัสคำว่า ‘กำไร' อยู่เลย ซึ่งจากการแข่งขันที่ดุเดือดตลอดจนต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ Grab, Gojek, Food Panda และ LineMan ขาดทุนรวมกันกว่า 4 พันล้านบาทในปี 2562 ที่ผ่านมา

 

นี่จึงนำไปสู่การคาดการณ์ที่ว่า ในอนาคตอันใกล้เราอาจเห็นการควบรวมกิจการ เพื่อทำให้ธุรกิจนั้นอยู่รอด ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นจากประเทศอื่นๆ มาแล้ว

 

 

โบกมือลาประเทศไทย

ไม่นานหลังจากมีการประเมินออกมา ทิศทางดังกล่าวก็เป็นจริง เมื่อ Gojek แบรนด์ที่อยู่ในตลาดได้เพียง 2 ปีเศษๆ ได้ตัดสินใจที่จะโบกมือลาประเทศไทย ด้วยการขายกิจการให้กับ Airasia Super App ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของสายการบินต้นทุนต่ำของประเทศมาเลเซีย

ดีลนี้มีมูลค่าราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 พันล้านบาท ผ่านการแลกหุ้นระหว่างกัน โดย Airasia Super App นั้นถูกมูลค่าประเมินทางตลาดอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐด้วยกัน

 

"ด้วยการผนึกกำลังและสานต่อธุรกิจที่มั่นคงของ Gojek ในประเทศไทย เชื่อว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนความมุ่งมั่นของเราในพื้นที่นี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ”

โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Airasia กล่าวในแถลงการณ์

 

ทางด้านธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า

“พฤติกรรมคนไทยคือสามารถในการปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลได้ดี คุ้นชินกับรูปแบบไลฟ์สไตล์ผ่านโทรศัพท์มือถือ และกิจกรรมต่างๆแบบเรียลไทม์ รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ฟินเทค และความบันเทิงออนไลน์ จนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน ผมเชื่อว่ากลุ่มแอร์เอเชีย จะสามารถต่อยอดธุรกิจจากสิ่งที่ Gojek ประสบความสำเร็จแล้วในกรุงเทพฯ ได้อย่างดี พร้อมก้าวสู่โอกาสใหม่เพื่อมอบความสะดวกสบายและการแข่งขันด้านราคาที่มากขึ้นสำหรับคนไทย”

 

 

ขาดทุนหลัก พันล้านบาท

ขณะเดียวกันมีการประเมินว่า ดีลนี้ยังทำให้เห็นถึงวิธีการปรับเปลี่ยนธุรกิจระดับภูมิภาคของ Gojek หลังจากประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าจะควบรวมกิจการกับ Tokopedia ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียเพื่อจัดตั้ง GoTo โดยดีลนี้จะทำให้ Gojek สามารถเพิ่มการลงทุนในเวียดนามและสิงคโปร์ได้มากขึ้น

 

การโบกมือลาของ Gojek ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่รู้แล้วว่า หากจะสู้กับคนอื่นให้สูสีอาจจะต้องใช้เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่า ผลลัพธ์จะเป็นดั่งที่คาดหวัง

ข้อมูลจาก  Momentum Works ที่ปรึกษาของสิงคโปร์เปิดเผยว่า GrabFood ครองส่วนแบ่ง 50% ของตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในไทยที่มีมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9 หมื่นล้านบาทในปี 2563 เมื่อวัดจากมูลค่าสินค้ารวม โดย Food Panda ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 23% ตามด้วย LineMan 20% ขณะที่ GoFood ของ Gojek มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 7% เท่านั้น

 

เมื่อหันกลับมาดูผลประกอบการของ Gojek ก็นับว่าน่าเป็นห่วง เพราะขาดทุนสะสมหลัก ‘พันล้านบาท'  ด้วยกัน อ้างอิงข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าถึงรายได้และกำไร บริษัท เวล็อคซ์ ดิจิตอล จำกัด พบว่า ปี 2561 รายได้ 972 บาท ขาดทุน 106 ล้านบาท, ปี 2562 รายได้ 133 ล้านบาท ขาดทุน 1,137 ล้านบาท ปี 2563 รายได้ 184 ล้านบาท ขาดทุน 294ล้านบาท จึงไม่แปลกใจที่บริษัทแม่จะหันไปโฟกัสในตลาดอื่นที่ยังมีโอกาสมากกว่า

 

ถึงตอนนี้สายการบิน Airasia ก็ยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า ทิศทางในประเทศไทยของ Airasia Super App จะเป็นอย่างไร แต่ล่าสุดนั้นได้มีการเปิดให้บริการในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งจากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่า น้องใหม่แต่ไม่เก่ารายนี้จะสามารถงัดง้อกับผู้ที่เข้ามาก่อนแล้วได้หรือไม่ เวลาเท่านั้น ที่จะสามารถให้คำตอบได้

 


บทความจากนิตยสารมาร์เก็ตพลัส ฉบับ 137 เดือนสิงหาคม 2564


 

[อ่าน 2,408]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
AIA เปิดเกมอุดช่องว่างค่ารักษา ส่ง “Health CI Hero” รับความเสี่ยงโรคร้ายแรงยุคค่ารักษาพุ่ง
TikTok LIVE ปลุกพลังคอมมูนิตี้ ค้นพบวัฒนธรรม ใน Community Fest 2026
BIG Camera เปลี่ยนเกมตลาดกล้อง ดันอีเว้นต์ BIG PRO DAYS สู่ Content Creation Experience
BIG MOTOR SALE 2026 มหกรรมขับเคลื่อนความสุข ของคนอยากมีรถใหม่
NRF เผย SABZU ร่วมกับร้าน Pho สร้างสีสันกลางกรุงลอนดอน เปิดตัว Pink Sriracha ณ สถานีรถไฟ King’s Cross
ธ.ก.ส. จับมือ กรมสรรพากร เชื่อมโยงรับ-ส่งข้อมูล ยกระดับการตรวจสอบและจัดเก็บภาษียุคดิจิทัล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved