'วิถีสิงห์' วิถีสู่ความยั่งยืนแบบ 'ภิรมย์ภักดี' คุณภาพ ความกล้า ความสุข 'ครอบครัวสิงห์'
24 Nov 2021

ในวาระ '9 ทศวรรษ บุญรอดบริวเวอรี่' ที่จะมาถึงในปี พ.ศ. 2566 การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมก็ยังสานต่อปณิธานของ พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญต่องานด้านอาสาสมัคร มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมส่งต่อปณิธานถึงคณะผู้บริหารรุ่นต่อๆ มา ได้ดำเนินงานด้านอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ จนนำมาสู่การก่อตั้ง 'มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี' และเป็นจุดเริ่มต้นของ 'สิงห์อาสา' ในปี 2554 ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครดูแลสังคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของทีมสิงห์อาสาครั้งดังกล่าว เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ คุณสันติ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในขณะนั้นที่มอบภารกิจสำคัญให้ทีม 'สิงห์อาสา' ภายใต้มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องห่วงยอดขาย ไม่ต้องคิดถึงมูลค่าการช่วยเหลือ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือให้ทีมสิงห์อาสา ‘ไปนำรอยยิ้มของทุกคนกลับมา’

 

ความยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ 'สิงห์' ซึ่งต่อมาได้แตกไลน์ธุรกิจสู่ธุรกิจอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลภิรมย์ภักดีให้มุมมองที่เกี่ยวกับความยั่งยืนครอบคลุมโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจทั้งหมด นับแต่ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน องค์กร สังคม และชุมชน

"การที่จะเดินหน้าสู่ความยั่งยืนได้นั้นจะต้องมาจากความเข้มแข็งภายในเสียก่อน นี่จึงทำให้ผมให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ กรองให้ละเอียดมากขึ้นในช่วงเวลาของไทม์ไลน์ที่สั้นลง และโฟกัสให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบกับทุกคน ทุกธุรกิจและทั้งโลก สำหรับธุรกิจที่ทำแล้วไม่ Move The Needle (การสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง) ผมไม่ได้มองเรื่องการเสียทรัพยากรทางด้านการเงิน แต่ผมมองในแง่การเสียทรัพยากรบุคคลที่ต้องทุ่มให้กับงานนั้นมากกว่า เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับ 'คน' มาก ไม่ว่าจะเป็นการวางคนให้เหมาะสมกับความสามารถ (Put The Right Man into The Right Job) หรือแม้แต่การส่งเสริมทางด้านกีฬา ไม่ใช่เพราะสิงห์เป็นสปอนเซอร์ แต่กีฬานั้นเป็นการพัฒนาคน ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรของชาติ นับตั้งแต่การจัดการให้ความรู้กับทายาทของตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้สามารถสืบทอดธุรกิจครอบครัวของรุ่นพ่อแม่ได้ หรือการจับมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อจัดการฝึกอบรมสายวิชาชีพให้กับผู้สนใจ"

 

แน่นอนว่า ความยั่งยืนจะเปิดขึ้นได้ องค์กรจะต้องมี 'ความเข้มแข็ง' ด้วย ทว่าในมุมมองของจุตินันท์นั้น 'ความเข้มแข็ง' ไม่ใช่ขนาดขององค์กรที่ใหญ่โต มีบริษัทในเครือเป็นร้อยบริษัท หรือมีจำนวนพนักงานมีนับหมื่น หรือมียอดขายมหาศาล

"สำหรับผม 'ความเข้มแข็ง' คือ การที่องค์กรอยู่ได้ด้วย 'ความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง' อีกทั้งสามารถสืบเนื่องเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งได้ ซึ่งสำหรับธุรกิจของครอบครัวเราก็คือ พระยาภิรมย์ภักดี ที่มุ่งทำธุรกิจและรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชน โดยนอกเหนือจากการมุ่งผลิตสินค้าคุณภาพ และสินค้าระดับพรีเมียมแล้ว เรายังต้องตอบแทนสังคมด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่เราได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบแทนสังคมนั้น เราได้ทำมา 80 กว่าปี แล้วก่อนที่จะมีคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) ครั้งนั้น พระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งทำธุรกิจเรือเมล์ ขาวข้ามฟาก ก่อนที่สะพานพุทธยอดฟ้าจะเปิด ท่านได้สละเรือสองลำ เพื่อใช้เป็นเรือดับเพลิง ช่วยบ้านเรือนตามริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งนี่คือ เรื่องจิตอาสา และเป็นสิ่งที่ 'สิงห์อาสา' ยังคงปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการสืบทอดปณิธานนี้ ต่อเนื่องมาถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเราเองก็ได้ส่งต่อปณิธานเหล่านี้ของผู้ก่อตั้งให้กับ 'ครอบครัวสิงห์' ทุกคน ทั้งนี้เรามองว่า ความเข้มแข็งของบริษัทฯ ต้องมาจากความเข้มแข็งของสังคมด้วย ส่วนสังคมจะเข้มแข็ง และอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องก็จะต้องมาจากการศึกษา สุขภาพ เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นการดูแลและสนับสนุนให้สังคมเจริญเติบโตได้อย่างเข้มแข็งไปพร้อมกัน ดังนั้น 'ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ' ของเราจึงต้องมีเรื่องของ 'สังคม' เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเรามีมาอย่างยาวนานและ 'ต่อเนื่อง' ผมขอย้ำว่า 'ต่อเนื่อง' เพราะเราสนับสนุนทางด้านนี้มาตลอดและยาวนานจริงๆ"

 

วิถีสิงห์

ตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจของ 'สิงห์' ได้มีการสืบทอดวัฒนธรรมองค์กรในนามของ 'วิถีสิงห์' หรือ SINGHA WAY เมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อให้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับกลุ่มธุรกิจของ 'สิงห์' ให้สามารถเดินหน้าได้ต่อไปในอนาคต อีกทั้งสร้างเป็น DNA ให้กับองค์กร เพื่อสร้างและส่งต่อปณิธาน ความเป็นตัวตน 'คนสิงห์' จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อหล่อหลอมความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นใน 'ครอบครัวสิงห์' ตั้งแต่ทายาทในตระกูลภิรมย์ภักดี จนถึงผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ

 

'วิถีสิงห์' ประกอบด้วย

  • 1) กล้าหาญอย่างสิงห์ (We Act with Courage) การกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนกล้าแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ฯลฯ สำหรับหลักการข้อนี้ จุตินันท์ ได้ยกตัวอย่างที่ถือเป็น Classic Case ขององค์กรว่า "ตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจของ 'สิงห์' ก็เคยเผชิญความท้าทายมาก่อน เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่แข่งขันในปี 2540 ขนาดที่ 'คุณสันติ ภิรมย์ภักดี' ซึ่งเป็นผู้บริหารในขณะนั้นยอมรับว่า "แพ้ แต่จะไม่ยอมแพ้" และนั่นคือการร่วมแรงร่วมใจให้ 'ครอบครัวสิงห์' พลิกฟื้นกลับมาผงาดในสนามธุรกิจเป็นเบอร์ 1 อีกครั้ง นี่คือความเชื่อมั่นในความกล้า กล้าที่จะบอกว่า 'แพ้' แต่เราจะไม่ยอมแพ้"

 

  • 2) เราคือ 'ครอบครัวสิงห์' (We Are Family) เราเชื่อในความเป็น 'ครอบครัวสิงห์' โดยเรามองที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทั้งหมด นับแต่คู่ค้าทั่วประเทศ ซัพพลายเออร์ พนักงานลูกค้า เรามองว่าทุกคน คือ ครอบครัวเดียวกัน และพร้อมที่จะพัฒนาให้ทุกคนมีคุณภาพ เก่งขึ้น และเติบโตไปพร้อมๆ กันในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา "เราเล็งเห็นถึงผลกระทบของร้านอาหารที่ถูกมาตรการล็อกดาวน์จากภาครัฐ ตอนนั้นเราได้ขยายเครดิตเทอมให้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมทั้งดูแลซัพพลายเออร์ที่จะต้องส่งวัตถุดิบมาในสายการผลิตของเราด้วย นอกเหนือจาการดูแลพนักงานและครอบครัว ด้วยการดำเนินมาตรการทางด้านสุขอนามัยตามที่รัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด"

 

  • 3) ส่งมอบคุณภาพที่ดีที่สุด (We Deliver Premium Quality) การมุ่งส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดและมีคุณภาพระดับเมียม อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง "อย่างที่บอกว่า เราโฟกัสกับผลลัพธ์และภาระรับผิดชอบ (Accountabilityความรับผิดและรับชอบในผลของการกระทำตามบทบาทหน้าที่ของผู้กระทำ) และมีความเชื่อมั่นกับการส่งมอบคุณภาพทุกอย่างที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการงาน, ผลิตภัณฑ์, โครงการ โดยคุณภาพต้องมาก่อน" จุตินันท์กล่าว

 

  • 4) เชื่อในเรื่องความสุข (We Believe in Happiness) การสร้างความสุขให้พนักงาน คู่ค้า และสังคม "เพราะสุดท้ายเราเชื่อว่า การจะทำให้สังคมเกิดความยั่งยืนได้นั้น นั่นคือความสุข ผมเชื่อว่า สิ่งที่เราจะต้องร่วมกันสร้างทั้งกับพนักงาน ลูกค้าและพันธมิตรของเรา คือ การสร้างความรู้สึกให้คนเหล่านี้รู้สึกว่า การที่เราได้ช่วยเหลือสังคมนั้นมันตอบแทนเราอย่างไร นั่นคือความสุข ฉะนั้น คนที่ทำงานกับเราก็จะมีความสุขไปด้วย"

 

 

'สิงห์อาสา'

สำหรับความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำงานจิตอาสาของ 'สิงห์' ที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รู้จักของโครงการ 'สิงห์อาสา' นั้นในปีนี้ ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ประกาศเดินหน้าภารกิจดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในวาระครบรอบ 10 ปีสิงห์อาสา ประสานความร่วมมือเครือข่ายสิงห์อาสาทั้งหมดที่กระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลทั้ง 'ต้นน้ำ - แหล่งน้ำ - สายน้ำ และ ความยั่งยืน' ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้  

ทุกวันนี้ปัญหาทรัพยากรน้ำไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของโลกที่ทุกคนต้องช่วยกัน สำหรับในประเทศไทยแล้ว ปัญหา 'น้ำ' ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมากทั้งน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตร น้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ด้วยเหตุนี้ในโอกาส 10 ปีสิงห์อาสา เรามีความตั้งใจที่จะรวมพลังเครือข่ายทั้งหมด ทั้งเครือข่ายบริษัทในเครือบุญรอดฯ และเครือข่ายภายนอกทั้งกลุ่มของสถาบันการศึกษา อาสากู้ภัย และส่วนราชการต่างๆ เพื่อช่วยผลักดันภารกิจดูแลทรัพยากรน้ำผ่าน 4 โครงการปีนี้ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งการดูแลป่าต้นน้ำในเขตจังหวัดภาคเหนือ การดูแลแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคในจังหวัดภาคอีสาน การดูแลสายน้ำในจังหวัดภาคกลาง และการลดปัญหาขยะลงสู่ทะเลในจังหวัดภาคตะวันออกและภาคใต้เพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้จะทำคู่ขนานกันกับภารกิจหลักที่กลุ่มสิงห์อาสาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติเร่งด่วนต่างๆ รวมทั้งโครงการสร้างงานสร้างอาชีพบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาโควิด -19 ตามที่บริษัทฯได้ประกาศไว้

 

 

โครงการ 10 ปี สิงห์อาสา กับการดูแลทรัพยากรน้ำ

การดูแลพื้นที่ 'ต้นน้ำ'

'สิงห์อาสาสู้ไฟป่า รักษาต้นน้ำ' ในเขตภาคเหนือ โดยร่วมกับ บริษัท เชียงใหม่ เบเวอเรช จำกัด, บริษัท สิงห์ปาร์คเชียงราย จำกัด และเครือข่าย 10 สถาบันการศึกษาภาคเหนือ พร้อมด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลป่าต้นน้ำ ป้องกันการเกิดไฟป่า ละทำแนวกันไฟป่า อบรมให้ความรู้กับชาวบ้านในพื้น เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาไฟป่า และสร้างฝายต้นน้ำ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของป่าต้นน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปี

'สิงห์อาสา แหล่งน้ำชุมชน' ในเขตภาคอีสาน โดยร่วมกับ บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท มหาสารคาม เบเวอเรช จำกัด และเครือข่าย 16 สถาบันการศึกษาภาคอีสาน เพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำในชุมชน แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงใช้ในการเกษตรช่วงประสบปัญหาภัยแล้ง สร้างธนาคารน้ำสิงห์แก้ปัญหาเรื่องน้ำบริโภค และนำองค์ความรู้เรื่องการขุดบ่อน้ำชุมชน สร้างธนาคารน้ำใต้ดินมาถ่ายทอดให้ประชาชน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้อย่างยั่งยืน


การดูแล 'สายน้ำ'

'สิงห์อาสา ฟื้นฟูสายน้ำ' เขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ร่วมกับ บริษัท วังน้อย เบเวอเรช จำกัด, บริษัท ปทุมธานี บริวเวอรี่ จำกัด บริษัท บุญรอดเอเซีย เบเวอเรชจำกัด, บริษัท สิงห์ เบเวอเรช จำกัด, บริษัท สามเสน บริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานกู้ภัย และเครือข่าย 10 สถาบันการศึกษาภาคกลาง  เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียและทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาใช้อุปโภคได้ และส่งผลกระทบต่อปัญหาน้ำท่วม เป็นโครงการที่มุ่งเน้นในการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ โดยจะมีกิจกรรมเก็บขยะร่วมกับคนในท้องถิ่น รักษาความสะอาดของแม่น้ำลำคลองก่อนไหลลงสู่ทะเล

'สิงห์อาสา ซี ยู สตรอง' สร้างความยั่งยืนให้ทะเลไทยในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ ร่วมกับ บริษัท สุราษฎร์ธานี เบเวอเรช จำกัด, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ และเครือข่าย 12 สถาบันการศึกษาภาคใต้และตะวันออก เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนระบบนิเวศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยกิจกรรมเก็บขยะ สร้างแนวปะการังเทียม ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนในท้องถิ่นตนเอง เพื่อการพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

 


 

[อ่าน 1,010]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พล อมรพล & แอ๋ม ธมลวรรณ ผู้ปั้นผ้าส่วนเกินให้เป็น moreloop
โอภาส ศรีพยัคฆ์ Sustainable Economy ในมุมของ LPN
'The Dots' Connector Xtaligence & ClassMonster
Let's Celebrate !! 'ส่งความสุข สนุก' กับแบรนด์
เฮงเค็ล ประเทศไทย 'Connecting-The-Dots' With Purposes
'SCB ' ตั้ง SCBX เป็น 'ยานแม่' มุ่งสู่ Regional FinTech Group
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved