เงินเฟ้อโลกไปไกล เงินเฟ้อไทยน่าห่วงหรือไม่?
08 Jan 2022

 

​อัตราเงินเฟ้อในต่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องเกินคาดในช่วงนี้เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองกันอย่างใกล้ชิด และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วขึ้น ในส่วนของประเทศไทย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อไทยจะปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อต่างประเทศพอควรโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐและอังกฤษ ที่อัตราเงินเฟ้อเดือนเดียวกันอยู่ที่ 6.8% และ 5.1% ตามลำดับ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเงินเฟ้อไทยจึงต่ำกว่าประเทศเหล่านี้และจะมีโอกาสสูงขึ้นเช่นเดียวกันในระยะต่อไปหรือไม่

 


 

เงินเฟ้อไทยต่ำกว่าเงินเฟ้อต่างประเทศจากวัฏจักรเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน 

สาเหตุหลักที่เงินเฟ้อไทยต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วมี 2 ประการ ทั้งจากวัฏจักรเศรษฐกิจที่แตกต่างกันและระดับการพึ่งพาสินค้านำเข้าเป็นวัตถุดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคในประเทศเองก็มีความต่างกัน กล่าวคือ

  • ประการแรก เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงที่กำลังฟื้นตัว และต้องใช้เวลาก่อนจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิดในช่วงต้นปี 2566 เนื่องจากพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงถึง 20% นอกจากนี้ ยังเป็นการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมทั้งในมิติรายได้ พื้นที่ และภาคเศรษฐกิจ การจ้างงานและรายได้ยังคงเปราะบาง จึงทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์อยู่ในระดับต่ำต่างจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและกลับสู่ระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิดแล้วเนื่องจากพึ่งพาการบริโภคและการลงทุนในประเทศเป็นหลักและมีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทำให้อุปสงค์สูงขึ้นมากหลังการคลายมาตรการล็อกดาวน์ จากที่อั้นมาในช่วงการระบาด ขณะเดียวกันยังเผชิญปัญหาห่วงโซ่อุปทานเกิดภาวะชะงักงัน หรือ supply chain disruption ในช่วงที่มีการระบาดทำให้ไม่สามารถรับมือกับอุปสงค์ของประเทศเหล่านี้ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างในบางอุตสาหกรรมของประเทศพัฒนาแล้วเพื่อดึงแรงงานกลับมา จึงเร่งให้มีการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคที่ยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากยังมีความต้องการสินค้าอยู่มาก

 

  • ประการที่สอง ไทยมีการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศในการผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคในประเทศค่อนข้างต่ำ ทำให้ต้นทุนปรับสูงขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ยกเว้นสินค้าในหมวดพลังงานซึ่งรัฐมีมาตรการดูแลและตรึงราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มช่วยอยู่ระดับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคเป็นไปได้ยากภายใต้อุปสงค์ที่ยังเปราะบางเช่นปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารต้นทุนเท่าที่ทำได้ ดังนั้น แรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงนี้ จึงมาจากปัจจัยด้านอุปทานโดยเฉพาะราคาพลังงานเป็นสำคัญ ซึ่งน่าจะคลี่คลายลงได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565

 

 

เงินเฟ้อไทยในอนาคตอาจผันผวนตามราคาพลังงานโลก

ราคาพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในปี 2564 และ 2565 (รูป 1) ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังการคลายมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ที่มีปัญหาชั่วคราวด้านการผลิตมาซ้ำเติม ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 25-30% แม้รัฐจะมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันช่วยไว้ระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้าคาดว่าราคาน้ำมันจะลดลงหลังจากที่อุปทานทยอยปรับเพิ่มขึ้น

 

ขณะที่ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มมีราคาสูงขึ้นถึง 3 เท่าในปี 2564 ซึ่งก็ไม่ได้ถูกส่งผ่านมายังค่าไฟฟ้าและราคาก๊าซหุงต้ม เนื่องจากภาครัฐช่วยอุดหนุนและตรึงราคามาตลอดทั้งปีเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและต้นทุนของธุรกิจ แต่ในปี 2565 ราคาก๊าซมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนโควิดพอสมควร จึงทำให้การตรึงราคาต่อไปเป็นไปได้ยาก ทำให้อาจต้องทยอยปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ตั้งแต่เดือน ม.ค. 65 และจะทยอยปรับขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ คาดว่าค่าไฟฟ้าจะอธิบายเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปี 2565 ได้มากถึงครึ่งหนึ่ง

 

 

ในด้านต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบนำเข้า จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานเกิดภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นในปี 2564 ประเมินได้ว่ายังไม่ได้ส่งผ่านไปยังผู้บริโภคเต็มที่นั้น แต่เราเริ่มเห็นแนวโน้มต้นทุนการผลิตในบางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มโลหะขั้นมูลฐาน และกลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี แต่ราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมายังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นชัดเจน (รูป 2) เนื่องจาก (1) สินค้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนน้อยในตะกร้าเงินเฟ้อไทย และ (2) ผู้ประกอบการช่วยรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้ โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการในเดือน พ.ย. 2564 (รูป 3) พบว่าผู้ประกอบการ 55% จะยังไม่ปรับเพิ่มราคาสินค้าและบริการในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ ในระยะต่อไป การส่งผ่านต้นทุนนี้อาจมีเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังอยู่ในวงจำกัดเพราะอุปสงค์ในประเทศยังค่อยๆ ฟื้นตัว และปัญหาห่วงโซ่อุปทานเกิดภาวะชะงักงันนับเป็นปัจจัยชั่วคราว คาดว่าจะคลี่คลายได้ในปี 2565 เมื่อกำลังการผลิตโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มปรับลดลง และลดแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ผลิตลง

 


 

เงินเฟ้อไทยปี 65 จะยังเคลื่อนไหวในกรอบเป้าหมาย 1-3%

แนวโน้มในระยะต่อไป อุปสงค์และอุปทานของสินค้าต่าง ๆ จะมีความสมดุลกันมากขึ้น แรงกดดัน  เงินเฟ้อด้านอุปทานจากต่างประเทศจะทยอยปรับลดลง สอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น จึงจะทำให้เงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวอย่างรวดเร็ว และเงินเฟ้อในระยะต่อไปจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1-3 โดยอัตราเงินเฟ้อในปี 2565 และ 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.7 และ 1.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี แบงค์ชาติจะติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลของการแพร่ระบาดของ Omicron ที่จะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อได้ทั้งขาต่ำและสูงจากความต้องการน้ำมันที่ลดลงและความยืดเยื้อของปัญหา supply chain disruption ซึ่งประเด็นหลังนี้อาจทำให้พลวัตเงินเฟ้อในต่างประเทศปรับสูงขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนกดดันให้เงินเฟ้อไทยปรับสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้

 

 


ผู้เขียน :
ศุกพิณรัศ วงศ์สินศิริกุล     อัญชลี ศิริคะเณรัตน์
ณฐพร สัจวิทย์วิศาล          ปานชนก จำรัสธนสาร
ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

[อ่าน 352]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิจัยกรุงศรีเผยภาคส่งออกยังเป็นฮีโร่ของปีนี้ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า
“ลุมพินี วิสดอม” ระบุตลาดอสังหาฯ ปี 2564 หดตัว 20%
วิจัยกรุงศรีชี้การใช้จ่ายมีแนวโน้มแผ่วลงในช่วงต้นปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมส่งสัญญาณบวกมากขึ้น
กรุงไทยแนะธุรกิจเกษตรและอาหารเร่งปรับตัวรับเทรนด์ Net Zero Emission
เทรนด์สนับสนุนเป้าหมาย net zero ที่ต้องจับตามองในปี 2022
วิจัยกรุงศรีชี้โอมิครอนอาจทำศก.ไทยฟื้นช้า ชี้ Q1/65 เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved