‘ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ’ ผู้ปั้น ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ สู่ Regional Super-Hero
28 Oct 2022

 

‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ภายใต้การนำของ ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการบริษัทบราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้สร้างปรากฏการณ์แห่ง การริเริ่ม’ ให้กับบราเดอร์ในหลากหลายประเทศในฐานะ ‘โชว์เคส’ ของภูมิภาคอาเซียน ยังคงเดินหน้าพัฒนาและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยยุทธศาสตร์ CSB 2024 (Challenge Strategy Brother 2024) ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2565-2567 เพื่อคงบทบาทของการเป็น Regional Super-Hero ในด้านต่างๆ ด้วยแคมเปญที่สร้างสรรค์และท้าทายให้ได้สิ่งใหม่ที่ดีกว่าภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ ‘at your side’

 

ทิศทางยุทธศาสตร์ CSB 2024 ของบราเดอร์จะเป็นอย่างไร  มีแผนดำเนินการเฉพาะประเทศไทยหรือไม่

ยุทธศาสตร์ CSB 2024 เป็นแผนที่ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี โดยมีแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ประกอบด้วย

  • Re-Energizing Business การปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อพัฒนากลยุทธ์สู่การเติบโตจากปัจจุบันสู่อนาคต เนื่องจากบราเดอร์มองว่าหลังจากที่วิกฤติโควิด-19 ผ่านไป เราต้องกระตุ้นธุรกิจขึ้นใหม่อีกครั้ง ทำอย่างไรจึงจะทำให้ธุรกิจเดิมเติบโตขึ้นและทำอย่างไร เราจึงจะมีธุรกิจใหม่ๆ เสริมเข้ามา นั่นคือ หาสินค้าใหม่ๆ หาวิธีการขายใหม่ๆ หาช่องทางการขายใหม่ๆ
  • Sustainability บราเดอร์มุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคม (Local Community) และสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม (Good Governance) ในส่วนกิจกรรมส่งเสริมสังคมที่เราได้ทำอย่างต่อเนื่องและหลากหลายตามความต้องการของสังคมในแต่ละช่วงอย่างเหมาะสม อาทิ การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง การร่วมมือกับกลุ่มเส้นด้ายและหมอแล็บแพนด้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19ขณะที่ในส่วนของการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมนั้น กิจกรรมหลักที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ การปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและช่วยอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็กบริเวณป่าโกงกาง ทั้งยังช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มออกซิเจนอีกด้วย
  • Driving DX หรือ Driving Digital Transformation (DX) เป็นการขับเคลื่อนผ่านการทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางดิจิทัลเข้ามาใช้ในการวางรากฐานและเป้าหมาย

การดำเนินธุรกิจขณะเดียวกันก็พยายามดูเทรนด์ธุรกิจว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรและนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนให้เติบโตในทิศทางเดียวกับตลาด ตลอดจนการปรับกระบวนการทำงานและวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบราเดอร์และคู่ค้า

 

 

ปี 2566 เราโฟกัสกับยุทธศาสตร์ CSB 2024 ด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่

Sustainability และ Driving DX คือสิ่งที่บราเดอร์มุ่งเน้นมาโดยตลอด แต่ความท้าทายในส่วนของ Re-Energizing Business ก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและใส่ใจในรายละเอียดไม่แพ้กัน แน่นอนว่า เรามีโจทย์ที่จะต้องทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงโควิดที่ผ่านมาจะได้รับผลบวกจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมาทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิตทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามดีมานด์ของตลาด ส่งผลให้สินค้าขาดตลาดไปช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย เราก็เริ่มมีสินค้าเข้ามาเติมเต็มความต้องการมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในปี 2566 สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม เพื่อการเติบโตทางธุรกิจที่มั่งคงบราเดอร์ก็ได้ริเริ่มนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเสริม อาทิ เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล Brother GTX (Direct to Garment) และระบบเครื่องเสียง BMB ที่บราเดอร์ ประเทศไทยเข้ามาดูแลในฐานะตัวแทนจำหน่าย บราเดอร์ประเทศไทย และเราก็ไม่ได้ทำให้บริษัทแม่ผิดหวังโดย Brother GTX สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้แบบก้าวกระโดดตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ BMB ที่ล่าสุดได้นำเข้าสินค้ากว่า 24 รุ่นจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายในไทยรับการเปิดประเทศของไทยหลังโควิดคลี่คลาย

ที่ผ่านมา 2-3 ปี บราเดอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถทำตลาดได้และเราก็จะรุกตลาดสินค้าทั้งสองนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในปีหน้า แม้ว่า ปัจจุบันพรินเตอร์ก็ยังมีสัดส่วนในพอร์ตโฟลิโอมากถึง 90% ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องพิมพ์เสื้อระบบดิจิทัล เครื่องพิมพ์ฉลาก ฯลฯ ยังมีสัดส่วนน้อยอยู่ แต่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยตัวเลขสองหลักมาโดยตลอด โดยเฉพาะเครื่องเสียงที่มีโอกาสทางการตลาดหลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย เนื่องจากสินค้าของเรา เป็นกลุ่ม Middle to High อยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มแมสที่เป็นสินค้าจากในประเทศไทยและจีนกับสินค้าระดับไฮเอนด์ที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ราคาสูง และเมื่อดูจากตลาดระดับกลางนั้นมีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ก้าวสู่ตลาดกลุ่มนี้ จึงนับว่า BMB มีโอกาสที่จะแทรกตัวเพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาดของกลุ่มดังกล่าวได้ไม่ยากนัก

 

ถือว่า บราเดอร์ ประเทศไทยเป็น ‘พระเอก’ ในระดับภูมิภาคหรือเปล่า

เนื่องจากที่ผ่านมา บราเดอร์ประเทศไทยมักจะครองบทบาทความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคเสมอ บ่อยครั้งที่เราได้รับเกียรติจากสำนักงานใหญ่และบราเดอร์ในประเทศต่างๆ ให้ร่วมแชร์ Best Practice และสิ่งใหม่ๆ ที่เราได้ริเริ่มขึ้นและประสบความสำเร็จอยู่เสมอ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างขององค์กรให้พร้อมขับเคลื่อนสู่การเติบโตที่แข็งแกร่ง ซึ่งเปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องเสียก่อน อะไรที่เป็นพื้นฐานของธุรกิจก็ควรต้องกำหนดอย่างถูกต้องชัดเจน การรวมข้อมูลให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อทำ Data Analytics สำหรับการใช้งานด้านต่างๆ แล้วค่อยๆ ต่อยอดไป

ในส่วนของรายได้กล่าวได้ว่า บราเดอร์ประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ที่สามารถสร้างรายได้ถึง 42% ในระดับภูมิภาคอาเซียนจากทั้งหมด 7 ประเทศ ดังนั้น สำนักงานใหญ่บราเดอร์จึงให้ความสำคัญกับเราค่อนข้างมาก เพราะหากเราสามารถทำยอดขายได้ดีก็จะทำให้ยอดขายในภูมิภาคนี้เติบโตไปด้วยกันเช่นกัน

 

 

โฟกัสกับแง่มุมใดที่เกี่ยวข้องกับ Driving DX และ Sustainability ในปีหน้าบ้าง

บราเดอร์ทุ่มงบประมาณการตลาดในส่วนของ Driving DX ค่อนข้างมากเพราะเราเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเปิดประตูสู่ความสำเร็จในยุคปัจจุบัน เราไม่เคยหยุดพัฒนาศักยภาพ ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น และล่าสุดในปีนี้เราได้นำระบบ HRIS ใหม่มาใช้โดยรวมกระบวนการต่างๆ ในภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้อยู่ในระบบเดียวกัน ทำให้เราสามารถเห็นทุกขั้นตอนที่ต้องปรับต้องเสริมอย่างเหมาะสม การเสริมศักยภาพและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่พนักงานด้วยการเรียนรู้การดำเนินงานในต่างแผนก เพื่อให้องค์กรพร้อมก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอทั้งยังช่วยให้ระบบการทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาลมากขึ้นด้วย เนื่องจากทุกแผนกจะทราบ KPI ซึ่งกันและกัน จากเดิมที่ KPI คือเรื่องเฉพาะของแต่ละแผนกเท่านั้น แต่การที่ทุกคนต้องวาง KPI บน HRIS จะทำให้ทุกแผนกสามารถให้ความเห็นได้ว่า KPI ของแผนกนั้นๆ สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรหรือไม่ หรือการจะทำให้เกิดการพัฒนาในเนื้องานต้องได้รับการสนับสนุนจากแผนกอื่นๆ หรือไม่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน Driving DX ก็ยังเป็นการขับเคลื่อนผ่านการสร้างความเข้มแข็งให้กับช่องทางออนไลน์ด้วยการบริหารฐานข้อมูลและรวมศูนย์ฐานข้อมูล และ Big Data ให้อยู่แพลตฟอร์มเดียวกันเพื่อทำData Analytics สำหรับการใช้งานด้านต่างๆ ได้อย่างแม่นยำขึ้น แล้วค่อยๆ ต่อยอดไป ซึ่ง บราเดอร์ประเทศไทย เป็นประเทศแรกที่นำเรื่องนี้เข้ามาใช้และถือเป็น ‘โชว์เคส’ ที่เราจะมีโอกาสนำเสนอให้กับบราเดอร์ในประเทศต่างๆ ในฐานะ Best Practice ของภูมิภาค

ส่วน Sustainability เราไม่ได้มองเป็นเพียงแค่สิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากแต่เรามองถึงการสร้างความยั่งยืนจากการสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร (Internal Strength) ดังเช่นในช่วงโควิดที่ผ่านมาแม้เราต้องเผชิญภาวะสินค้าขาดตลาดแต่เราก็ยังต้องเดินหน้าไปให้ได้  ต้องปรับกระบวนการทำงาน ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับหน้าที่ของพนักงานในบางจุด เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และโฟกัสกับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้วย ทั้ง Re-Skill และ Up-Skill ด้วยงบฝึกอบรมที่มอบให้พนักงาน 1.2 หมื่นบาท/คน/ปี ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำให้พนักงานติดตามความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและตลาดในภาพรวม ให้รู้เท่าทันว่าเกิดสิ่งใหม่ๆ ในตลาดอย่างไร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน ตลอดจนนำเสนอโครงการที่ตนเองสนใจให้แก่บริษัทพิจารณาได้ เพื่อเสริมศักยภาพขององค์อยู่เสมอ นอกจากนี้ บราเดอร์ยังคำนึงถึงความสุขในการทำงานของบุคลากรเป็นสำคัญ โดยในช่วงโควิดที่ผ่านมาเราให้งบกับพนักงาน 1 หมื่นบาท/คน สำหรับซื้ออุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะสมกับการทำงานที่บ้านของพนักงานแต่ละคน อีกทั้งยังเพิ่มสวัสดิการค่าโทรศัพท์มือถือในช่วงโควิดเพราะต้องใช้ติดต่อเรื่องงานเพิ่มมากขึ้น

 

อะไรคือ ‘ความท้าทายในอนาคต’ ที่บราเดอร์ให้ความสำคัญ

แม้ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2565 (เมษายน - กันยายน 2565) บราเดอร์ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 20% แต่ความท้าทายด้านภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังก็คือเป็นความท้าทายไม่น้อยสำหรับบราเดอร์ และการจะก้าวผ่านโจทย์ยากดังกล่าวนั้นไปให้ได้ การเข้าใจสถานการณ์ตลาด การวิเคราะห์เชิงลึก การระดมความคิดเห็นเพื่อให้เกิดแผนการตลาดที่เฉียบคมที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในมุมมองของบราเดอร์ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการพัฒนาระบบงานในรูปแบบ bottom up ขึ้นเพื่อให้เกิดการระดมสมองในรูปแบบการทำงานเป็นทีมเวิร์ค ไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และรู้สึกสนุกกับการได้พบได้ทำสิ่งใหม่ๆ ในโลกของการทำงาน ซึ่งนี่คือค่านิยมขององค์กรที่เราปลูกฝังให้พนักงานของเราทุกระดับเห็นถึงคุณค่าและร่วมขับเคลื่อนอย่างเต็มใจและตั้งใจ

ส่วนความกังวลที่มีต่อกรณีค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงในปัจจุบัน ทำให้บราเดอร์มองเห็นถึงความกังวลที่จะเกิดขึ้นในมิติของผู้บริโภค และพยายามประคองราคาเดิมให้ได้นานที่สุดเพื่อแบ่งเบาภาระผู้บริโภคในไทย ส่งผลให้เราเป็นพรินเตอร์แบรนด์สุดท้ายของตลาดที่ปรับราคาขายขึ้นหลังจากที่แบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นมายาวนาน เพื่อให้เราได้อยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยอย่างเข้าใจที่สุดตลอดไป

[อ่าน 2,976]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved