ครั้งแรก! “ฮิตาชิ” ปล่อยโปรเจ็คต์โฆษณาดิจิทัลยั่งยืน ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน 25%
13 May 2024

 

อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขายของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบรนด์ฮิตาชิทั่วโลก (ภายนอกตลาดญี่ปุ่น) ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่เกิดจากแคมเปญโฆษณาดิจิทัลที่ร้อยละ 25 ตลอดระยะเวลา 6 เดือน

โดยจับมือกับ Scope3 แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านความยั่งยืนที่เป็นผู้นำด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในวงการสื่อและโฆษณา เพื่อส่งโปรเจ็คต์ทดลองหรือ Optimization Test Case ซึ่งจะใช้เวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ธันวาคม 2567 ใน 4 ตลาดหลักของอาร์เซลิก ฮิตาชิ ได้แก่ ประเทศไทย, เวียดนาม, ฮ่องกง และสิงคโปร์

Scope 3 ทำงานร่วมกับ H+ เอเจนซี่ของอาร์เซลิก ฮิตาชิ โดยใช้ดาต้าโมเดลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่าง Green Media Products (GMP+) เพื่อวิเคราะห์และหลีกเลี่ยงตำแหน่งการจัดวางโฆษณาที่มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง บล็อค MFA (Made for Advertising) และตำแหน่งการจัดวางโฆษณา (ad placement) ที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการ optimization จะเกิดขึ้นหลังจากโปรเจ็คต์ดำเนินไปได้ครึ่งทาง เพื่อเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลลัพธ์ของแคมเปญก่อนและหลังกระบวนการ optimization

 

 

เมลิส อาร์ดินซ์ (Melis Erdinç) หัวหน้าฝ่ายการตลาดดิจิทัล (Global Head of Digital Marketing) บริษัทอาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ กล่าวว่า การผสานความร่วมมือกับ Scope3 เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกิจกรรมโฆษณาดิจิทัล ถือเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนขององค์กร

“เนื่องจากอาร์เซลิก บริษัทแม่ของเรา ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 องค์กรที่ยั่งยืนที่สุดในโลกแห่งปี 2023 (2023 Global 100 Most Sustainable Corporations in the World) โดย Corporate Knights องค์กรด้านการวิจัยในแคนาดา อาร์เซลิก ฮิตาชิจึงดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดยั่งยืน รวมถึงมุ่งเฟ้นหาแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 อยู่เสมอ ตอนที่ Scope3 ขยายกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่ 2023 เราจึงคว้าโอกาสนี้อย่างกระตือรือร้น

ความร่วมมือระหว่างอาร์เซลิก ฮิตาชิ และ Scope3 ครั้งนี้จะเป็นประตูบานแรกสู่การทำโฆษณาดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าที่ผ่านมา เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่จะตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการตลาดดิจิทัลที่ร้อยละ 25 ภายในสิ้นปี 2567 และเรารู้สึกภูมิใจที่ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมขององค์กร”

 

 

เบน พูลล์ (Ben Poole) ไดเรคเตอร์ เอเจนซี่ H+ กล่าวว่า “เรามีความตื่นเต้นและยินดีที่จะได้ร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในตลาดผ่านความร่วมมือในครั้งนี้ เพราะสื่อโฆษณาที่ยั่งยืนหมายถึงสื่อโฆษณาที่คุณภาพดีขึ้นและมอบผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นพัฒนาแคมเปญลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับ Scope3, อาร์เซลิก ฮิตาชิ และอีกหลากหลายแบรนด์ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง”

 

จูน จัง (June Cheung) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศญี่ปุ่น (Head of JAPAC) บริษัท Scope3 กล่าวว่า ความตั้งใจของ Scope3 คือการช่วยแบรนด์และเอเจนซี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับประสิทธิภาพสื่อโฆษณา ลดการปล่อยคาร์บอน และขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง

“เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่อาร์เซลิก ฮิตาชิ ตัดสินใจลงมือลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการทำโฆษณาดิจิทัล เรามั่นใจว่าดาต้าของ Scope3 และ Green Media Products ที่พาร์ทเนอร์ของเราร่วมกันพัฒนาจะตอบโจทย์เป้าหมายด้านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลลัพธ์ที่คาดหวังจากแคมเปญโฆษณาที่อาร์เซลิก ฮิตาชิคาดหวัง และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเส้นทางการลดคาร์บอนของอาร์เซลิก ฮิตาชิจะเป็นแรงบันดาลใจให้องค์กรอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีวิสัยทัศน์แห่งอนาคต” 

 

 

ทั้งนี้ Scope3 เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ (Public Benefit Corporation) ก่อตั้งในออสเตรเลียในเดือนตุลาคม 2565 ก่อนจะเริ่มขยายธุรกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครึ่งหลังของปี 2566 มีภารกิจในการกำจัดคาร์บอนที่เกิดจากวงการสื่อและโฆษณา โดยอำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมโฆษณาสามารถมองเห็น ตรวจวัด และลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน ด้วยดาต้าโมเดลที่พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกโดย Scope3 ด้วยแนวคิดแบบโอเพ่นซอร์ส (Open-source) เพื่อตรวจวัดโครงสร้างซับซ้อนและยึดโยงกันของวงการโฆษณา

ดาต้าโมเดลดังกล่าวเป็นแกนหลักของแพลต์ฟอร์มความร่วมเมื่อเพื่อความยั่งยืน และทุกโซลูชันเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนของ Scope3 ซึ่งรวมถึง Climate Shield และ Green Media Products (GMPs) โดยมีทีมงานนักวิจัย นักเทคโนโลยี และผู้บุกเบิกวงการโฆษณาดิจิทัลนานาชาติในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก ที่มุ่งแก้ปัญหาวิกฤติด้านภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดของเจเนอเรชันปัจจุบัน

[อ่าน 1,143]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Meta จับมือ "กระทรวง อว.-กระทรวงเกษตรฯ" เปิดตัว Small Business Growth Academy ในไทย
"เมกาบางนา" ทุ่มงบ 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
KFC Harvest สานต่อแนวคิด “ไม่ทิ้ง... ให้ใครต้องหิว” สร้างคุณค่าจากอาหารส่วนเกินสู่สังคมอย่างยั่งยืน
ซัมซุง โชว์ศักยภาพ Micro RGB จอโฆษณากลางแจ้งบนบิลบอร์ดแลนด์มาร์กทั่วโลก
เคทีซี หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน เปิด “KTC Closet” ชวนพนักงานส่งต่อเสื้อผ้าสร้างคุณค่าสู่สังคม
lyn around เปิดตัวคอลเลกชั่น Postcards From Above แรงบันดาลใจแห่งการเดินทางเหนือผืนฟ้า สู่มนต์เสน่ห์เมืองคัปปาโดเกีย ตุรกี
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved