วีซ่า เผยการเติบโตของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในอาเซียน พร้อมเน้นย้ำการยกระดับความปลอดภัย
26 Jan 2026

วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยว่าระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time payments: RTPs) กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกรรมในชีวิตประจำวันทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามผลการศึกษาในระดับภูมิภาคที่วีซ่าจัดทำร่วมกับ Global Finance & Technology Network (GFTN), Nextrade Group และสถาบัน Visa Economic Empowerment Institute (VEEI) รายงานเรื่อง “Strengthening Southeast Asia’s Real-Time Payments: Security, Trust and New Pathways to Financial Access” เก็บข้อมูลจากผู้บริโภค 5,500 ราย และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs) จำนวน 2,100 ราย ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เนื้อหาของรายงานเน้นย้ำเรื่องการเติบโตของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดยผู้บริโภคและธุรกิจขนาดกลางและย่อม พร้อมโอกาสในการยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน

ผลการสำรวจระบุว่า การชำระเงินแบบเรียลไทม์ถูกใช้อย่างแพร่หลาย คิดเป็น 26% ของธุรกรรมที่ลูกค้าธุรกิจ SMB เลือกใช้รองจากบัตรเครดิต บัตรเดบิต และพรีเพด (35%) และดิจิทัลวอลเล็ต (15%) นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า แม้การใช้งานจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของการชำระเงินรูปแบบนี้ในระยะยาว ทั้งนี้ จากผลการสำรวจในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ยังแสดงถึงความกังวลในประเด็นต่างๆ ได้แก่

สิงคโปร์:     

  • 47% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี
  • 43% ระบุว่าไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์หรือรางวัลได้
  • 37% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ

มาเลเซีย:

  • 52% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี
  • 46% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ
  • 39% กังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

ไทย:

  • 40% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี
  • 35% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ
  • 27% กังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

 

เสริมความเชื่อมั่น โอกาสก้าวหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน

ผู้ใช้งานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการประสบการณ์การชำระเงินที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการติดตามสถานะธุรกรรม การขอคืนเงิน และการจัดการข้อร้องเรียนในการทำธุรกรรม สำหรับธุรกิจ SMB ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ายังคงเป็นอุปสรรคอันดันต้น ๆ ของการใช้การชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดยการศึกษาพบว่า 60% ของธุรกิจ SMB ระบุถึงอุปสรรคในการชำระเงิน เช่น ลูกค้าชำระเงินไม่ตรงยอด (21%) และความล่าช้าในการทำธุรกรรม (21%) นอกจากนี้ ยังพบว่าในสิงคโปร์มีความกังวลถึงประเด็นเรื่องการฉ้อโกงและหลอกลวงถึง 38% ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการชำระเงินในสิงคโปร์ รองจากกรณีที่ลูกค้าใช้เวลาในการชำระเงินนานเกินไปจนทำให้คิวการจ่ายเงินล่าช้า (29%)

ด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การชำระเงินแบบเรียลไทม์ยังมีการใช้งานอย่างจำกัด โดย 41% ของธุรกิจ SMB ระบุว่านักท่องเที่ยวมักเลือกใช้บัตรระหว่างประเทศ และธุรกิจบางแห่งยังไม่สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรได้

 

การร่วมมือเพื่อเชื่อมต่อระบบ: กุญแจสู่ระบบชำระเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

รายงานระบุว่า ไม่มีภาคส่วนใดสามารถแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง การยกระดับระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ให้ปลอดภัยและเชื่อถือได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายการชำระเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และภาคธุรกิจ ทั้งหมดต้องทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก และตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

ซีรีน เกย์ ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วีซ่า และรองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Clients & Acquirers วีซ่า เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า

“ระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนและธุรกิจเคลื่อนย้ายเงิน แต่ความเร็วต้องมาพร้อมความปลอดภัย  ที่วีซ่าเรามุ่งยกระดับการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ไม่เพียงเร็วขึ้น แต่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เราลงทุนในเทคโนโลยีด้านการป้องกันการฉ้อโกงขั้นสูง เช่น Featurespace ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อปกป้องธุรกรรม A2A การผสาน AI เข้ากับความเชี่ยวชาญระดับโลกของวีซ่า ช่วยให้พันธมิตรรับมือกับภัยคุกคามและสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศการชำระเงินได้

ขณะที่การชำระเงินแบบเรียลไทม์เติบโต วีซ่ากำลังร่วมมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรม ธนาคาร ฟินเทค และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเพิ่มความปลอดภัย การเชื่อมต่อทำงานร่วมกันได้ และการคุ้มครองผู้ใช้งาน รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงโอกาสในการเสริมระบบควบคุมความเสี่ยง เช่น Visa Account-to-Account (A2A) Protect ซึ่งในโครงการนำร่องล่าสุดในสหราชอาณาจักรสามารถตรวจจับธุรกรรมหลอกลวงจำนวนมากที่ผ่านการตรวจสอบของธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินมาแล้ว โครงการ Visa Scam Disruption ยังใช้ AI และความร่วมมือระดับอุตสาหกรรมเพื่อช่วยปกป้องผู้บริโภคและธุรกิจจากกลโกงรูปแบบใหม่

 


อ่านรายงานฉบับเต็มของวีซ่าได้ ที่นี่ 

 

[อ่าน 39]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สยามพิวรรธน์ จุดพลัง Creative Powerhouse ร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพ ผ่านพื้นที่ “Extraordinary Art Experiences”
Rosé จาก BLACKPINK สวมลุคพิเศษจาก Levi’s® ขึ้นแสดงในเวิลด์ทัวร์ “Deadline” ที่กรุงโตเกียว
ORI คาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้ล็อตแรก ปี 2569 จำนวน 2 ชุด ชูอัตราดอกเบี้ย [4.90 - 5.35]% ผ่าน 10 สถาบันการเงิน
กระแสตอบรับดีเกินคาด!! กับแคมเปญ “มีวนา ปลูกมาจนโต MiVana Living Together, Growing Together” 

ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
Groove @centralwOrld พลิกบทบาท สู่ Bangkok’s All-Day Urban Courtyard แหล่งแฮงเอาต์ใหม่ใจกลางเมือง
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved