"เชฟรอน" จับมือ "มูลนิธิแพธทูเฮลท์" สร้างเกราะป้องกันใจ สานต่อคนใต้หยัดได้สุขเป็น
05 Mar 2026

 

“17 ปีที่ทำงานด้านสาธารณสุขมา เราเห็นเด็กที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตมากมาย ทั้งเคสน้องผู้หญิงอายุ 14 ปี ที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่เกินวัยเพราะต้องดูแลน้องอีก 4 คน ท่ามกลางครอบครัวที่พ่อแม่ติดยาเสพติด หรือเด็กที่แบกรับความคาดหวังจากพ่อแม่ให้สอบติดโรงเรียนที่ฝัน ความจริงแล้วบางเรื่องเด็กไม่สามารถบอกผู้ปกครองได้ทั้งหมด หรือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยที่ระบายออกมาได้ พอเก็บไว้จึงค่อยๆ กลายเป็นบาดแผลทางใจที่ไม่มีใครเห็น” นางจุฑามาศ ฤทธาภัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เล่าถึงความจริงที่ได้พบเจอระหว่างการทำงาน ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนภาพที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กไทยอีกหลายหมื่นคน

 

 

หากมองไปรอบห้องเรียนที่มีนักเรียนอยู่ 35 คน เราอาจเห็นเด็กถึง 5 คนที่กำลังเผชิญปัญหาทางใจ โดยตัวเลขจากกรมสุขภาพจิตเผยว่า ประมาณ 1 ใน 7 ของวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี กำลังเผชิญปัญหาทางจิตประสาทและอารมณ์ ในขณะที่การสำรวจล่าสุดพบเยาวชนไทยถึง 87,718 ราย ที่เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง และอีก 51,789 ราย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า อีกทั้งผลสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษาและปวช. กว่า 3,500 คน จากมูลนิธิแพธทูเฮลท์ และ Rocket Media Lab พบว่า สิ่งที่สร้างภาวะเครียดให้เด็กไทยมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ การเรียน รูปร่างหน้าตา และครอบครัว แต่ที่น่ากังวลคือความเครียดจากครอบครัว ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้เด็กมีความคิดอยากทำร้ายตนเองและผู้อื่น

 

เมื่อตัวเลขบอกเล่าวิกฤต คำตอบจึงอยู่ที่การฟังด้วยหัวใจ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปี เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะและสุขภาพจิตให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ผ่านโครงการ “คนใต้หยัดได้สุขเป็น” ที่เชื่อมโยงความร่วมมือภาครัฐและภาคีเครือข่าย โดยอาศัยกลไกสำคัญคือ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents) ในการถ่ายทอดกระบวนการจิตวิทยาเชิงบวก ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในระยะที่ 5 โดยดำเนินงานครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และปัตตานี พร้อมมุ่งสร้างกลไกคุ้มครองทางใจตั้งแต่เยาวชน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ด้วยหัวใจหลักที่เริ่มจาก “สุขเป็น”

 

 

หัวใจของการทำงานอยู่ที่ 7 ทักษะสำคัญของการสร้างสุข เริ่มจากการมองโลกในแง่ดีที่ฝึกให้เห็นทั้งสองแง่มุมของทุกสถานการณ์ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและเลือกมุมที่ทำให้ก้าวต่อไปได้ ต่อด้วยฝึกคิดให้รู้สึกขอบคุณกับสิ่งต่างๆ และพร้อมพัฒนาตนเองได้เสมอ อีกทักษะที่สำคัญคือการอยู่กับปัจจุบัน ที่ให้ใจสงบและลดความวิตกกังวล พร้อมทั้งใช้ความยืดหยุ่นและใจดีกับตนเองในวันที่ล้ม เพื่อให้ลุกได้ไวเมื่อเจอปัญหา โครงการฯ ยังเน้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักและพัฒนาจุดแข็งของตนเอง โดยกลไกสุขเป็นเหล่านี้ ได้ขยายผลไปใช้กับชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางใจก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต

 

 

 

จุฑามาศ เป็นหนึ่งใน Change Agents ที่นำเครื่องมือสุขเป็นไปใช้ในพื้นที่จริง โดยเล่าว่า “บางครั้งพ่อแม่ยังไม่ได้สื่อสารเชิงบวกกับลูก เช่นอาจใช้วิธีที่ผิดอย่างการดุด้วยเสียงดัง ทำให้เด็กบางคนไม่ค่อยกล้าเล่าปัญหาออกมา” หนึ่งในเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืมของคุณจุฑามาศ เกิดขึ้นตอนลงพื้นที่ ณ โรงเรียนชุมชนบ้านด่าน “ตอนนั้นมีน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า วิธีบอกรักต้องแสดงออกอย่างไร เพราะน้องไม่มีพ่อแม่และอยู่กับตายาย ตอนนั้นพี่ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เดินเข้าไปกอดให้น้องได้สัมผัสถึงการแสดงความรักแทน หลังจากนั้น จึงได้มีโอกาสเข้าไปทำกิจกรรมสุขเป็นในโรงเรียน และชวนให้เด็กๆ รู้จักการแสดงออกทางอารมณ์ ซึ่งเราก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ทั้งจากโรงเรียนและชุมชนที่เราเข้าไปทำงาน โดยแม้จะได้อบรมเครื่องมือสุขเป็นมา แต่การทำงานจริงต้องปรับกิจกรรมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยใช้แนวทางกลไกเดียวกัน”

 

 

คุณจุฑามาศยังแนะนำเทคนิคการสื่อสารที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้ได้ เช่น หากลูกเครียดกับการอ่านหนังสือสอบ พ่อแม่สามารถลองสื่อสารเชิงบวก เช่น “แทนที่จะบอกว่าแม่พยายามให้ลูกอ่านหนังสือเพื่อจะได้เรียนดี ควรบอกว่า แม่รู้ว่าลูกกำลังพยายามอยู่ ดังนั้นต่อให้ลูกสอบไม่ได้ พ่อแม่ก็จะอยู่ตรงนี้เพื่อให้กำลังใจ”

 

โครงการฯ ได้ขยายผลครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงมหาวิทยาลัย โดยคุณจุฑามาศเล่าถึงการเข้าไปทำงานกับนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เพื่อเสริมเกราะป้องกันทางใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนจะก้าวสู่โลกการทำงานจริง ทำให้ปัจจุบันมีแกนนำนักศึกษาที่ผ่านการอบรมเครื่องมือสุขเป็นแล้วกว่า 50 คน ซึ่งจากการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผลสำเร็จของโครงการฯ ที่เห็นได้ชัดคือ ในพื้นที่ 4 จังหวัด มี Change Agents ที่ผ่านการอบรมถึง 482 คน และได้ขยายผลสู่ชุมชน สร้างผลประโยชน์ให้กับผู้คนถึง 2,931 คน

 

 

ด้วยหัวใจขององค์กรที่เชื่อมั่นในพลังคน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บริษัทพลังงานชั้นนำของโลก จึงมุ่งเป็นพันธมิตรระยะยาวกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดย นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “กว่า 6 ทศวรรษที่เชฟรอนดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภารกิจหลักของเราคือการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่เราตระหนักดีว่าความมั่นคงทางพลังงานจะยั่งยืนได้นั้น ต้องเติบโตไปพร้อมกับความมั่นคงในมนุษย์ เพราะคนคือรากฐานที่สำคัญที่สุด ตลอด 9 ปีที่เชฟรอนทำงานกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เชฟรอนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตของเยาวชนไทย เราค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงจากจำนวน Change Agents ที่เพิ่มขึ้น โดยเราเชื่อว่า หากเยาวชนและชุมชนมีสุขภาวะและสุขภาพจิตที่ดี พวกเขาจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สุขเป็นอย่างเข้มแข็งต่อไป"

 

เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางด้านสุขเป็นร่วมกับชุมชนและ Change Agents ล่าสุด มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) จึงจัดเวทีวิชาการคนใต้หยัดได้สุขเป็น ครั้งที่ 5 ภายใต้ชื่อ “ชับพร้อมลุย คนใต้หยัดได้สุขเป็น” ที่โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ จังหวัดสงขลา ผ่านการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเวทีนี้ถือเป็นพื้นที่รวมพลังคนทำงานกว่า 290 คน จากหลายจังหวัดเพื่อร่วมสร้างอนาคตที่สุขเป็นของชุมชนภาคใต้ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด และสร้างเสริมเครือข่ายคนทำงานใจเดียวกัน

 

จุฑามาศ ทิ้งท้ายด้วยนำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังว่า "การได้ร่วมโครงการคนใต้หยัดได้สุขเป็น ทำให้พี่เห็นว่า เมื่อเรามีทีมงาน เครื่องมือ และการสนับสนุนที่เหมาะสม เราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนๆ หนึ่งได้จริง ซึ่งพี่ได้สัมผัสด้วยตาตัวเองตอนลงพื้นที่ ดังนั้นจึงอยากชวนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสุขภาพจิต อย่าปล่อยให้สายเกินไป บางครั้งเราอาจเยียวยาใจโดยใช้เครื่องมือสุขเป็นได้ แต่หากหนักเกินไป อยากแนะนำให้ทั้งผู้ปกครองและเด็กไม่ต้องรู้สึกกลัวหรือกังวลที่จะพบแพทย์ เพราะการสร้างเกราะป้องกันทางใจก่อนสาย เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม"

 

[อ่าน 50]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เซ็นทรัลพัฒนา ปั้น “WORLD TASTE OF TEA 2026” สู่ Global Lifestyle Festival จับเมกะเทรนด์ชาเพื่อสุขภาพ
BAM เปิดเกมรุกปี 2569 “3 ฟันเฟือง” รับเศรษฐกิจผันผวน—เร่งเงินสด ลดเวลาถือครองทรัพย์ ปั้นคนให้ทันเกม
Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ดีไซน์สปอร์ต Fastback เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 69
เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัว ‘AP RISING BLUEPRINT’ ภายใต้งบลงทุน 2,000 ลบ. เพิ่มโอกาสเติบโต
MGC-ASIA ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem
"หัวเว่ย คลาวด์" ย้ำความเป็นผู้นำดาต้า - AI เสริมศักยภาพสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมฐานข้อมูลคลาวด์เนทีฟ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved