การตรวจจับเครือข่ายฟอกเงินข้ามธนาคาร โจทย์ท้าทายของ "ผู้นำแบงก์ไทย"
13 Mar 2026

 

ผลสำรวจล่าสุดในกลุ่มผู้นำทีมบริหารจัดการการทุจริต ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธนาคารไทย พบว่า การทลายเครือข่ายบัญชีม้าที่กระจายตัวอยู่ตามสถาบันการเงินหลายแห่ง ยังคงเป็นความท้าทายหลักในการปฏิบัติงานในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมาก (87%) ยอมรับว่าธนาคารของตนยังคงประสบปัญหาในการระบุตัวบัญชีม้า ในขณะที่ผู้บริหารระดับ C-suite ถึง 78% รายงานว่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

“จากทั้งหมด 12 ภูมิภาคที่เราสำรวจ ระดับความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่รายงานในประเทศไทยนั้นอยู่ในระดับที่น่าตกใจ” โธมัส พีค็อก ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านการฉ้อโกงระดับโลกของ BioCatch กล่าว “4 ใน 5 ของผู้นำระดับสูงในธนาคารไทยระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินให้กับการฉ้อโกงมากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 155 ล้านบาท) ทุกปี ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และเกินกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารระดับ C-level ทั้งหมดที่ร่วมการสำรวจในประเทศไทยระบุว่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงรายปีของธนาคารตนสูงกว่าเกณฑ์นี้ และ 55% รายงานว่าความสูญเสียรายปีนั้นสูงกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 310 ล้านบาท)”

 

การสำรวจนี้จัดทำโดย BioCatch ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน ผ่านการวิเคราะห์และจดจำรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเกือบสองในห้า หรือกว่า 39% ไม่ได้ประเมินว่ามาตรการควบคุมการฉ้อโกงหรือทุจริตที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพมากพอ โดยให้คะแนนเพียง 5 เต็ม 10 หรือต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเพียง 10% ที่ระบุว่าธนาคารของตนกำลังยกระดับระบบป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง แต่ 85% ระบุว่ากำลังศึกษาและเตรียมนำโซลูชันใหม่ ๆ มาใช้งาน

 

มาดี สันติชัยอนันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและดูแลลูกค้าประจำประเทศไทย (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) BioCatch กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการฉ้อโกง การหลอกลวง และกิจกรรมบัญชีม้าข้ามธนาคารที่มีการทำงานประสานกันในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การโอนเงินแบบเรียลไทม์ การหลอกลวงให้ควบคุมเครื่องจากระยะไกล และเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ทำให้เวลาที่เรามีในการปกป้องลูกค้านั้นลดลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที การสำรวจนี้ยืนยันสิ่งที่พวกเราหลายคนรู้สึกทุกวัน นั่นคือ ความเสี่ยงนี้ใหญ่เกินกว่าธนาคารใดธนาคารหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยการตรวจจับที่รวดเร็วขึ้น ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแนวทางที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั่วทั้งระบบนิเวศทางการเงินของไทย”

 

ประเด็นสำคัญอื่น ๆ จากผลสำรวจ

 

 

• ความเสี่ยงของการชำระเงินแบบเรียลไทม์: ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 92% มองว่าการโอน หรือชำระเงินแบบทันทีเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงในระดับสูงมาก หรือปานกลาง

• ให้คุณค่ากับการวิเคราะห์ด้านพฤติกรรม: ผู้นำในภาคธนาคารไทยมองว่าโซลูชันที่อาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรมมีคุณค่าสูง โดย 76% ระบุว่าธนาคารของตนใช้งานโซลูชันแบบดังกล่าวอยู่แล้ว หรืออยู่ระหว่างประเมินเพื่อพิจารณานำมาใช้

• การตรวจสอบต้องใช้เวลา: มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 24% หรือไม่ถึงหนึ่งในสี่ ที่ระบุว่าธนาคารสามารถสืบสวนหรือตรวจสอบเคสฉ้อโกงได้ครบถ้วนภายใน 1 วัน

• ความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์น่ากังวลกว่าความเสียหายทางการเงิน: ผู้ตอบแบบสำรวจ 73% หรือเกือบสามในสี่ ระบุว่า ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงจากการทุจริตและมิจฉาชีพ เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าผลกระทบทางการเงิน

 

 

BioCatch ช่วยป้องกันการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงินด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์โดยเก็บรวบรวมข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนมากกว่า 3,000 จุดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อาทิ จังหวะการพิมพ์และการใช้เมาส์ พฤติกรรมการสัมผัสหน้าจอ คุณลักษณะทางกายภาพของอุปกรณ์ และปัจจัยอื่น ๆ ระหว่างที่ผู้ใช้งานทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลแบงก์กิง ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปประมวลผลผ่านโมเดล AI และแมชชีนเลิร์นนิงของ BioCatch เพื่อค้นหารูปแบบพฤติกรรมผู้ใช้ พร้อมสร้างข้อมูลเชิงลึกด้านอุปกรณ์ (device intelligence) ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกัน จะช่วยแยกแยะพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงหรือเป็นอาชญากรออกจากผู้ใช้งานที่เป็นลูกค้าจริงได้อย่างแม่นยำ

 

นอกจากนี้ BioCatch ยังมี Customer Innovation Board โครงการความร่วมมือที่ขับเคลื่อนโดยภาคอุตสาหกรรม ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ American Express, Barclays, Citi Ventures, HSBC, Macquarie Bank, National Australia Bank และองค์กรอื่น ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ยกระดับการตรวจจับการทุจริตและฉ้อโกง

 

ปัจจุบัน โซลูชันของ BioCatch ถูกนำไปใช้โดยธนาคารมากกว่า 30 แห่งจาก 100 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของโลก และสถาบันการเงินรวมกว่า 340 แห่ง โดยทำการวิเคราะห์เซสชันการใช้งานกว่า 17 พันล้านครั้งต่อเดือน และช่วยปกป้องผู้ใช้งานมากกว่า 660 ล้านคน บนกว่า 1.6 พันล้านอุปกรณ์ทั่วโลกจากการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงิน

 

[อ่าน 58]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ไทย" จุดหมายยอดนิยมนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซียช่วงฤดูหนาว การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก
อุปกรณ์ผู้สูงอายุราคาถูก ควรดูอะไรบ้างก่อนซื้อ
"พรูเด็นเชียล" เผยผลสำรวจไทยรั้งอันดับ 3 เอเชีย มี Financial Wellbeing สูง แต่ยังกังวลกับอิสรภาพการเงินในอนาคต
เทคนิคเปรียบเทียบประกันสุขภาพให้ได้ราคาดี คุ้มครองครบ !
Jobsdb by SEEK ถอดรหัส “Silver Age” อนาคตแห่งแรงงานพรีเมียม
อายุยืนไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือความเสี่ยงทางการเงิน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved