พลังงานแพง-ขนส่งป่วน กดต้นทุนเศรษฐกิจไทย “บุรินทร์” ชี้รัฐใหม่เร่งรับมือความเสี่ยงพลังงาน
19 Mar 2026

 

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ท่ามกลางภาพรวมที่เศรษฐกิจไทยเดิมก็ฟื้นตัวไม่แรงนักอยู่แล้ว โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 และ 2.9% ในปี 2567 สะท้อนแรงกดดันจากทั้งการบริโภค การลงทุน และภาคการค้าระหว่างประเทศที่เผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น

 

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า

แม้สงครามอาจมีโอกาสคลี่คลายในช่วง 2 เดือนข้างหน้า แต่ในระยะสั้นไทยยังต้องรับแรงกระแทกจากราคาพลังงานที่ผันผวน ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และต้นทุนประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนมีแนวโน้มส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและต้นทุนสินค้าในหลายอุตสาหกรรม

 

 

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการล่าสุดที่ชี้ว่า การบริโภคภาคเอกชนในปี 2569 จะโตเพียง 1.8% การบริโภคภาครัฐโต 0.4% การลงทุนรวมโต 1.4% ขณะที่การส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มโตเพียง 1.6% และการนำเข้าโต 1.8% เท่านั้น สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเปราะบางต่อแรงกระแทกภายนอกมากกว่าหลายช่วงที่ผ่านมา

จุดที่น่ากังวลคือ ไทยยังพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศในระดับสูง โดยข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า กว่า 70% ของการบริโภคพลังงานในประเทศมาจากการนำเข้า และในจำนวนนี้ น้ำมันดิบมากกว่า 60% ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงทำให้ทุกความผันผวนในภูมิภาคดังกล่าวส่งผ่านมาถึงต้นทุนเศรษฐกิจไทยได้ค่อนข้างเร็ว

 

 

กราฟราคาน้ำมันดิบ Brent ในอินโฟกราฟิกยังสะท้อนภาพความผันผวนอย่างชัดเจน โดยราคาน้ำมันขยับจากระดับราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นไปแตะกว่า 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในช่วงเวลาไม่นาน ตามเหตุการณ์โจมตีตอบโต้ระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และความกังวลต่อเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งตอกย้ำว่า “ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่คือความไม่แน่นอนของระบบขนส่งและซัพพลายเชนโลก”

 

กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจึงเริ่มเห็นภาพมากขึ้น ทั้ง ภาคขนส่ง ร้านอาหาร โรงแรม การผลิตไฟฟ้า ประมง สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ เหมืองแร่ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาพลังงานสูงในการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เช่น พลาสติก พีวีซี และถุงพลาสติก ก็ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและต้นทุนปิโตรเคมีที่ขยับขึ้น ส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง

 

อีกหนึ่งช่องทางกระทบสำคัญคือ ภาคการค้า แม้ตลาดตะวันออกกลางจะคิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 3-4% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย แต่ก็เป็นตลาดสำคัญของสินค้าบางประเภท เช่น รถยนต์ ข้าว และอาหารทะเลแปรรูป หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ต้นทุนค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยสงครามที่สูงขึ้นย่อมกระทบคำสั่งซื้อและความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกไทยโดยตรง

โดยเฉพาะเส้นทางส่งออกไปยุโรป หากเรือต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางเดิมและอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ก็อาจทำให้ ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นอีก 10-15 วัน ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น และทำให้ความปั่นป่วนของซัพพลายเชนยืดเยื้อกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน

 

 

ด้าน ภาคท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและอิสราเอลจะคิดเป็นสัดส่วนราว 3-4% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง และมีความสำคัญต่อบางเซ็กเมนต์ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ Medical Tourism ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรปและสหรัฐที่ต้องพึ่งพาจุดเชื่อมต่อในตะวันออกกลาง ก็อาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านการเดินทางเช่นกัน

 

บุรินทร์ระบุว่า ผลกระทบอีกด้านที่ไม่ควรมองข้ามคือ เสถียรภาพต่างประเทศ เพราะหากราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยลดลงราว 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 0.6-0.7% ของ GDP และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มผันผวนและอ่อนค่ามากขึ้น ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนการนำเข้า

 

ในมุมของข้อเสนอเชิงนโยบาย บุรินทร์มองว่า รัฐบาลใหม่ต้องเร่งสร้างความชัดเจนเรื่อง ความมั่นคงพลังงาน และแผนสำรองรองรับความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน เพราะแม้สงครามจะมีโอกาสคลี่คลาย แต่ช่วงรอยต่อยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาวะที่ไทยยังแบกรับภาระจากการพยุงราคาพลังงานอยู่พอสมควร

 

หนึ่งในแนวทางระยะสั้นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การนำ ถ่านหินกลับมาใช้ชั่วคราวหากจำเป็น เพื่อประคองเสถียรภาพพลังงาน เช่นเดียวกับหลายประเทศที่เลือกใช้ทางออกเฉพาะหน้าเพื่อรับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี บุรินทร์มองว่า วิกฤตครั้งนี้ควรถูกมองเป็น Wake-up Call ที่ทำให้ไทยต้องทบทวนโครงสร้างพลังงานใหม่อย่างจริงจัง

 

ในระยะยาว ไทยควรเร่งเพิ่มสัดส่วน พลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ไบโอฟิวเอล รวมถึง พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมันและเส้นทางขนส่งเชิงยุทธศาสตร์มากเกินไป เพราะท้ายที่สุด ความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยจะไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ต้นทุนค่าแรงหรือภาคส่งออกเท่านั้น แต่จะผูกกับ “ความมั่นคงด้านพลังงาน” มากขึ้นเรื่อยๆ

 

แม้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่อาจไม่ทำให้ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือ การบริหารภาระการคลังในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังสูง และเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันในลักษณะ “ขาดดุลซ้อนขาดดุล” ทั้งด้านการคลัง พลังงาน และดุลการนำเข้า

 

วิกฤตตะวันออกกลางรอบนี้จึงไม่ใช่แค่แรงกระแทกระยะสั้นจากราคาน้ำมัน แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์พลังงานและโลจิสติกส์อย่างจริงจัง เพื่อลดความเปราะบาง และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจในระยะยาว

[อ่าน 1,828]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรุงเทพประกันชีวิต กระตุกต่อมคิด ชวนสำรวจ 4 บัญชีชีวิต เพื่อออกแบบชีวิตระยะยาว
"BAM" ผนึก "มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ" ลงนาม MOU พลิก NPA 33 ไร่ เป็นพื้นที่แห่งคุณค่า สู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ครั้งแรกของโลก! ‘Giant CRYBABY’ ริมชายหาด ขับเคลื่อน Pop Culture Economy รับเทรนด์ท่องเที่ยวโลก
iHERB GROUP จัดงาน INZENT Elite Voyage with Partners ฉลองความสำเร็จครึ่งปีแรก รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท
เพราะ “ความแตกต่าง” คือ พลัง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ฉลอง Pride Month เปิดพื้นที่ให้ “เป็นตัวเองและเติบโตไปด้วยกัน”
ศุภาลัย เปิดตัว “คราม ศรีสุนทร ภูเก็ต” ฉีกกรอบคอนโดฯ เดิม สู่การออกแบบที่เข้าใจคนภูเก็ต ตอบโจทย์ Pet Lover เริ่ม 1.79 ล้านบาท
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved