พันธุ์ไทย X Subway ‘ไฮบริด โมเดล’ ที่ทำให้ 1 + 1 ได้มากกว่า 2
26 Mar 2026

 

การทำตลาดค้าปลีกในรูปแบบของการเลือกใช้กลยุทธ์ ‘ไฮบริด โมเดล’ ที่นำแบรนด์ร้านค้าปลีกในเครือของตัวเองมาเปิดร่วมกันในโลเกชั่นเดียวกัน ยังคงเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่ยักษ์ใหญ่ในตลาดค้าปลีก รวมถึงร้านกาแฟ ในบ้านเรานำมาใช้ เพื่อเป็น 1 ในลูกเล่นของการขยายสาขา

 

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา คงคุ้นตากันมาแล้วจากการใช้กลยุทธ์นี้ของค่ายซีพี แอ็กซ์ตร้าที่นำเอาค้าส่งในเครืออย่างแม็คโคร มาเปิดร่วมกันกับโลตัส แบรนด์ค้าปลีกในเครือ โดยโมเดลนี้จะใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละแบรนด์เข้ามาผสานกันเพื่อเพิ่มความแรงในการทำตลาด

 

หรืออย่างค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านอย่างไทวัสดุ X BnB ที่นำโมเดลนี้มาทำตลาดก่อน และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะสามารถขยายฐานการทำตลาดจากบรรดาผู้ประกอบการที่เป็นผู้รับเหมา และช่างมาสู่เจ้าของบ้าน จนส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายในช่วงที่ผ่านมา

 

โดยเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ ‘ไฮบริด โมเดล’ กลายเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่ถูกใช้ในการขยายสาขารูปแบบใหม่ๆ ของผู้เล่นในตลาดค้าปลีกของบ้านเรา มาจาก

  1. เป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างลงตัว
  2. การนำ 2 แบรนด์ค้าปลีกมาเปิดร่วมกัน เป็นตัวช่วยในการผสานจุดแข็งของแต่ละแบรนด์เพื่อร่วมกันทำตลาด ยิ่งในกรณีที่ต้องการจะขยายฐานลูกค้าให้กับอีกแบรนด์ในเครือ การใช้กลยุทธ์นี้สามารถช่วยในเรื่องดังกล่าวได้อย่างลงตัว
  3. เช่นเดียวกับการช่วยในเรื่องของการเข้าถึงโลเกชั่นที่ดี และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในโลเกชั่นหรือย่านนั้นๆ

     

 

พันธุ์ไทย X ซับเวย์ คือ อีกตัวอย่างของ Hybrid Model ที่น่าสนใจ เพราะเป็นการจับคู่ระหว่าง ‘เครื่องดื่ม’ (กาแฟพันธุ์ไทย) กับ ‘อาหารมื้อหลัก’ (Subway) ภายใต้การบริหารของกลุ่ม PTG ที่สะท้อนกลยุทธ์  ‘Win-Win’ ไล่ตั้งแต่

  1. การเติมเต็ม ‘ช่วงเวลา’ โดยกาแฟพันธุ์ไทย แข็งแกร่งมากในมื้อเช้าและช่วงบ่าย  ขณะที่ Subway จะตอบโจทย์มื้อเที่ยงและมื้อเย็น ที่เป็น Healthy Meal เมื่อนำมาอยู่ด้วยกัน ร้านจะสามารถดึงลูกค้าได้ ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ทำให้ ลดช่วงเวลาที่ร้านว่างได้ค่อนข้างดี
  2. การใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า หรือ Space Optimization เพราะแทนที่จะเปิดร้านแยกกัน 2 ล็อก การรวมกันในรูปแบบ Co-location หรือ Shop-in-Shop ช่วยประหยัดค่าเช่าที่ดินและค่าส่วนกลางได้ ขณะเดียวกัน ยังอาจมีการใช้พนักงานร่วมกันในบางส่วน ทำให้สามารถช่วยลดต้นทุนค่าแรงได้
  3. ช่วยขยายฐานลูกค้า ทั้งนี้ ก็เพราะ แฟนคลับกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีบัตร Max Card กว่า 20 ล้านใบ อาจจะไม่เคยทาน Subway แต่พอมาซื้อกาแฟแล้วเห็นโปรโมชั่นร่วมกัน ก็เกิดการ ทดลองซื้อ หรือ Trial Purchase ได้ ในขณะที่ลูกค้า Subway ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือคนรักสุขภาพ ก็กลายเป็นลูกค้าใหม่ของกาแฟพันธุ์ไทยไปด้วย
  4. พลังของระบบสมาชิก ‘Max Card’ การเปิดโมเดลนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของลอยัลตี้ แพลตฟอร์มอย่าง Max Card โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยเพิ่มยอดขายจากการ Cross Selling

     

 

พันธุ์ไทย เริ่มทดลองโมเดล ไฮบริด นี้ในสาขาแรกที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าขยายสาขาในรูปแบบคู่กันจำนวน 15 สาขา ภายในปี 2569 คาดว่าสามารถเพิ่มปริมาณ Traffic พร้อมผลักดันจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้นกว่า 20% และเพิ่มยอดเฉลี่ยต่อบิลสูงขึ้นกว่า 25%

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปิดร้านแบบไฮบริด โมเดล นี้ ยังเป็นการก้าวข้ามไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจ นอน ฟู้ด ของพีที ได้เป็นอย่างดี โดยสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด บอกว่า

"เราไม่ได้มองตัวเองในฐานะร้านกาแฟอีกต่อไป แต่เรากำลังสร้าง Ecosystem ของอาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้บริโภค

 

การจับมือกับ ซับเวย์ ครั้งนี้จึงเป็นความตั้งใจในการออกแบบประสบการณ์ โดยเชื่อมโยงพฤติกรรมลูกค้าทั้งสองแบรนด์เข้าหากัน สร้างโอกาสการเข้าถึงแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคยได้ง่าย สามารถดึงดูดลูกค้าให้เปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่ๆ และขยายฐานลูกค้าร่วมกัน

ซับเวย์ ส่งมอบความอิ่มอร่อยสุขภาพดีจากอาหารจานหลัก ขณะที่พันธุ์ไทยตอบโจทย์ด้านเครื่องดื่มและช่วงเวลาพักผ่อน ส่งผลให้พื้นที่เดียวสามารถรองรับทั้งการรับประทานอาหาร การพบปะ และการพักผ่อนในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ที่ครบและคุ้มค่าที่สุด พร้อมยกระดับ กาแฟพันธุ์ไทย สู่สากล และยืนเคียงข้าง Global Brand อย่าง Subway ได้อย่างภาคภูมิใจ

 

 

ด้านเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด ผู้ดำเนินการมาสเตอร์แฟรนไชส์ซับเวย์ในประเทศไทย แต่เพียงผู้เดียว กล่าวว่า

"ซับเวย์มีพันธกิจในการขยายการเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยผ่านกลยุทธ์ Co-location ที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน Ecosystem ของทั้งซับเวย์และพันธุ์ไทย เพิ่ม Traffic Sharing ระหว่างสองแบรนด์และยังก่อให้เกิด Hybrid Store Concept รูปแบบใหม่ที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในแบบที่แต่ละแบรนด์ไม่สามารถสร้างได้ตามลำพัง”

 

“ความร่วมมือกับพันธุ์ไทยในครั้งนี้ เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าสองกลุ่มเข้าหากันได้อย่างลงตัว ได้แก่ กลุ่มที่ต้องการอาหารหลักอย่างแซนด์วิชในชีวิตประจำวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับแบรนด์ซับเวย์อยู่แล้ว เข้ากับกลุ่มที่ต้องการเครื่องดื่มรสชาติกาแฟพันธุ์ไทยที่ดื่มได้ทุกวัน

ไม่ว่าจะนั่งผ่อนคลายที่ร้านหรือ Grab & Go ในช่วงเวลาเร่งด่วน ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพในที่เดียว อย่างสะดวกและรวดเร็ว”

 

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ เป็นอีกภาพสะท้อนให้เห็นถึง ความพยายามในการสร้างการ Synergy กันของธุรกิจในเครือ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แกกันและกัน โดย Subway เอง จะได้พลังของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ เป็นตัวช่วยในการผลักดันให้ Subway เองสามารถขยายฐานเข้าหาลูกค้าใหม่ๆ ได้

ขณะเที่พันธุ์ไทย จะเป็นการช่วยเพิ่ม Occasion ใหม่ๆ ในการใช้บริการของลูกค้า ที่ไม่ได้มองแค่การเข้ามาในช่วง Coffee Time อย่างช่วงเช้าหรือบ่าย แต่สามารถสร้าง Occasion ในการใช้บริการได้ตลอดทุกช่วงเวลา

 

 

แน่นอนว่า ผู้บริโภคจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่สะดวกและครบครัน อิ่มอร่อยกับขนมปังอบสดใหม่จากซับเวย์และสดชื่นกับเครื่องดื่มจากพันธุ์ไทยภายในร้านเดียวกัน ไม่ว่ามื้อเบาๆ ยามเช้า มื้อหลักยามเที่ยง มื้อเร่งรีบก่อนเข้าประชุม หรือมื้อเย็นเน้นผักกับมัทฉะเพื่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ทั้งสองแบรนด์ยังส่งมอบความสะดวก สบาย คุ้มค่าให้กับสมาชิก Max Card Plus และ EV สามารถใช้สิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม ทั้งส่วนลดและสะสมแต้มได้ทั้ง 2 แบรนด์ โดยโมเดลแพคคู่นี้เริ่มต้นนำร่องที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ

[อ่าน 126]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SALZ จับมือ ชาตรามือ เปิดตัวยาสีฟัน “สูตรเกลือชาไทย” ครั้งแรกของไทย เจาะคนรุ่นใหม่ ดันชาไทยสู่ของใช้ใกล้ตัว
"กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล" เผยปี 68 เติบโตแข็งแกร่งด้วยตัวเลขสองหลัก พร้อมประกาศคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
‘ฮาตาริ’ ปฏิวัติวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย ส่งโมเดล ‘Trade-In’ ปฏิวัติวงจรขยะอิเล็กทรอนิกส์สู่ความยั่งยืน
“เลวี่ ลี” จากเวทีระดับโลก สู่บทบาทผู้บริหาร กับภารกิจปั้น Bravo BKK สู่ Sport & Lifestyle Destination
BPP เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจรระดับ Utility Scale รับดีมานด์ AI เผยกำไร 3,026 ลบ. ในปี 68
โก โฮลเซลล์ ปรับเกมค้าส่ง รุกลูกค้ารุ่นใหม่ ชูอาหารสด-ดิจิทัล มัดใจผู้ประกอบการ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved