
รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า
ปี 2568 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ถือเป็นช่วงเวลาที่บริษัทสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของแบรนด์ไทยได้อย่างชัดเจน โดยทำยอดขายทะลุ 2,055.50 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเติบโต 34% สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream ที่ครองยอดขายอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้าในประเทศไทย
ความเคลื่อนไหวสำคัญของศรีจันทร์สหโอสถในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลประกอบการ แต่ครอบคลุมถึงการปรับภาพลักษณ์องค์กร เปิดตัวโลโก้ใหม่ที่ใช้ตัวอักษรไทย “ศ” เป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจในรากเหง้าไทย การออกสินค้าใหม่กว่า 150 SKU ภายใต้แบรนด์ศรีจันทร์และศศิ พร้อมพรีเซนเตอร์รวม 13 คน ตลอดจนการใช้นวัตกรรมจากวัตถุดิบไทย เช่น สารสกัดจากกุหลาบมอญจากภาคเหนือที่ผ่านกระบวนการสกัดและทดสอบตามมาตรฐานสากล
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายการเติบโตในต่างประเทศ โดยตลาดหลักอย่าง สปป.ลาว เติบโต 162% ญี่ปุ่นมีการพัฒนาสูตรแป้งเฉพาะสำหรับผิวคนญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ขยายช่องทางจากออนไลน์สู่ห้างสรรพสินค้า สะท้อนทิศทางการสร้างฐานรายได้ใหม่ในตลาดภูมิภาค
ภายใต้สถานการณ์ที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะสงคราม ศรีจันทร์สหโอสถมองว่าวิกฤติครั้งนี้คือจังหวะสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย เช่นเดียวกับช่วงโควิด-19 ที่บริษัทเคยพลิกสถานการณ์เป็นโอกาสจนช่องทางอีคอมเมิร์ซเติบโต 62% และสามารถขยายเข้าสู่ตลาดสกินแคร์ได้สำเร็จ

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ต่อจากนี้ ศรีจันทร์สหโอสถวาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อน T-Beauty ได้แก่
การเดินหน้าของศรีจันทร์สหโอสถจึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจความงาม แต่เป็นความพยายามยกระดับแบรนด์ไทยให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการผสานจุดแข็งด้านนวัตกรรม ความเข้าใจผู้บริโภคไทย และพลังของวัฒนธรรมไทย เพื่อผลักดัน T-Beauty ให้กลายเป็นหนึ่งในซอฟท์พาวเวอร์ที่สร้างมูลค่าใหม่ให้ประเทศ พร้อมมุ่งสู่การเป็น “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ” อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม ศรีจันทร์สหโอสถกำลังใช้จังหวะวิกฤติเป็นบททดสอบสำคัญของแบรนด์ไทย ไม่เพียงในมิติของผลประกอบการ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการปรับตัว พัฒนานวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
การเดินหน้า 3 กลยุทธ์ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนความเข้าใจ T-SKIN การเชื่อมซอฟท์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก และการขยายตลาดอาเซียน จึงเป็นมากกว่าแผนธุรกิจ แต่คือการวางรากฐานให้ T-Beauty กลายเป็นพลังใหม่ของแบรนด์ไทยในตลาดความงามระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการเป็น “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ” อย่างมั่นคงและยั่งยืน





