

ภาพดังกล่าวถูกสะท้อนชัดบนเวที KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “Speed Economy: โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์” ซึ่ง “เคทีซี” ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภค “ดู–เชื่อ–ซื้อ” ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความเร็วนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฝั่งผู้บริโภค แต่กำลังเปลี่ยนทั้งระบบ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้จ่าย การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ บทบาทของครีเอเตอร์ ไปจนถึงระบบชำระเงินที่ต้องทั้งเร็ว สะดวก และปลอดภัยไปพร้อมกัน

นางสาวกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย มองว่า อีคอมเมิร์ซวันนี้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ช่องทางขายสินค้า” ไปสู่การเป็น Economic Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME ครีเอเตอร์ แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน
ข้อมูลจาก Priceza ที่ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2026 มีมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และยังเติบโตเฉลี่ยราว 10–20% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจต้องมองหาช่องทางใหม่ในการเข้าถึงลูกค้าและขยายตลาด
โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่เพียง “ขายให้ได้มากขึ้น” แต่ต้องเข้าใจลูกค้าให้เร็วขึ้น ปรับกลยุทธ์ให้ทัน และใช้เทคโนโลยีอย่าง AI หรือเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ
อีกด้านหนึ่งของ Speed Economy คือการเติบโตของ Creator Economy ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย และ CEO บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ชี้ว่า ครีเอเตอร์ในวันนี้ไม่ได้แข่งขันกันที่ยอดวิวหรือการมองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งขันกันที่ “ความน่าเชื่อถือ”
เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกจำนวนมาก การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ ความรู้สึกเชื่อมโยง และความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สร้างขึ้นกับผู้ติดตาม
โดยเฉพาะกลุ่มไมโครครีเอเตอร์ที่อาจมี Reach ไม่สูงเท่าครีเอเตอร์รายใหญ่ แต่สามารถสร้าง Engagement กับผู้ติดตามเฉพาะกลุ่มได้ลึกกว่าในหลายหมวด เช่น Beauty, Food, Gadget และ Personal Finance ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคต้องการทั้งข้อมูล ประสบการณ์จริง และความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจ
นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของครีเอเตอร์ไทย จาก “ผู้ผลิตคอนเทนต์” ไปสู่ “ผู้สร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจ” และในหลายกรณียังต่อยอดไปสู่การสร้างธุรกิจหรือแบรนด์ของตนเองได้อีกด้วย

ในมุมของระบบการชำระเงิน เคทีซีพบว่า พฤติกรรมของสมาชิกสะท้อนภาพเศรษฐกิจความเร็วได้ชัดเจน โดยจำนวนรายการใช้จ่ายในกลุ่มอีคอมเมิร์ซและเดลิเวอรี่เติบโตเฉลี่ย 25% สะท้อนพฤติกรรม Micro Spending หรือการใช้จ่ายย่อยระหว่างวัน
นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อของออนไลน์เป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่กำลังใช้ชีวิตประจำวันผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการช้อปปิ้ง สั่งอาหาร ใช้บริการเดลิเวอรี่ และทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์
นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี ระบุว่า เคทีซีทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop รวมถึงบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ เช่น Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood เพื่อสร้างแคมเปญที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก และช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ขายและครีเอเตอร์ในระบบนิเวศดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม เมื่อการใช้จ่ายเร็วขึ้น ความปลอดภัยก็ยิ่งกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ เคทีซีจึงพัฒนาบริการอย่างบัตรเครดิตดิจิทัลที่ไม่มีเลขหน้าบัตร ระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ การควบคุมการใช้จ่ายออนไลน์ผ่านแอป KTC Mobile และการยกระดับ Fraud Monitoring เพื่อให้ผู้บริโภคใช้จ่ายได้ทั้งเร็ว สะดวก และมั่นใจ

บทสรุปสำคัญจากเวทีนี้คือ Speed Economy ไม่ได้เปลี่ยนแค่ความเร็วของการซื้อขาย แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจทั้งระบบ
ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วขึ้น แพลตฟอร์มแข่งขันหนักขึ้น SME ต้องปรับตัวเร็วขึ้น ครีเอเตอร์ต้องรักษาความน่าเชื่อถือมากขึ้น และผู้ให้บริการทางการเงินต้องสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกกับความปลอดภัย
ดังนั้น ในเศรษฐกิจที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวเร็วขึ้น “Trust” หรือความเชื่อมั่น จึงกลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงที่สุด เพราะต่อให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้เร็วเพียงใด หากไม่สามารถสร้างความเชื่อใจได้ ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นการซื้อซ้ำหรือความสัมพันธ์ระยะยาวได้
ในยุค Speed Economy ผู้ชนะจึงอาจไม่ใช่แบรนด์ที่เร็วที่สุด หรือครีเอเตอร์ที่ดังที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจผู้บริโภคได้ลึกที่สุด ปรับตัวได้ทันที่สุด และรักษาความเชื่อมั่นได้ดีที่สุดในทุกจังหวะของเศรษฐกิจดิจิทัล





