ฮ่องกงแซงสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นแท่นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนอันดับ 1 ของโลก
29 May 2026


ในสมรภูมิการเงินโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ขนาดตลาดทุน แต่รวมถึงความสามารถในการดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนมั่งคั่งทั่วโลก “ฮ่องกง” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดอีกครั้ง
 

รายงานความมั่งคั่งทั่วโลกปี 2026 ล่าสุดของ Boston Consulting Group หรือ BCG ระบุว่า ฮ่องกงได้แซงหน้าสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นเป็น ศูนย์กลางการบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในโลก สะท้อนบทบาทใหม่ของเมืองที่ไม่ได้เป็นเพียงประตูเชื่อมจีนกับโลก แต่กำลังยกระดับสู่ศูนย์กลางการเงินระดับโลกอย่างเต็มตัว

ตัวเลขสำคัญอยู่ที่มูลค่าความมั่งคั่งข้ามพรมแดนที่ฮ่องกงบริหารจัดการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.7% ในปี 2568 แตะระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ตลาดหุ้นที่กลับมาคึกคัก กิจกรรม IPO ที่โดดเด่น และผลตอบแทนที่แข็งแกร่งจากกลุ่มแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่

มากไปกว่านั้น BCG ยังประเมินว่า ระหว่างปี 2568-2573 ความมั่งคั่งข้ามพรมแดนที่บริหารโดยฮ่องกงจะเติบโตเฉลี่ยราว 9% ต่อปี และมีแนวโน้มรักษาอันดับหนึ่งของโลกได้ต่อเนื่อง


จากศูนย์กลางการเงิน สู่ศูนย์กลาง “ความมั่งคั่งโลก”

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากวัฏจักรตลาดทุน แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของฮ่องกงในการวางตัวเป็นศูนย์กลางการจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งระหว่างประเทศ

Paul Chan เลขานุการการเงินของรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ระบุว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีนให้การสนับสนุนฮ่องกงอย่างชัดเจนในการเสริมบทบาทด้านการจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ “การเงิน+” ของฮ่องกง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลฮ่องกงทำงานร่วมกับภาคการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุน เพิ่มเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และเชื่อมโยงตลาดทุนของฮ่องกงกับตลาดโลกให้ลึกขึ้น

จุดแข็งสำคัญของฮ่องกงยังคงอยู่ที่หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งทำให้เมืองนี้มีสถานะเฉพาะตัว สามารถเชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังคงมีระบบเศรษฐกิจที่เสรี เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นมิตรต่อการลงทุนระดับสากล

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายสำคัญของกลุ่มบุคคลมั่งคั่งสูงระดับโลก หรือ Ultra-High-Net-Worth Individuals รวมถึงกลุ่ม Family Office ที่ต้องการตั้งฐานบริหารทรัพย์สินและลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
 

Family Office กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ฮ่องกงก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งระดับโลก คือการเดินหน้านโยบายดึงดูดธุรกิจ Family Office อย่างจริงจัง

Christopher Hui เลขานุการฝ่ายบริการทางการเงินและกระทรวงการคลังของฮ่องกง ระบุว่า รัฐบาลได้ออกแถลงการณ์นโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ Family Office ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 และเดินหน้ามาตรการหลายด้านเพื่อดึงดูดให้สำนักงานครอบครัวเข้ามาดำเนินงานในฮ่องกงมากขึ้น

มาตรการสำคัญ ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ยานพาหนะการลงทุนของครอบครัวที่บริหารโดย Single Family Office ที่เข้าเกณฑ์ รวมถึงโครงการดึงดูดผู้ลงทุนผ่านการลงทุนทุนใหม่ หรือ Capital Investment Entrant Scheme

นอกจากนี้ รัฐบาลฮ่องกงยังเตรียมเสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อปรับปรุงระบบภาษีพิเศษสำหรับกองทุน Single Family Office และผลตอบแทนจากการลงทุนบางประเภท เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกง และดึงดูดกองทุนกับ Family Office ให้เข้ามาตั้งฐานมากขึ้น

ข้อมูลจากการศึกษาที่ได้รับมอบหมายโดย Invest Hong Kong และเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 ฮ่องกงมี Single Family Office มากกว่า 3,380 แห่ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ภายในสองปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนมั่งคั่งทั่วโลกที่มีต่อระบบนิเวศทางการเงินของฮ่องกง
 

เกมใหม่ของฮ่องกง คือการเป็นประตูความมั่งคั่งของเอเชีย

การแซงหน้าสวิตเซอร์แลนด์ครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนอันดับในรายงาน เพราะเป็นสัญญาณว่า “ศูนย์กลางความมั่งคั่งโลก” กำลังขยับน้ำหนักจากยุโรปมาสู่เอเชียมากขึ้น

สวิตเซอร์แลนด์อาจยังมีภาพจำในฐานะศูนย์กลาง Private Banking ระดับโลกมายาวนาน แต่ฮ่องกงกำลังชูจุดแข็งที่แตกต่าง คือการเป็นจุดเชื่อมระหว่างเงินทุนจีน นักลงทุนเอเชีย และตลาดการเงินโลก

เมื่อประกอบกับฐานนักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ การเติบโตของตลาดทุนเอเชีย ความต้องการบริหารทรัพย์สินของครอบครัวธุรกิจรุ่นใหม่ และนโยบายภาครัฐที่เดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ฮ่องกงจึงไม่ได้เป็นเพียง “ศูนย์กลางการเงิน” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น แพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งของเอเชียและโลก

ในบริบทนี้ การขึ้นสู่อันดับหนึ่งของฮ่องกงจึงเป็นทั้งผลลัพธ์ของความพร้อมเชิงโครงสร้าง และเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันรอบใหม่ในตลาดบริหารความมั่งคั่งโลก ที่เมืองใดสามารถเชื่อมเงินทุน ความเชื่อมั่น กฎเกณฑ์ และโอกาสการลงทุนได้ดีที่สุด เมืองนั้นก็จะเป็นผู้กำหนดทิศทางความมั่งคั่งในอนาคต

[อ่าน 47]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
TUTTOFOOD 2026 สร้างสถิติใหม่ จำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นกว่า 30%
มาดามเผิง ลี่หยวน พบผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก หารือเดินหน้าส่งเสริมการศึกษาเด็กหญิง–สตรีทั่วโลก
ส่งออกไทยยังโตสวนวิกฤต AI–Data Center หนุนปีนี้เกิน 3%
ปิดฉากยุคพีซีราคาถูกหรือไม่? หลัง MacBook Neo บุกมาหยามค่าย Windows ด้วยราคาเพียง 19,900 บาท
Hong Kong Gifts & Premium Fair 2026 ชู 4 เทรนด์ใหญ่ ดันของขวัญ-ไลฟ์สไตล์ รับตลาดยุคใหม่
คาราบาว-อีเอฟแอล ต่อพันธมิตรถึงปี 2029 รักษาชื่อ Carabao Cup พร้อมเปิดตัวลาเกอร์บุกอังกฤษ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved