
โมเดลนี้เคยตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันอย่างมาก เพราะ Walmart ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อของใช้และอาหารเข้าบ้าน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ขณะที่ McDonald’s ก็ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ให้การเดินช้อปปิ้งสะดวกและครบวงจรมากขึ้น
ความร่วมมือระหว่าง McDonald’s และ Walmart เริ่มขยายตัวอย่างชัดเจนในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และเคยมีร้าน McDonald’s ตั้งอยู่ภายใน Walmart มากถึงราว 1,000 สาขาทั่วสหรัฐฯ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนสาขากลับลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากเดิมที่ยังมีไม่ถึง 900 สาขาในปี 2012 ตัวเลขลดลงเหลือประมาณ 500 สาขาในช่วงต้นปี 2020 ก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ ทำให้ McDonald’s ภายใน Walmart หลายแห่งทยอยปิดตัวเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้เกิดจากโควิดเพียงอย่างเดียว ยอดขายของร้าน McDonald’s ใน Walmart เริ่มชะลอตัวมาก่อนหน้านั้นแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ลูกค้าใช้เวลาในร้านค้าปลีกน้อยลง และมีทางเลือกในการซื้ออาหารมากขึ้น
ในช่วงโควิด McDonald’s ยังประกาศแผนปิดร้านในสหรัฐฯ ราว 200 แห่ง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นร้านที่ตั้งอยู่ภายใน Walmart สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในซูเปอร์เซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ไม่ได้แข็งแรงเหมือนในอดีต
เมื่อพื้นที่ของ McDonald’s ว่างลง Walmart จึงปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยเปิดโอกาสให้แบรนด์อาหารอื่นเข้ามาแทน เช่น Taco Bell, Domino’s, Subway, Burger King และ Charleys Cheesesteaks รวมถึงร้านอาหารทางเลือกและร้านแนวสุขภาพในบางสาขา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของบริการเดลิเวอรีและการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ปัจจุบันผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเดินเข้า Walmart เพื่อแวะกิน McDonald’s เหมือนเดิม ขณะเดียวกัน Walmart เองก็ขยายบริการรับสินค้าริมทางและเดลิเวอรี ทำให้ลูกค้าจำนวนมากไม่ต้องใช้เวลาเดินอยู่ภายในร้านนานเหมือนในอดีต
การหายไปของ McDonald’s จาก Walmart จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการปิดสาขา แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจค้าปลีกและอาหารบริการด่วนในสหรัฐฯ จากยุคที่ผู้คนใช้เวลาช้อปปิ้งในซูเปอร์เซ็นเตอร์นาน ๆ ไปสู่ยุคที่ความรวดเร็ว ความสะดวก และช่องทางออนไลน์กลายเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิต
สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก McDonald’s ใน Walmart อาจยังเป็นความทรงจำของยุคหนึ่ง แต่สำหรับธุรกิจค้าปลีกในวันนี้ การปรับพื้นที่ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมใหม่ของลูกค้า คือสิ่งจำเป็นมากกว่าการยึดติดกับโมเดลความสำเร็จเดิม
ที่มา: Tasting Table / MSN





