
7-Eleven เดินหน้าขยายอาณาจักรร้านสะดวกซื้อสู่ตลาดโลก ด้วยแนวคิดใหม่ที่ไม่ใช่การนำ “วิถีญี่ปุ่น” ไปใช้แบบตายตัวในทุกประเทศ แต่จะปรับโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากขึ้น
ภายใต้แผนของ Seven & i Holdings บริษัทแม่ของ 7-Eleven เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันจำนวนร้านทั่วโลกให้แตะ 100,000 สาขา ใน 30 ประเทศและภูมิภาค ภายในปี 2030 จากข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2024 ที่มีร้าน 7-Eleven รวม 84,762 สาขา ใน 20 ประเทศและภูมิภาค
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 7-Eleven International หรือ 7IN ซึ่งตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดใหม่เฉลี่ยปีละ 2 ประเทศหรือภูมิภาค พร้อมเลือกตลาดเป้าหมายจากหลายปัจจัย เช่น ศักยภาพการเติบโต ความเสี่ยง โครงสร้างค้าปลีก พาร์ทเนอร์ท้องถิ่น และความสามารถด้านซัพพลายเชนอาหาร
หัวใจของการขยายธุรกิจครั้งนี้อยู่ที่การยกระดับ 7-Eleven ให้เป็นร้านสะดวกซื้อที่เน้นอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าพร้อมรับประทาน อาหารสด เครื่องดื่ม และสินค้าฉลากเฉพาะ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและกำไรต่อสาขา มากกว่าการเป็นเพียงร้านขายของจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน Seven & i ยังมองยุโรป ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นพื้นที่เติบโตสำคัญ โดย Reuters รายงานว่า ยุโรปถูกวางให้เป็น “เสาหลักการเติบโตลำดับที่ 4” ต่อจากญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ตลาดนอกสแกนดิเนเวียยังถือเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ของ 7-Eleven
สำหรับไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ 7-Eleven โดยรายงานของ Seven & i ระบุว่า ณ 31 มีนาคม 2024 ประเทศไทยมี 7-Eleven จำนวน 14,730 สาขา สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของเครือข่ายทั่วโลก รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ
ที่มา : https://asia.nikkei.com/





