30 ปีฟอร์ดประเทศไทย กับภารกิจยกระดับ Customer Experience สู่ความยั่งยืนของแบรนด์
31 May 2026

 

ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ระบบขับเคลื่อน และนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเข้มข้น ความได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการสร้างความสำเร็จในระยะยาวอีกต่อไป

สำหรับ ฟอร์ด ประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทยืนยันชัดเจนว่า “บริการหลังการขาย” คือหนึ่งในรากฐานสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความภักดีต่อแบรนด์ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

จากอดีตที่ฟอร์ดเคยถูกมองว่ามีโจทย์ท้าทายด้านงานบริการ วันนี้ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

ผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าล่าสุดจาก Differential ประจำปี 2569 จัดให้ฟอร์ดอยู่ในอันดับ 2 ของกลุ่มแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมของประเทศไทย ขณะที่อัตราการกลับมาใช้บริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดสูงถึง 83% ต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และยังครอบคลุมลูกค้าที่ใช้รถฟอร์ดมานานกว่า 23 ปี

เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการลงทุน การพัฒนาระบบ และการปรับวัฒนธรรมองค์กรอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”

 

 

ดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว

“สิ่งที่ฟอร์ดยึดถือมาตลอดคือ Treat Customers Like Family หรือการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว” นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวถึงปรัชญาการทำงานที่เป็นหัวใจสำคัญขององค์กร

“เราเชื่อว่ารถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะในการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้า เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เป็นรถที่พาครอบครัวเดินทางท่องเที่ยว หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นสิ่งที่เราต้องดูแลจึงไม่ใช่แค่ตัวรถ แต่คือความมั่นใจของลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน”

 

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดลงสู่การดำเนินงานจริงผ่านการพัฒนาบริการใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และความประทับใจ

“เราเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างจริงจัง ศึกษาพฤติกรรม รับฟังเสียงสะท้อน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของลูกค้า”

 

จากวันที่ลูกค้าโพสต์ร้องเรียนบนโซเชียล สู่วันที่ฟอร์ดเข้าไปหาลูกค้าก่อน

นายสุรวัฒน์ ยอมรับว่า การเดินทางตลอด 30 ปีไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ย้อนกลับไปในปี 2559 ฟอร์ดเริ่มเห็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคที่เลือกใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นและร้องเรียนมากขึ้น

“เราเรียนรู้ว่าลูกค้าหลายคนไม่ได้อยากโทรหาคอลเซ็นเตอร์ แต่เลือกโพสต์ปัญหาผ่านเฟซบุ๊กหรือช่องทางออนไลน์ เพราะสะดวกกว่า” จากจุดนั้น ฟอร์ดจึงจัดตั้งทีม Search & Assist ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเฝ้าติดตามบทสนทนาในโลกออนไลน์และเข้าช่วยเหลือลูกค้าเชิงรุก พร้อมกันนั้นยังมีการปรับปรุงช่องทางการติดต่อทั้งหมด ตั้งแต่การเปลี่ยนหมายเลข Call Center เป็นเบอร์สั้น 1383 ไปจนถึงการขยายเวลาการให้บริการเป็น 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

“เราต้องการให้ลูกค้ารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฟอร์ดพร้อมรับฟังและพร้อมช่วยเหลือเสมอ”

 

ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฟอร์ดลงทุนด้านบริการหลังการขายไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท งบประมาณดังกล่าวถูกใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับมาตรฐานผู้จำหน่าย ขยายศูนย์ฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการ และสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น หนึ่งในความภาคภูมิใจของฟอร์ดคือ Ford Learning Center ศูนย์ฝึกอบรมที่ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกอบรมที่ดีที่สุดของฟอร์ดระดับโลก

“เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เริ่มต้นจากคนที่ให้บริการลูกค้า ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรจึงเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด”

 

 

เมื่อศูนย์บริการไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ศูนย์อีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2565 เมื่อฟอร์ดเปิดตัวรถยนต์เจเนอเรชันใหม่ พร้อมยกระดับบริการหลังการขายครั้งใหญ่ หนึ่งในบริการที่ได้รับการตอบรับสูงคือ Mobile Service Vehicle หรือ MSV หน่วยบริการเคลื่อนที่ที่สามารถให้บริการถึงบ้านหรือสถานที่ทำงานของลูกค้า ต่างจากรถบริการทั่วไป MSV ถูกออกแบบให้เป็น “ศูนย์บริการเคลื่อนที่” อย่างแท้จริง สามารถตรวจเช็กระยะ เปลี่ยนแบตเตอรี่ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมบำรุงเบื้องต้นได้ครบวงจร ปัจจุบัน MSV ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 138,000 ครั้ง และยังเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ขณะที่บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ หรือ Pick Up & Delivery Service มียอดใช้งานสะสมมากกว่า 130,000 ครั้ง และเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี

“ลูกค้าในวันนี้ให้คุณค่ากับเวลา เราจึงพยายามทำให้การเข้าศูนย์บริการไม่ใช่ภาระของลูกค้าอีกต่อไป”

 

เทคโนโลยีคือเครื่องมือ แต่ความไว้วางใจคือเป้าหมาย

นอกเหนือจากบริการภาคสนาม ฟอร์ดยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้ง Service Price Calculator ที่ช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้อย่างโปร่งใส และ Smart Glasses หรือแว่นตาอัจฉริยะที่เชื่อมต่อช่างเทคนิคกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้วิเคราะห์ปัญหาเฉลี่ยมากกว่า 30 เคสต่อเดือน และมีส่วนช่วยให้อัตราการซ่อมสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก (First-Time Fix Rate) สูงถึง 96%

“ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่ซ่อมรถให้เสร็จ แต่ต้องการความมั่นใจว่ารถจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด”

 

สร้าง Ecosystem ที่ดูแลลูกค้าได้ตลอดอายุรถ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฟอร์ดยังเดินหน้าขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ Ford Care พัฒนา Ford App ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 130,000 ราย และเปิดให้บริการอัปเดตซอฟต์แวร์รถยนต์ผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว Ford Rewards Club โปรแกรมสะสมคะแนนที่มีสมาชิกแล้วมากกว่า 70,000 ราย ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และมีคะแนนสะสมรวมกว่า 43.9 ล้านคะแนน ในปี 2569 โปรแกรมดังกล่าวได้รับการยกระดับเพิ่มเติมด้วยระบบสมาชิก 5 ระดับ ได้แก่ Basic, Bronze, Silver, Gold และ Platinum Exclusive เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการนำคะแนนสะสมมาใช้เป็นส่วนลดค่าบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดได้โดยตรง

 

บริการหลังการขาย คือกลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว

สำหรับนายสุรวัฒน์ การลงทุนด้านบริการหลังการขายไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของแบรนด์ “เราเชื่อว่าธุรกิจยานยนต์ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ Sales, Service และ Repeat Sales การขายรถคันแรกอาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ แต่การที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อรถคันที่สองหรือคันที่สาม เกิดจากประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างการใช้งาน”

นี่คือเหตุผลที่ฟอร์ดยังคงเดินหน้าลงทุนในเครือข่ายผู้จำหน่าย ศูนย์บริการ บุคลากร เทคโนโลยี และศูนย์กระจายอะไหล่อย่างต่อเนื่อง

“เมื่อเราเข้าสู่ปีที่ 30 ในประเทศไทย เป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงการขายรถยนต์ที่ดีขึ้น แต่คือการสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดที่ดีที่สุดตลอดอายุการใช้งาน”

และนั่นอาจเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดว่า เหตุใด ‘บริการหลังการขาย’ จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สุดของฟอร์ดในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา

 

[อ่าน 69]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Certified Coach 2026 ชูบทบาท Growth Enabler ขับเคลื่อน SME ไทยสู่การเติบโตในยุคดิจิทัล
KCG วางกลยุทธ์สู่ Regional Player ชู “นวัตกรรมอาหารยั่งยืน” ตอกย้ำ Trusted Provider
เมื่อ “วัยเก๋ายังมีไฟ” กลายเป็นพลังใหม่ของสังคม
"Xiaomi 17T Series" ยกระดับประสบการณ์ถ่ายภาพ ด้วยกล้องเทเลโฟโต้ทั้งซีรีส์ และฟีเจอร์ Leica Live Moment
"GIZ - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย" เปิด 5 นโยบายพลิกโฉมเกษตรไทย รับมือมาตรฐานการค้าอียู ยุคใหม่
สสส. ชูแคมเปญ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” รับมือ 78% สงฆ์ไทยเสี่ยงป่วย NCDs
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved