

นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด มองว่า ความต้องการสินค้าแบรนด์เนมในไทยยังไม่หายไป แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ “แบรนด์เนม” ยังมีบทบาททั้งในมิติของภาพลักษณ์ ความมั่นใจ การให้รางวัลตัวเอง ไปจนถึงการเป็นสินทรัพย์ที่มีตลาดรองรองรับ
กลยุทธ์สำคัญของ Brandname Money จึงไม่ได้อยู่แค่การปล่อยสินเชื่อ แต่คือการเข้าไปเป็น “ตัวกลางทางการเงิน” สำหรับคนรักแบรนด์เนม โดยมี 3 โมเดลหลัก ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อแบบผ่อนไป–ใช้ไป, สินเชื่อผ่อนจบ–รับของ และ บริการขายฝากหรือรับจำนำสินค้าแบรนด์เนม ภายใต้อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด
จุดที่น่าสนใจคือ สินเชื่อเช่าซื้อสินค้าแบรนด์เนมกำลังโตเร็วมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่งในช็อปและตลาดรีเซล เพียง 5 เดือนแรกของปีนี้ Brandname Money ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อไปแล้วกว่า 53 ล้านบาท สูงกว่ายอดทั้งปี 2568 ที่อยู่ที่ 25.5 ล้านบาท สะท้อนว่าผู้บริโภคยังต้องการครอบครองสินค้าลักชัวรี่ แต่ต้องการทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
ปพนอธิบายอินไซต์ลูกค้าว่า หลายคนไม่ได้ขาดกำลังซื้อ แต่ไม่ต้องการใช้เงินสดก้อนใหญ่ในครั้งเดียว การวางเงินดาวน์เพียง 30–50% ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้ ขณะเดียวกันยังรักษาสภาพคล่องไว้ใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ ซึ่งตอบโจทย์ยุคที่คนต้องบริหารเงินรอบคอบมากขึ้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์ใหม่คือการเปิดบริการ Personal Assistant หรือ PA เสมือนเลขาส่วนตัว ช่วยลูกค้าตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา ดำเนินการด้านสินเชื่อ ไปจนถึงเดินทางไปชำระเงินให้ถึงช็อปหรือร้านค้าที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ถือเป็นการยกระดับจาก “ผู้ให้สินเชื่อ” ไปสู่ “ผู้ช่วยด้านไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่” ที่ลดความยุ่งยากและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า
ขณะเดียวกัน Brandname Money ยังเร่งขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์ โดยมีร้านค้าแบรนด์เนมมือสองเข้าร่วมแล้ว 70 ร้านค้า เพิ่มขึ้นจากเดิม 40 ร้านค้า พร้อมเปิดโครงการ Agent สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการแบรนด์เนมหรือมีเครือข่ายลูกค้า ให้สามารถแนะนำลูกค้ามาใช้บริการสินเชื่อและรับค่าตอบแทน เป็นการเปลี่ยนความชอบในสินค้าแบรนด์เนมให้กลายเป็นรายได้เสริม
ในมุมการเติบโตระยะยาว ปพนย้ำว่า บริษัทยังเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ทั้งบริษัทในและนอกตลาดหุ้น แต่ยังไม่ได้สรุปกับรายใด เพราะต้องการพันธมิตรที่ไม่ได้เข้ามาเพียงเติมเงินทุน แต่ต้องช่วยต่อยอดธุรกิจ สร้างความแข็งแกร่ง และสนับสนุนแผนขยายพอร์ตสินเชื่อ ก่อนนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต
เบื้องหลังความมั่นใจของ Brandname Money คือการออกแบบ Ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำคือการตรวจสอบและประเมินราคาสินค้า กลางน้ำคือระบบบริหารความเสี่ยงและการปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงปลายน้ำที่มีตลาดรองรองรับสินค้าที่หลุดจากการขายฝากหรือกรณีลูกค้าค้างชำระ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้โมเดลธุรกิจได้มากขึ้น
ภาพรวมทั้งหมดทำให้ Brandname Money ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงธุรกิจสินเชื่อเฉพาะกลุ่ม แต่กำลังสร้างหมวดธุรกิจใหม่ที่ผสาน Luxury Lifestyle, Finance และ Resale Market เข้าด้วยกัน ในวันที่ผู้บริโภคยังรักแบรนด์เนม แต่ต้องการทางเลือกที่ฉลาดกว่าเดิม





