"แสนสิริ" เผย ไทยติดเรดาร์ ‘จุดหมายปลายทางสำคัญ’ ของผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนทั่วโลก
14 Jul 2026

 

ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย วิเคราะห์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ว่า “ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และกำลังเผชิญกับ Turning Point สำคัญ จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าจับตา ตั้งแต่แรงจูงใจในการซื้อ ฐานสัญชาติของผู้ซื้อ ไปจนถึงบทบาทของแต่ละหัวเมือง (Location) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

 

 

จากเดิมที่มุ่งเน้นผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) วันนี้เราเห็นการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ของนักลงทุน ทั่วโลกที่มองหา "ความมั่นคงระยะยาว" มากกว่าผลตอบแทนระยะสั้น ผู้ซื้อชาวต่างชาติจึงเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset Holders) โดยมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักสำหรับบ้านหลังที่สอง (Second Home) ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตระยะยาวหรือการวางแผนพำนักในอนาคต”

 

ปรับสมดุลฐานลูกค้าหลัก พร้อมขยายฐานตลาดศักยภาพใหม่

สำหรับกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างตลาดจีน ปัจจุบันอยู่ในช่วงการปรับสมดุลและพิจารณาเลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดฮ่องกงมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากจุดแข็งด้านค่าครองชีพที่บริหารจัดการง่าย ระบบสาธารณสุขที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

 

นอกจากนี้ ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างน่าจับตา ได้แก่ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูง เพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว ขณะเดียวกันกลุ่มตลาดกำลังซื้อสูงที่กลับมามีบทบาทชัดเจนขึ้น ได้แก่ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งมองไทยทั้งในฐานะพื้นที่ลงทุนและ Second Home โดยมีนโยบายสนับสนุนการพำนักระยะยาวของภาครัฐ (อาทิ LTR Visa) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว ซึ่งแนวโน้มที่เห็นชัดคือ ผู้ซื้อในปัจจุบันเริ่มมองไทยเป็นฐานการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและมีความยืดหยุ่นในอนาคต

 

 

ไลฟ์สไตล์นำทำเล ต่างชาติเลือกโลเคชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

โจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เพียงทำเล แต่ต้องตอบโจทย์การออกแบบชีวิต โดย กรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มคนทำงานและนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรีในย่าน CBD ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนภูเก็ต คือจุดหมายของ Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ของภูมิภาค ด้วยวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวและ Digital Nomad ด้านพัทยา ตอบโจทย์บ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยวัยเกษียณ ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และอานิสงส์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC ขณะที่หัวหิน รองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความสงบ และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น

 

นอกจากนี้ เมืองทางเลือกอื่นๆ ยังเติบโตขึ้นตามไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เช่น เชียงใหม่ ดึงดูดกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง Wellness, และ สมุย สำหรับกลุ่มบ้านหลังที่สองระดับหรูที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

 

มองตลาด "เช่า" กับ "ซื้อ" เกื้อหนุนกันในระยะยาว

อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญ คือ ตลาดเช่าและตลาดซื้อที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกลุ่ม Expat Professionals ที่มักเริ่มต้นจากการเช่าก่อนตัดสินใจซื้อเมื่อมีแผนพำนักระยะยาว ขณะที่นักลงทุนยังพิจารณาทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าและโอกาสเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ ส่วนกลุ่มผู้เกษียณและ Second Home Buyers มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น หากมั่นใจว่าไทยสามารถเป็นฐานชีวิตระยะยาวได้จริง ดังนั้น ตลาดเช่าและตลาดซื้อสนับสนุนกันในเชิงพฤติกรรม ผู้เช่าคุณภาพจำนวนมากมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้ซื้อในอนาคต หากประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดี และความมั่นใจในระบบนิเวศของเมืองที่ตอบโจทย์

 

ยุทธศาสตร์ที่ไทยต้องเร่งสปีดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ

ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ประเทศในภูมิภาคนี้ต่างเร่งพัฒนาข้อได้เปรียบเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยประเทศไทยจึงมีโอกาสสำคัญในการยกระดับจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน สู่การเป็น "จุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตระยะยาว (Life-Based Real Estate)" สำหรับกลุ่มผู้มีศักยภาพสูงทั่วโลก ซึ่งเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านทำเล สู่การแข่งขันด้านคุณภาพเมือง และความสามารถในการรักษามูลค่าสินทรัพย์ระยะยาว

 

“อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ไทยควรเร่งพัฒนาเพื่อรักษาความได้เปรียบ ได้แก่ ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายด้านการอำนวยความสะดวกในการพำนักระยะยาว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อเมืองใหม่ การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคุณภาพโครงการและการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ” ศรีอำไพ กล่าวสรุป

 

[อ่าน 50]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบีชี้ครึ่งปีหลังยังมีโอกาสลงทุน ชูกลยุทธ์กระจายพอร์ตเกาะกระแส AI
ช้อปปี้ยกระดับ Speed Commerce เปิดตัว “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง”ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่
‘พันธุ์ไทย’ ชูกลยุทธ์ Nostalgia ปลุกกระแส Y2K เสิร์ฟ ‘นมชมพูน’ ย้อนวันวาน แบบใหญ่ เยอะ ยักเยยย
เปิดตัว “Lemon Care” แบรนด์ผู้จำหน่ายไอโฟนมือสองเกรดพรีเมียม บริการครบวงจร ตรวจเช็คละเอียด 360 องศา
กรุงศรีเปิด “SME อัพพลัง” วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.5% หนุนธุรกิจ Reinvent Thailand
SCG Digital ร่วมกับ Shinkolite เปิดตัว "GENIS" แพลตฟอร์ม AI ที่ทำให้งานขายและออกแบบเสร็จง่ายๆ ใน 3 นาที
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved