เอสซีจีเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ฝ่าเศรษฐกิจผันผวน ลดต้นทุน–ปรับโครงสร้าง–ใช้ AI ดัน Adjusted Cash EBITDA ครึ่งปีแรกโต 35%
24 Jul 2026

 

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เงินเฟ้อ รวมถึงต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ผันผวน “เอสซีจี” กำลังเร่งปรับเกมธุรกิจครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ลดความเสี่ยง และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

หัวใจของการปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการลดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่เป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารต้นทุนและวัตถุดิบ การรักษาวินัยทางการเงิน การปรับโครงสร้างธุรกิจ ไปจนถึงการใช้หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิตในอาเซียน

กลยุทธ์ดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เมื่อเอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลประกอบการของธุรกิจหลักปรับตัวดีขึ้น ทั้งกลุ่มซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง

 

ปรับเกมทั้งระยะเร่งด่วนและระยะกลาง

เอสซีจีแบ่งแนวทางรับมือออกเป็น 2 ระดับ โดยในระยะเร่งด่วน บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน การใช้พลังงานสะอาด การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกช่องแคบฮอร์มุซ และการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ส่วนกลยุทธ์ระยะกลางมุ่งปรับโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง หรือ High Value-Added Products: HVA บริหารฐานการผลิตในอาเซียน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง คล่องตัว และแข่งขันได้ในโลกที่มีความผันผวนสูง โดยผลลัพธ์ในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนว่ากลยุทธ์ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะกลางเริ่มสร้างผลลัพธ์ให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ


รวมธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มโอกาสขาย

ในกลุ่มซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง เอสซีจีเดินหน้ารวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องไว้ภายใต้ “เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง” เพื่อให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการข้ามกลุ่ม และลดความซ้ำซ้อนในการใช้ทรัพยากร

ผลจากการปรับโครงสร้างทำให้อัตราการขายข้ามกลุ่มสินค้าเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน พร้อมขยายเครือข่ายร้านค้าเพิ่มกว่า 200 ร้าน และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทภายในปี 2569

บริษัทยังเร่งขยายสินค้ากลุ่ม Smart Value Products ที่เน้นคุณภาพในราคาคุ้มค่า ควบคู่กับสินค้า HVA และผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ โดยปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำสามารถเข้าถึงตลาดในประเทศไทยได้มากกว่า 80% แล้ว พร้อมใช้ฐานการผลิตในเวียดนามรองรับการส่งออกไปยังตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

สำหรับธุรกิจตกแต่งพื้นผิว เอสซีจี เดคคอร์ เดินหน้าขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนในเวียดนาม และเตรียมรวมศูนย์การผลิตในไทยพร้อมติดตั้งระบบ Automation ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยได้สูงสุด 20%

ขณะเดียวกัน บริษัทยังร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วนสุขภัณฑ์รายใหญ่ของจีน สร้างโรงงานผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ หรือ Smart Toilet ในประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิต 96,000 ชิ้นต่อปี


เคมิคอลส์กระจายความเสี่ยงวัตถุดิบ ลดภาระการเงิน

สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อการจัดหาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจึงเร่งกระจายแหล่งวัตถุดิบออกจากพื้นที่เสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องโรงงาน และเพิ่มปริมาณการขายสินค้า HVA

ในครึ่งปีแรก ธุรกิจเคมิคอลส์มีกำไรสำหรับงวด 5,898 ล้านบาท และ Adjusted Cash EBITDA 15,600 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ดีขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการขายหุ้น 14.86% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าราว 24,900 ล้านบาท เพื่อลดภาระทางการเงินและนำเงินไปลงทุนในโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม ซึ่งการก่อสร้างถังเก็บอีเทนมีความคืบหน้ามากกว่า 60% และวางแผนเริ่มดำเนินงานในช่วงปลายปี 2570


แพคเกจจิ้งใช้ AI คุมต้นทุน–คุณภาพ

ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง แม้ความต้องการบรรจุภัณฑ์เริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 2 แต่ยังต้องเผชิญต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เอสซีจีพีจึงเน้นการบริหารเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และขยายโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร

ธุรกิจในอินโดนีเซียสามารถพลิกกลับมาทำกำไร ขณะที่ตลาดเวียดนามยังเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ครึ่งปีแรก เอสซีจีพีมีกำไรสำหรับงวด 3,870 ล้านบาท และ Adjusted Cash EBITDA 10,472 ล้านบาท

เอสซีจีพียังนำ AI, Machine Learning และ Deep Learning มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ควบคุมคุณภาพ และบริหารต้นทุน พร้อมใช้หุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับพนักงาน หรือ Cobots รองรับงานที่มีความซ้ำซ้อนและต้องการความต่อเนื่อง

 

 


ผลประกอบการแข็งแกร่ง ฐานะการเงินคล่องตัวขึ้น

ในภาพรวม ครึ่งปีแรก 2569 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท และหากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไร 12,649 ล้านบาท

เฉพาะไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้จากการขาย 136,243 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 27,984 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง 39,176 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงจาก 5 เท่า เหลือ 3.7 เท่า และมีเงินสดคงเหลือเพิ่มเป็น 76,775 ล้านบาท

คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 3.50 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 4,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% ของกำไรสำหรับงวดครึ่งปีแรก โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569


จากการตั้งรับ สู่การสร้างฐานเติบโตระยะยาว

แม้เอสซีจีประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังยังมีความท้าทายสูง แต่บริษัทเชื่อว่ามาตรการที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะช่วยให้สามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น พร้อมคาดว่า Adjusted Cash EBITDA ทั้งปี 2569 จะสูงกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับทิศทางต่อไป เอสซีจีจะเร่งโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ บริหารฐานผลิตอาเซียน ปรับโครงสร้างการบริหาร และขยายการใช้หุ่นยนต์กับ AI โดยคาดว่าแผนทรานส์ฟอร์มส่วนสำคัญจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570

การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแผนรับมือภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เป็นการปรับฐานธุรกิจใหม่ของเอสซีจี เพื่อเปลี่ยนจากองค์กรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องรับแรงกระแทกจากต้นทุนและวัฏจักรตลาด ไปสู่องค์กรที่คล่องตัว ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และพร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

[อ่าน 59]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรูดีแทค 5G เปิดจอง Galaxy Z Fold8 Series ชูส่วนลดสูงสุด 35,700 บาท
"KT OPTIC พลิกเกมธุรกิจร้านแว่น ชูเทคโนโลยี AI เจาะไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัล สู่ Vision & Eyewear Destination"
CC DOUBLE O ดึง "ณเดชน์ คูกิมิยะ" นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ชูสินค้ากลุ่ม Signature เน้นความเรียบง่าย
“Uranus Clinic” ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ “เซ็นทรัล ชลบุรี” เสิร์ฟนวัตกรรมความงามครบวงจรระดับพรีเมียม
ศุภาลัย เปิดตัว “Supalai Marketplace” บน SABAI Application รวมดีลพิเศษลดสูงสุด 30%
"เซ็นทรัลพัฒนา" มุ่งสู่องค์กร Net Zero 2050 สานต่อโครงการ “One Million Trees” ฟื้นฟูป่าซับคาร์บอน จ.ลำปาง ปีที่ 4
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved