ไทยประกันชีวิตครึ่งปีแรกกำไร 6,575 ล้าน โต 3.9% ปันผลระหว่างกาลครั้งแรก 0.25 บาท
15 Aug 2026


ไทยประกันชีวิตครึ่งปีแรกกำไร 6,575 ล้าน ปันผลระหว่างกาลครั้งแรก ชู LifeVerse–AI ขับเคลื่อนการเติบโต กำไรโต 3.9% ดัน Embedded Value แตะ 1.86 แสนล้านบาท CAR Ratio สูง 459.1% พร้อมเดินหน้าประกันชีวิตยืดหยุ่น–Digital Health รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
 

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจประกันชีวิตที่ไม่ได้วัดกันเพียง “ยอดขายเบี้ยประกัน” แต่กำลังขยับไปสู่ความสามารถในการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตลูกค้าได้ยาวขึ้น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น


ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.4% ขณะที่กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ หรือ New Business CSM อยู่ที่ 5,211 ล้านบาท และยอดคงเหลือกำไรจากการให้บริการตามสัญญา หรือ CSM ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 92,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างงวด


กำไรหลักโต 6.9% พอร์ตลงทุนช่วยเสริมผลตอบแทน

หากตัดรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด ไทยประกันชีวิตมีกำไรสุทธิ 6,367 ล้านบาท เติบโต 6.9% โดยมาจากกำไรจากการรับประกันภัย 5,000 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุน 1,367 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 54.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลตอบแทนเงินปันผลของการลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น

ในด้านการบริหารความเสี่ยง มากกว่า 80% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน สะท้อนแนวทางการจัดพอร์ตที่ยังให้น้ำหนักกับความมั่นคงควบคู่กับการสร้างผลตอบแทน


Embedded Value แตะ 1.86 แสนล้าน CAR Ratio 459.1%

อีกตัวเลขที่สะท้อนฐานธุรกิจระยะยาว คือ มูลค่าพื้นฐานของกิจการ หรือ Embedded Value ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 186,393 ล้านบาท หรือ 16.3 บาทต่อหุ้น ขณะที่ส่วนของเจ้าของพื้นฐานรวมกำไรที่รอรับรู้อยู่ที่ 191,595 ล้านบาท หรือ 16.7 บาทต่อหุ้น

ด้านความแข็งแกร่งของเงินทุน บริษัทมี CAR Ratio 459.1% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดไว้ 140% อย่างมีนัยสำคัญ

จากผลดำเนินงานและฐานเงินทุนดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น โดยจะดำเนินการจ่ายหลังได้รับอนุมัติจากสำนักงาน คปภ.


จาก “ขายกรมธรรม์” สู่แพลตฟอร์มดูแลชีวิตระยะยาว

อีกด้านที่น่าจับตาคือการขยับกลยุทธ์จากธุรกิจประกันชีวิตแบบผลิตภัณฑ์รายกรมธรรม์ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน และแนวคิด “Care with Heart”

บริษัทเปิดตัว “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส (LifeVerse)” ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ซึ่งออกแบบให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงชีวิตภายใต้กรมธรรม์เดียว รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณและบริการสุขภาพ

LifeVerse ยังสามารถเชื่อมต่อเป็น Family Account ผ่านแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวบริหารจัดการกรมธรรม์ได้ในจุดเดียว ซึ่งสะท้อนความพยายามสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมทั้งประกัน การเงิน สุขภาพ และครอบครัวเข้าด้วยกัน


เสริม AI Doctor ยกระดับ Digital Health

พร้อมกันนี้ ไทยประกันชีวิตยังเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทำหน้าที่มากกว่าช่องทางทำธุรกรรม ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ “AI Doctor” สำหรับประเมินอาการป่วยเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาโดยโรงพยาบาลสมิติเวช ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ รับคำแนะนำเบื้องต้น และเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น

ทิศทางดังกล่าวทำให้ภาพของไทยประกันชีวิตในระยะต่อไปไม่ได้อยู่เพียงการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ประกัน แต่เป็นการผสาน Insurance + Financial Planning + Health + Digital Service เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดช่วงชีวิต


ESG อีกแกนของการเติบโตระยะยาว

ด้านความยั่งยืน บริษัทนำแนวทาง ESG เข้าไปเชื่อมกับกระบวนการดำเนินธุรกิจ และได้รับการคัดเลือกอยู่ในทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงได้รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2569 สาขา Responsible Digital Practice และตราสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนระดับ GOLD จาก Enterprise Asia

เมื่อมองภาพรวม ผลประกอบการครึ่งปีแรกของไทยประกันชีวิตจึงสะท้อนมากกว่าการเติบโตของกำไร แต่คือการวางฐานธุรกิจใน 3 ด้านพร้อมกัน ทั้ง ความสามารถในการสร้างกำไร ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันชีวิตในระยะยาว

[อ่าน 21]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
การบินไทย x ไวทัลไลฟ์–บำรุงราษฎร์ ยกระดับ In-flight Entertainment สู่ Wellness บนฟ้า
Marriott Bonvoy Charity Golf Day ครั้งที่ 5 ขยายศึกกอล์ฟการกุศลสู่ภูเก็ต–กรุงเทพฯ ระดมทุนช่วยเด็กไทย
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ AWC สู่ “Global Real Estate & Investment Platform”
EGCO Group ครึ่งปีแรก กำไร 1,538 ล้านบาท ถือเงินสด 3.18 หมื่นล้าน เดินหน้า Asset Recycling
“โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” ยกระดับมหกรรมเกษตร สู่ Agricultural Business Ecosystem
"ไดกิ้น" สนับสนุน "แสนสิริ" ขับเคลื่อนโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” เพื่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved