
ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจประกันชีวิตที่ไม่ได้วัดกันเพียง “ยอดขายเบี้ยประกัน” แต่กำลังขยับไปสู่ความสามารถในการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตลูกค้าได้ยาวขึ้น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น
ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.4% ขณะที่กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ หรือ New Business CSM อยู่ที่ 5,211 ล้านบาท และยอดคงเหลือกำไรจากการให้บริการตามสัญญา หรือ CSM ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 92,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
หากตัดรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด ไทยประกันชีวิตมีกำไรสุทธิ 6,367 ล้านบาท เติบโต 6.9% โดยมาจากกำไรจากการรับประกันภัย 5,000 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุน 1,367 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 54.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลตอบแทนเงินปันผลของการลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
ในด้านการบริหารความเสี่ยง มากกว่า 80% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน สะท้อนแนวทางการจัดพอร์ตที่ยังให้น้ำหนักกับความมั่นคงควบคู่กับการสร้างผลตอบแทน
อีกตัวเลขที่สะท้อนฐานธุรกิจระยะยาว คือ มูลค่าพื้นฐานของกิจการ หรือ Embedded Value ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 186,393 ล้านบาท หรือ 16.3 บาทต่อหุ้น ขณะที่ส่วนของเจ้าของพื้นฐานรวมกำไรที่รอรับรู้อยู่ที่ 191,595 ล้านบาท หรือ 16.7 บาทต่อหุ้น
ด้านความแข็งแกร่งของเงินทุน บริษัทมี CAR Ratio 459.1% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดไว้ 140% อย่างมีนัยสำคัญ
จากผลดำเนินงานและฐานเงินทุนดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น โดยจะดำเนินการจ่ายหลังได้รับอนุมัติจากสำนักงาน คปภ.
อีกด้านที่น่าจับตาคือการขยับกลยุทธ์จากธุรกิจประกันชีวิตแบบผลิตภัณฑ์รายกรมธรรม์ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน และแนวคิด “Care with Heart”
บริษัทเปิดตัว “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส (LifeVerse)” ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ซึ่งออกแบบให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงชีวิตภายใต้กรมธรรม์เดียว รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณและบริการสุขภาพ
LifeVerse ยังสามารถเชื่อมต่อเป็น Family Account ผ่านแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวบริหารจัดการกรมธรรม์ได้ในจุดเดียว ซึ่งสะท้อนความพยายามสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมทั้งประกัน การเงิน สุขภาพ และครอบครัวเข้าด้วยกัน
พร้อมกันนี้ ไทยประกันชีวิตยังเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทำหน้าที่มากกว่าช่องทางทำธุรกรรม ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ “AI Doctor” สำหรับประเมินอาการป่วยเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาโดยโรงพยาบาลสมิติเวช ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ รับคำแนะนำเบื้องต้น และเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น
ทิศทางดังกล่าวทำให้ภาพของไทยประกันชีวิตในระยะต่อไปไม่ได้อยู่เพียงการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ประกัน แต่เป็นการผสาน Insurance + Financial Planning + Health + Digital Service เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดช่วงชีวิต
ด้านความยั่งยืน บริษัทนำแนวทาง ESG เข้าไปเชื่อมกับกระบวนการดำเนินธุรกิจ และได้รับการคัดเลือกอยู่ในทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงได้รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2569 สาขา Responsible Digital Practice และตราสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนระดับ GOLD จาก Enterprise Asia
เมื่อมองภาพรวม ผลประกอบการครึ่งปีแรกของไทยประกันชีวิตจึงสะท้อนมากกว่าการเติบโตของกำไร แต่คือการวางฐานธุรกิจใน 3 ด้านพร้อมกัน ทั้ง ความสามารถในการสร้างกำไร ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันชีวิตในระยะยาว





