
เปิดฉากอย่างเป็นทางการสำหรับ “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” หรือ “วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยปีนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าปรับภาพงานวิทยาศาสตร์ให้เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น ผ่านการเรียนรู้แบบ Interactive Learning ที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ทดลอง ลงมือทำ และค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความพร้อมให้กับเด็กและเยาวชนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้เกิดประสบการณ์จริง การทดลอง และการตั้งคำถาม
เป้าหมายสำคัญของงานจึงไม่ใช่เพียงการส่งต่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แต่คือการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ให้คนรุ่นใหม่สามารถนำความรู้ไปต่อยอด ตั้งคำถามใหม่ และพัฒนาเป็นสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์ประเทศในอนาคต โดยเฉพาะในโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร
ขณะที่ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ปีนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงานจาก 8 ประเทศ เพื่อทำให้ประชาชนเห็นภาพชัดขึ้นว่า วิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
ภายในงานจึงออกแบบพื้นที่ให้มีทั้งนิทรรศการความรู้ เทคโนโลยี งานวิจัย และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วม ตั้งแต่นิทรรศการเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ไปจนถึง AI Revolution ที่ชวนสำรวจทักษะมนุษย์ในโลกยุคใหม่ รวมถึงเรื่องของ Rare Earth วัตถุดิบสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ นิทรรศการ “ดอกไม้เปลี่ยนโลก” และ “ความลับของท้องทุ่ง”
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานภายใต้ อว. มาจัดแสดงให้ประชาชนได้สัมผัส โดยมีทั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับสำรวจดวงจันทร์ “CE-7MATCH” ฝีมือคนไทย รวมถึงกิจกรรม Science Lab และ Coding & AI ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
จากห้องทดลองสู่การแก้ปัญหาจริง
หนึ่งในภาพสะท้อนของทิศทางงานปีนี้ คือการเชื่อม “วิทยาศาสตร์” เข้ากับ “ปัญหาจริง” ผ่านผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Science Award 2026 ซึ่งมีการมอบรางวัลรวม 7 รางวัล แบ่งเป็นระดับเยาวชน Project Award 5 รางวัล และระดับครู Teacher Award 2 รางวัล
ผลงานที่ได้รับรางวัลครอบคลุมโจทย์สำคัญทั้งด้านเกษตร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการใช้ AI อาทิ ระบบควบคุมศัตรูพืชอัตโนมัติ ไบโอมาร์กเกอร์สำหรับคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การฟื้นฟูปะการัง การประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคมาลาเรียในโครงการ MalariaX และแพลตฟอร์มคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง StrokeSight
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชน แต่คือการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็น “นวัตกรรมที่มีโจทย์” และสามารถเชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม
ขณะเดียวกัน รางวัลระดับครูยังสะท้อนอีกหนึ่งกลไกสำคัญของการสร้างระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ เพราะการสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเด็กเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยครูและบุคลากรการศึกษาที่ทำหน้าที่จุดประกายความสนใจและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
Science + AI สู่ Sustainability
เมื่อโลกกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร โรคภัย เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน บทบาทของวิทยาศาสตร์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การค้นพบสิ่งใหม่ แต่ต้องสามารถนำความรู้ไปสร้างทางออกที่ตอบโจทย์สังคมได้
มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569 จึงเป็นอีกพื้นที่ที่พยายามทำให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจและนวัตกรรมในอนาคต
ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” งานปีนี้จึงไม่ได้สื่อสารเพียงว่า “วิทยาศาสตร์สำคัญ” แต่กำลังชวนสังคมมองไปอีกขั้นว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะถูกนำมาใช้ร่วมกับ AI และนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร
สำหรับประชาชนและเยาวชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ได้ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ภูมิภาคผ่าน “มหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาค” ระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
เพราะอนาคตไม่ได้สร้างจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากคนที่กล้าตั้งคำถาม เรียนรู้ และเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นนวัตกรรม





