
แม้ภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ เคทีซี (KTC) ยังมองเห็นแรงส่งจากการใช้จ่ายช่วงไฮซีซันปลายปี พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เติบโตแบบเน้น “คุณภาพ” มากกว่าการเร่งจำนวนลูกค้า โดยโฟกัส 2 กลุ่มหลัก คือ ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งมีกำลังซื้อและความสามารถในการชำระคืนที่ดี และ First Jobber–คนรุ่นใหม่ เพื่อเข้าไปเป็นบัตรเครดิตใบแรกและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ขณะเดียวกันเตรียมใช้ Core System ใหม่ และข้อมูลลูกค้ามาต่อยอดประสบการณ์ดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง รวมถึงขยายโอกาสในธุรกิจนายหน้าประกันภัยและสินเชื่อส่วนบุคคล
แรงส่งสำคัญมาจากผลประกอบการครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 4,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอยู่ที่ 153,421 ล้านบาท เติบโต 4.7% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โต 2.7% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดด้านยอดใช้จ่ายเพิ่มจาก 13.1% เป็น 13.3% ส่วน NPL ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.86% ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายไม่เกิน 2% สะท้อนฐานลูกค้าและคุณภาพพอร์ตที่ยังแข็งแรง พร้อมเป็นฐานให้ KTC เดินหน้าหาโอกาสเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังอย่างระมัดระวังมากขึ้น

พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Earnings Call) 2Q2026 ว่า
“ภาพรวมของเศรษฐกิจครึ่งปีหลังไม่น่าจะแตกต่างจากครึ่งปีแรกมากนัก แต่ความต้องการใช้จ่ายและสินเชื่อมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน เชื่อว่าเป้าหมายการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและสินเชื่อสามารถทำได้
โจทย์ของเราไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนลูกค้า แต่ต้องได้ลูกค้าที่มีคุณภาพ และบริหารต้นทุนในการหาลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ เราลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีปรับกระบวนการทำงาน และพัฒนาทักษะของคน แต่จะไม่ลดสิทธิประโยชน์ที่มีคุณค่ากับสมาชิก เพราะการเติบโตต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว”
“การที่ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเคทีซียังเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจเช่นนี้ เป็นผลจากความร่วมมือของคนทั้งองค์กรในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย สิ่งที่เคทีซีให้ความสำคัญคือการสร้างความแข็งแรงให้กับธุรกิจตลอดทั้งกระบวนการ
ตั้งแต่การคัดกรองและคัดเลือกลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาการบริการของเจ้าหน้าที่ดูแลสมาชิก การยกระดับทักษะของพนักงาน การลงทุนด้านเทคโนโลยีและการป้องกันการทุจริตทางการเงิน ไปจนถึงการดูแลลูกค้าที่เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ผ่านการให้คำปรึกษาและการไกล่เกลี่ยอย่างใกล้ชิด
เราเชื่อว่าการบริหารจัดการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้เคทีซีสามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ รักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน"
เจาะ 2 ฐานลูกค้า ผลักดันเคทีซีเป็นบัตรหลัก
ธุรกิจบัตรเครดิตครึ่งปีหลังจะเน้นขยายฐานลูกค้าคุณภาพสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งยังมีกำลังซื้อและความสามารถในการชำระคืนที่ดี อีกกลุ่มคือ First Jobber และคนรุ่นใหม่ โดยเคทีซีต้องการเข้าไปเป็นบัตรเครดิตใบแรก เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเติบโตไปกับลูกค้าในระยะยาว สำหรับสมาชิกเดิม เป้าหมายคือทำให้เคทีซีเป็นบัตรหลักในการใช้จ่าย ปัจจุบันสมาชิกเคทีซียังคงมีการใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานสมาชิกที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาด ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งหมวดร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ช้อปออนไลน์ ประกันภัยและการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงเป็นหมวดที่มีการเติบโตดี โดยเฉพาะยอดใช้จ่ายช้อปออนไลน์ที่เติบโตดีในระดับเลขสองหลัก รวมถึงหมวดที่มีโอกาสเติบโตอย่างหมวดสุขภาพและความงาม และพร้อมทำงานร่วมกับธนาคารกรุงไทยมากขึ้น เพื่อต่อยอดฐานลูกค้าคุณภาพและกลุ่ม Wealth
Core System ใหม่ เปิดทางดิจิทัล–คุม Cybersecurity
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการขึ้นระบบ Core System ใหม่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ซึ่งดำเนินการได้ตามแผนและมีเสถียรภาพ จะทำให้ครึ่งปีหลังเคทีซีสามารถเดินหน้าโครงการเทคโนโลยีที่เตรียมไว้ได้มากขึ้น ทั้งการใช้ข้อมูลเพื่อรู้จักความต้องการของสมาชิกในเชิงลึกเพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้ตรงกลุ่ม การพัฒนาประสบการณ์บนแอป “KTC Mobile” และการนำระบบสมัครผลิตภัณฑ์มาเชื่อมบนแอป รวมถึงการปรับแพลตฟอร์ม “KTC U SHOP” ภายในปีนี้ เพื่อต่อยอดธุรกิจจากฐานสมาชิกเดิม
ระบบใหม่ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือ Cybersecurity และ Scam ซึ่งเคทีซีมองว่าเป็นความท้าทายสำคัญ โดยจะลงทุนต่อเนื่องทั้งด้านความปลอดภัยของลูกค้าและระบบ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอนและบริหารต้นทุน แม้ครึ่งปีหลังจะเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการลงทุนใน Core System และโครงการด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม แต่การดำเนินงานด้าน Technology Modernization จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนในระยะยาว ส่งผลให้บริษัทคาดว่า Cost-to-Income Ratio ตลอดทั้งปีจะยังอยู่ในระดับประมาณ 36%
ประกัน–สินเชื่อส่วนบุคคล เพิ่มโอกาสครึ่งปีหลัง
ธุรกิจนายหน้าประกันภัยจะเป็นอีกโอกาสสร้างรายได้ใหม่ หลังเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเคทีซีเลือกเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลูกค้ามากกว่าการเร่งยอดขาย และคาดว่าไตรมาส 4 จะมีความพร้อมด้านดิจิทัลมากขึ้น จุดแข็งคือฐานลูกค้าคุณภาพ ความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และ Digital Ecosystem หรือระบบดิจิทัลของเคทีซี ซึ่งจะช่วยต่อยอดการขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
ในส่วนของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล เคทีซีมองเห็นโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากทั้งบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม” โดยมีการปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า (Risk-based Pricing) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ยอดใช้จ่ายเติบโตดีกว่าตลาด หนุนความมั่นใจครึ่งปีหลัง
ฐานธุรกิจหลักยังมีแรงส่ง โดยข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทั้งอุตสาหกรรมครึ่งปีแรกเติบโต 2.7% ขณะที่เคทีซีมียอดใช้จ่าย 153,421 ล้านบาท เติบโต 4.7% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดด้านยอดใช้จ่ายเพิ่มจาก 13.1% เป็น 13.3% ขณะที่ NPL ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.86% ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายไม่เกิน 2%
พิทยากล่าวว่า “แม้เศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แต่เราค่อนข้างมั่นใจในคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และยังเห็นโอกาสเติบโต ครึ่งปีหลังเคทีซีจะใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจลูกค้า เลือกโอกาสที่เหมาะสม พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อให้การเติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย และสร้างกำไรสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง”





