
บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP เดินหน้าตอกย้ำทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร หลังคว้า 3 รางวัลใหญ่จากเวที LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 ซึ่งสะท้อนศักยภาพตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพย์สิน ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงการบริการลูกค้า
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นอีกจิ๊กซอว์ของ LPP ในการผลักดัน “UP” Master Service Brand ให้ทำหน้าที่เชื่อมบริการจาก 9 หน่วยธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาไปสู่ Integrated Property Services Ecosystem ที่สามารถดูแลอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบคลุมมากกว่าการบริหารอาคารเพียงอย่างเดียว

นายกฤษฎิ์ ศุภเดชชูชัย รองกรรมการผู้จัดการ LPP กล่าวว่า การได้รับทั้ง 3 รางวัลสะท้อนความพร้อมของ LPP และแบรนด์ UP ในการเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ และเป็นอีกบทพิสูจน์ของการพัฒนาธุรกิจตลอดระยะเวลา 34 ปี
ปัจจุบัน LPP บริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 300 โครงการ ดูแลเจ้าของร่วมและผู้อยู่อาศัยมากกว่า 400,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13 ล้านตารางเมตร ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบบริการและมาตรฐานการบริหารจัดการในระยะต่อไป

รางวัลแรก Best Property Management Award สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารทรัพย์สิน ผ่านกลยุทธ์ FBLES+P ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่งานระบบอาคาร การบริหารงบประมาณ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการพัฒนาบุคลากร
LPP ยังนำมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 มาใช้ในการดำเนินงาน โดยบริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีอัตราการต่อสัญญาใช้บริการจากลูกค้าสูงถึง 98%

ขณะที่รางวัล Best Property Safety Management Award สะท้อนการยกระดับงานรักษาความปลอดภัยไปสู่ระบบ Integrated Intelligent Security System หรือระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ 4 ชั้น
ระบบดังกล่าวผสานทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดที่ใช้ AI Analytics ระบบ Access Control และ IoT Sensing เข้ากับศูนย์ปฏิบัติการเหตุฉุกเฉิน หรือ Emergency Operation Center ซึ่งเฝ้าระวังแบบรวมศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถตอบสนองต่อเหตุวิกฤตระดับสูงสุด เช่น อัคคีภัย ได้ภายใน 30 วินาทีตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
ส่วนรางวัล Best Customer Services in Property Management Award ซึ่ง LPP ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนการพัฒนาระบบบริการลูกค้าผ่าน “กระบวนการบริหารจัดการเสียงสะท้อน 8 ขั้นตอน” ตั้งแต่การรับฟัง วิเคราะห์ต้นเหตุ ไปจนถึงการนำข้อมูลกลับมาพัฒนาบริการ
LPP ระบุว่า จำนวนเรื่องร้องเรียนลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี รวมกว่า 36% ขณะที่คะแนนความพึงพอใจลูกค้าในบางกลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 99.60% สำหรับบริการฝากขาย-เช่า และ 99.34% ในกลุ่มงานบริหารชุมชน
อีกประเด็นสำคัญของกลยุทธ์ UP คือการขยายมุมมองจากการดูแลอาคารให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ไปสู่การบริหารประสบการณ์และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
LPP วางเป้าหมายการให้บริการไว้ใน 3 มิติ ได้แก่ Living Experience หรือคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย, Property Performance หรือประสิทธิภาพของอาคาร และ Asset Value การรักษาและเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน
ทิศทางดังกล่าวทำให้บทบาทของบริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์กำลังขยับจาก “ผู้ดูแลพื้นที่” ไปสู่ผู้บริหารระบบนิเวศของการอยู่อาศัย ซึ่งต้องเชื่อมทั้งเทคโนโลยี บุคลากร ระบบอาคาร ความปลอดภัย บริการลูกค้า และการบริหารมูลค่าทรัพย์สินเข้าด้วยกัน
สำหรับ LPP การผลักดัน UP จึงไม่ใช่เพียงการสร้างแบรนด์บริการใหม่ แต่เป็นการวางโครงสร้างเพื่อรองรับการแข่งขันของธุรกิจ Property Services ที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย ประสิทธิภาพของทรัพย์สิน และมาตรฐานบริการมากขึ้น
บริษัทตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างการเติบโตของแบรนด์ UP ในฐานะแพลตฟอร์มบริการที่เชื่อมการดูแลอสังหาริมทรัพย์และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน




