DRS by REPCO NEX ปักธงอาเซียน ดัน Smart Power Plant เป้า 10,000 MW ภายในปี 2030
26 Aug 2026


การเพิ่มความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบผลิตไฟฟ้ากำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าต้องบริหารทั้งต้นทุน ความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่อง และประสิทธิภาพของสินทรัพย์ให้ดีขึ้น

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC เดินหน้าขยายธุรกิจ Industrial Solutions ภายใต้ DRS by REPCO NEX (Digital Reliability Solutions) จากประเทศไทยสู่ตลาดอาเซียน โดยรุกอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าด้วย Smart Power Plant Solutions ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับโรงไฟฟ้าสู่การบริหารจัดการแบบ Data-driven

โซลูชันดังกล่าวนำข้อมูลจากการเดินเครื่องมาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของโรงไฟฟ้า ช่วยคาดการณ์ความผิดปกติของเครื่องจักรก่อนเกิดปัญหา ลดความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องกะทันหัน หรือ Forced Outage รวมถึงช่วยให้สามารถวางแผนซ่อมบำรุงและบริหารสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 




ตั้งเป้าครอบคลุมโรงไฟฟ้ากว่า 10,000 MW ในอาเซียน

ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ เปิดเผยว่า DRS by REPCO NEX ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึง B.GRIMM Power ซึ่งสามารถยกระดับเสถียรภาพของการผลิตไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน และขยายรอบการซ่อมบำรุงให้นานขึ้น

จากประสบการณ์ดังกล่าว บริษัทเตรียมขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า และตั้งเป้าให้ Smart Power Plant Solutions เข้าไปครอบคลุมกำลังการผลิตรวมมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2030

เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ DRS by REPCO NEX ที่ต้องการขยับจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีสำหรับภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยผู้ประกอบการเพิ่ม Reliability และ Efficiency ของโรงไฟฟ้า ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อความต้องการพลังงานของภูมิภาคเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจ

 




จับมือ Hongsa Power นำร่องโรงไฟฟ้า 1,878 MW

หนึ่งในก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจครั้งนี้ คือการลงนามบันทึกความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์ หรือ MOU ระหว่าง DRS by REPCO NEX กับบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด (Hongsa Power) ใน สปป.ลาว

ความร่วมมือดังกล่าวจะพัฒนาและประยุกต์ใช้ Smart Power Plant Solutions สำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,878 MW เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ส่งให้แก่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2570

ดีลนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในแง่การเพิ่มฐานลูกค้าต่างประเทศ แต่ยังเป็น Use Case สำคัญของการนำเทคโนโลยีจากประเทศไทยไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระดับภูมิภาค



ใช้ AI–Digital Twin มองเห็นปัญหาก่อนเครื่องหยุด

Smart Power Plant Solutions ภายใต้ DRS ครอบคลุมตั้งแต่ Predictive & Data-driven Reliability โดยใช้ Predictive Analytics ร่วมกับ Boiler Digital Twin หรือแบบจำลองทางวิศวกรรมของหม้อไอน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์หลักของโรงไฟฟ้า

ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อค้นหาสัญญาณผิดปกติและคาดการณ์ปัญหาของเครื่องจักรล่วงหน้า ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมรับมือก่อนเกิด Forced Outage ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งจากการสูญเสียกำลังผลิตและต้นทุนในการหยุดเดินเครื่อง

อีกองค์ประกอบคือ Smart Maintenance ที่นำข้อมูลมาสนับสนุน Predictive Maintenance ช่วยเปลี่ยนวิธีการซ่อมบำรุงจากการรอตรวจตามรอบ หรือแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การวางแผนล่วงหน้าตามสภาพจริงของเครื่องจักร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์และลดต้นทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของ Knowledge & Capability Development เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะบุคลากร ให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารโรงไฟฟ้าได้จริง ไม่ใช่เพียงการนำระบบดิจิทัลเข้าไปติดตั้งแล้วจบโครงการ

 



จาก Digital Solution สู่ Data-driven Power Plant

ดร.พิเชษฐ์ ระบุว่า จุดแข็งของ DRS by REPCO NEX ไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่คือการนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและประสบการณ์การทำงานจริงในอุตสาหกรรมมาผสานกับ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล

แนวทางดังกล่าวทำให้สามารถเข้าใจกระบวนการเดินเครื่อง ความท้าทาย และข้อจำกัดของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง ก่อนร่วมออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับการใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายยกระดับโรงไฟฟ้าสู่ “Data-driven Power Plant” ที่สามารถใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ เพิ่มเสถียรภาพการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์

การเดินเกมของ DRS by REPCO NEX จึงสะท้อนอีกทิศทางหนึ่งของ SCGC ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชันที่สามารถ Scale ไปยังตลาดต่างประเทศ

และหากสามารถขยายฐานโรงไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายมากกว่า 10,000 MW ภายในปี 2030 บทบาทของ DRS by REPCO NEX จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร แต่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของอาเซียนในระยะยาว

 

[อ่าน 73]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ShopeePay ผนึก สุกี้ตี๋น้อย เพิ่มช่องทางการชำระเงิน ครบทุกสาขาทั่วประเทศ
TOA ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย สู่ ‘Green Ecosystem’ สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
บีโอไอ ชู 4 ยุทธศาสตร์ ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท
ฮอนด้า เปิดตัว HRC ครั้งแรกในไทย ขนทัพรถแต่ง 4 รุ่น 4 สไตล์ ในงาน Bangkok Auto Salon 2026
แสนสิริยอดขายต่างชาติ ทะลุ 5,500 ล้านบาท ต่อเกม THE MONUMENT SATHON ลุย Global Launch
ซีพีวางเกม AI ระยะ 5 ปี จับมือ Amazon–AWS ดัน Retail–Telecom–Fintech พร้อมปั้นคนไทย 3 ล้าน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved