
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ ยังมีแรงซื้อจากต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อคุณภาพที่มองหาทรัพย์สินบนทำเลหายาก มีแบรนด์ที่เชื่อถือได้ และมีศักยภาพรักษามูลค่าในระยะยาว ล่าสุด แสนสิริ เดินหน้าต่อยอดตลาดต่างประเทศ ด้วยการแต่งตั้ง ไทยเวย์ พร็อพเพอร์ตี้ เป็น Master Agent สำหรับโครงการ THE MONUMENT SATHON เตรียมเปิด Global Launch และโควตาต่างชาติในเดือนกันยายน 2569 ผ่านเครือข่ายตัวแทนขายใน 5 ตลาดยุทธศาสตร์ ได้แก่ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง เมียนมา และยุโรป พร้อมตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากผลงานของไทยเวย์ พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก 2569 สามารถสร้างยอดขายโครงการของแสนสิริในตลาดต่างชาติรวมกว่า 2,100 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกลุ่มพรีเมียมและ Affordable จากหลายโครงการ อาทิ VIA 61, XT 10 Ekkamai, LOVE Charoen Nakhon, WIDEN by Sansiri, XELF by Sansiri และ THE BASE Urban Rama 9
ด้านภาพรวมตลาดต่างประเทศ แสนสิริสร้างยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกได้มากกว่า 5,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดย 3 โครงการที่ทำยอดขายสูงสุด ได้แก่ Rhea by Sansiri, XT 10 Ekkamai และ LOVE Charoen Nakhon สะท้อนว่ากลุ่ม Global Buyers ยังคงให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดลักซ์ชัวรีในทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ

ไปรยา บุนนาค ประธานผู้บริหารฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจตลาดต่างประเทศ แสนสิริ ระบุว่า ตลาดต่างชาติไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยจำนวนผู้ซื้อเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเติบโตของกลุ่มผู้ซื้อคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ในทำเลหายาก ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และศักยภาพในการรักษามูลค่าระยะยาว ความร่วมมือกับไทยเวย์ พร็อพเพอร์ตี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยาย Strategic Partnership เพื่อเชื่อมโครงการคุณภาพในไทยเข้ากับเครือข่ายผู้ซื้อระดับโลก

สำหรับ THE MONUMENT SATHON แสนสิริวางตำแหน่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีและ Pets Welcome ภายใต้การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งแรกระหว่างแสนสิริและ โนมุระ เรียล เอสเตท (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการประมาณ 4,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 9.9–150 ล้านบาท จำนวนเพียง 185 ยูนิต สูง 29 ชั้น โดยมีตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 39 ตร.ม. ไปจนถึงเพนต์เฮาส์ขนาด 240–303 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต
อีกจุดขายสำคัญคือทำเล สาทร ซอย 10 ซึ่งเป็น Prime CBD Location ห่างจาก BTS เซนต์หลุยส์ประมาณ 80 เมตร ห่างถนนสีลม 500 เมตร และเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัชในระยะประมาณ 1.7 กิโลเมตร รายล้อมด้วยอาคารสำนักงาน สถานทูต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับบน ขณะที่โครงการชูจุดเด่นด้าน Rare Freehold บนที่ดินหายาก พร้อมระบุศักยภาพผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงสุด 7%

การแต่งตั้ง Master Agent และการเตรียม Global Launch ในครั้งนี้ จึงสะท้อนทิศทางของแสนสิริที่ต้องการใช้ทั้ง โปรดักต์ลักซ์ชัวรี ทำเล Prime CBD และเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ เป็นเครื่องมือเจาะกลุ่มนักลงทุน Expats และผู้ซื้อกำลังสูงในตลาดโลก พร้อมต่อยอดฐานยอดขายต่างชาติที่กำลังเติบโตให้เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง





