MFA: จากมาตรการเสริม สู่มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ขององค์กรไทย
31 Aug 2026

 

การขยายตัวของบริการดิจิทัล ระบบคลาวด์และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานช่วยให้ภาครัฐและเอกชนบริการประชาชนและลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีแอบอ้างเข้าถึงระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่ยังพึ่งพาเพียง "ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน" เป็นหลัก

 

กรณีข้อมูลรั่วไหลของหน่วยงานต่างๆ สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ต้องไม่มุ่งเน้นเพียงการป้องกันการเจาะระบบจากภายนอกเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบว่าผู้ที่กำลังล็อกอินคือเจ้าของบัญชีตัวจริงหรือไม่ โดยเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการโจมตีด้วยเทคนิคซับซ้อน แต่เกิดจากผู้โจมตีนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลบน Dark Web มาทดลองเข้าสู่ระบบหรือที่เรียกว่า Credential Stuffing

 

ผู้โจมตีจะใช้โปรแกรมอัตโนมัติสุ่มนำข้อมูลล็อกอินไปทดลองกับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบคลาวด์ VPN และระบบ Remote Access ต่าง ๆ หากผู้ใช้งานใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบริการ รหัสผ่านที่รั่วไหลจากจุดหนึ่งจะกลายเป็นกุญแจเปิดเข้าสู่ระบบงานขององค์กรทันที

 

ความท้าทาย คือ เมื่อผู้โจมตีใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกต้อง ระบบจะมองว่าเป็นกิจกรรมปกติของเจ้าของบัญชี เครื่องมือตรวจจับมัลแวร์หรือระบบป้องกันเครือข่ายแบบเดิมจึงไม่สามารถตรวจพบได้ ปัญหานี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแรงของรหัสผ่าน แต่อยู่ที่การพึ่งพารหัสผ่านเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงชั้นเดียว

 

MFA ปิดช่องว่างระหว่าง “ผู้ถือรหัสผ่าน” กับ “เจ้าของบัญชี”

Multi-Factor Authentication (MFA) คือการบังคับให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนด้วยหลักฐานอย่างน้อยสองประเภท เช่น สิ่งที่ผู้ใช้รู้คือ รหัสผ่าน ร่วมกับสิ่งที่ผู้ใช้มี เช่น รหัส OTP บนโทรศัพท์ หรือ Hardware Token แม้ผู้โจมตีจะได้รหัสผ่านไปก็ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้หากขาดปัจจัยยืนยันตัวตนชั้นที่สอง รายงาน FortiGuard Incident Response Insights Report 2024 ระบุว่า การยกระดับระบบยืนยันตัวตนเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงจากการถูกบุกรุกบัญชี

 

อย่างไรก็ตาม MFA ไม่ใช่ยาวิเศษที่ป้องกันได้ทุกกรณี ผู้โจมตีอาจใช้เว็บไซต์ปลอมล่อลวงเอา OTP หรือส่งคำขออนุมัติซ้ำ ๆ จนผู้ใช้เผลอกดยืนยัน (MFA Fatigue) องค์กรจึงต้องเลือกใช้วิธียืนยันตัวตนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานไม่ให้กดยืนยันการล็อกอินที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น และสำหรับองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญสูงควรพิจารณาวิธียืนยันตัวตนแบบ Phishing-resistant MFA พร้อมตั้งค่าระบบให้แจ้งเตือนและระงับบัญชีชั่วคราวเมื่อพบพฤติกรรมผิดปกติ

 

การใช้ MFA แบบไม่ครอบคลุม คือ จุดอ่อนสำคัญ

การเปิดใช้งาน MFA เฉพาะกลุ่มผู้บริหารหรือผู้ดูแลระบบไม่เพียงพออีกต่อไป หากบัญชีพนักงานทั่วไป บุคคลภายนอก หรือช่องทาง VPN ยังใช้เพียงรหัสผ่าน ผู้โจมตีจะเลือกเข้าหาจุดที่อ่อนแอที่สุดเสมอ เมื่อเข้าสู่ระบบได้เพียงหนึ่งบัญชีแล้วก็สามารถใช้บัญชีนั้นรวบรวมข้อมูลส่งอีเมลฟิชชิงในนามบุคคลที่น่าเชื่อถือ หรือพยายามยกระดับสิทธิ์เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญอื่นต่อไป

 

องค์กรสามารถใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการตัวตน (Identity Management) เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อกับระบบเดิมไม่ว่าจะเป็น Active Director, LDAP, RADIUS หรือ SAML ยกตัวอย่างเช่น FortiAuthenticator ที่ทำงานร่วมกับ FortiToken เพื่อเพิ่มการยืนยันด้วย OTP ทั้งรูปแบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ พร้อมกำหนดสิทธิ์แบบ Role-Based Access Control (RBAC) ให้ผู้ใช้เข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น

 

MFA ต้องทำงานร่วมกับแนวคิด Zero Trust

การผ่านด่าน MFA ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงทุกระบบตลอดทั้งเซสชัน แนวคิด Zero Trust ตั้งอยู่บนหลักการที่ไม่เชื่อถือโดยอัตโนมัติและต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยวิเคราะห์ทั้งตัวตนผู้ใช้ สถานะอุปกรณ์ ตำแหน่งการเชื่อมต่อและระดับความเสี่ยง หากพบสิ่งผิดปกติระบบต้องสามารถขอให้ยืนยันตัวตนใหม่หรือตัดการเชื่อมต่อได้ทันที แนวทางนี้ทำงานร่วมกับหลักการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น โดยสถาปัตยกรรมของฟอร์ติเน็ต เช่น FortiGate สามารถทำหน้าที่ควบคุมการเข้าถึงที่เกตเวย์ บังคับใช้ MFA ก่อนเชื่อมต่อ VPN และทำงานร่วมกับ ZTNA เพื่อประเมินความปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อนอนุญาตให้เข้าถึงแอปพลิเคชันภายใน

 

วิธีป้องกันหลายชั้น จำกัดขอบเขตผู้โจมตี

ระบบความปลอดภัยที่ดีต้องตั้งสมมติฐานว่าผู้โจมตีอาจหลุดเข้ามาได้ องค์กรจึงต้องสร้างระบบป้องกันหลายชั้น (Defense-in-Depth) เพื่อจำกัดขอบเขตและลดเวลาที่ผู้โจมตีจะอยู่ในระบบ

  • Internal Segmentation: แบ่งเครือข่ายเป็นโซนย่อยด้วย FortiGate (ISFW) เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ข้ามระบบ (Lateral Movement)
  • Data Loss Prevention (DLP): ตรวจจับและป้องกันการสูญหายของข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลทางการเงินรั่วไหลออกนอกองค์กร
  • SSL Deep Inspection: ตรวจสอบทราฟฟิกที่เข้ารหัสลับเพื่อหาความผิดปกติ
  • Security Analytics: ส่งข้อมูลเหตุการณ์ไปยัง FortiAnalyzer เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมน่าสงสัย เช่น การพยายามดาวน์โหลดข้อมูลปริมาณมากในเวลาผิดปกติ

 

รับมือภัยคุกคามยุค AI

ปัจจุบันผู้โจมตีใช้ AI สร้างอีเมลฟิชชิงได้แนบเนียนและปรับเปลี่ยนมัลแวร์ได้รวดเร็วขึ้น การป้องกันจึงพึ่งพาเพียงฐานข้อมูลภัยคุกคามเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไป ฟอร์ติเน็ตจึงมี FortiGuard Labs ที่ใช้ AI/ML วิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามทั่วโลกเพื่ออัปเดตระบบป้องกันแบบ Real-time อีกทั้ง Fortinet Security Fabric ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครือข่าย เอนด์พอยต์ และคลาวด์ให้ตอบสนองร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง FortiAI ที่ช่วยผู้ดูแลระบบสรุปเหตุการณ์และวิเคราะห์ภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว

 

ยกระดับจากเทคโนโลยี สู่การพัฒนาบุคลากร

ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “MFA ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือกเสริมสำหรับกลุ่มผู้ดูแลระบบหรือระบบที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น องค์กรไทยควรยกระดับการยืนยันตัวตนที่เข้มแข็งให้เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ครอบคลุม ทั้งพนักงาน บุคคลภายนอก แอปพลิเคชันคลาวด์ และการควบคุมและเข้าถึงระบบจากระยะไกล ซึ่งบทบาทของผู้บริหารคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานอย่างครอบคลุม รองรับด้วยนโยบายที่ชัดเจนควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานและการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง”

 

นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามและจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เช่น โครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill เพื่อพัฒนาทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ

 

[อ่าน 38]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนมาใช้ Galaxy Z Fold8 ง่ายกว่าเดิม ด้วย Smart Switch ย้ายข้อมูลสะดวก พร้อมเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่ได้ทันที
สิงห์ เอสเตท (S) ผนึก ยูโอบี เดินหน้ากลยุทธ์ “Wealth & Legacy Experience” ต่อยอด Home Ownership สู่ความมั่งคั่งระยะยาว
เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 ปี 9 เดือน ที่ 4.50% ต่อปี เปิดขาย 14–16 ก.ย.
5-6 ก.ย. นี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จัดโปร “พัก ผ่อน” พักภาระผ่อนสูงสุด 24 เดือน เปิดโอกาสคนอยากมีบ้านบริหารเงินได้คล่องตัวขึ้น
'ซีพี แอ็กซ์ตร้า' ผนึกพลังทุกภาคส่วน จัดแข่งขัน “นักล่าหาขยะ” สร้างการมีส่วนร่วมจัดการขยะอย่างยั่งยืน
สสว. ประกาศความสำเร็จ “โครงการ Green Business 2569” ยกระดับ SME กว่า 246 ราย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved