
ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกำลังขยับจากการแข่งขันเรื่องทำเลและตัวโครงการ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวมากขึ้น เมื่อ สิงห์ เอสเตท (S) จับมือ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” ภายใต้แนวคิด “Elevating Wealth. Defining Legacy.” เชื่อมการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเข้ากับการวางแผนทางการเงินและการบริหารความมั่งคั่ง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการขยายบทบาทของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการขายบ้าน ไปสู่การสร้าง Wealth & Legacy Experience ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Wealth Access, Beyond Living และ Legacy Community ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ ลูกบ้านเดิมของสิงห์ เอสเตท และลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของยูโอบี โดยมีทั้งสิทธิ์ด้าน Wealth Management สินเชื่อบ้านอัตราพิเศษ และสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ซื้อโครงการของสิงห์ เอสเตท
อีกมุมที่น่าจับตาคือ การใช้ “บ้าน” เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสินทรัพย์ระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายมองที่อยู่อาศัยไม่เพียงเป็นสินทรัพย์สำคัญ แต่เป็นฐานสำหรับการวางแผน สร้าง รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งไปยังอนาคต ซึ่งทำให้ Home Ownership ถูกยกระดับจากการซื้อสินทรัพย์หนึ่งชิ้น ไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวว่า ความร่วมมือกับธนาคารยูโอบีในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยสู่ Wealth & Legacy Experience โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าของทั้งสององค์กรเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงทั้งการอยู่อาศัยและการบริหารความมั่งคั่งอย่างลงตัว ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ ลูกบ้านปัจจุบันของสิงห์ เอสเตท และลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของยูโอบี สะท้อนแนวทางการดูแลที่ไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ตัดสินใจซื้อ แต่ต่อเนื่องไปตลอดประสบการณ์การอยู่อาศัย เพื่อสร้างคุณค่าและต่อยอดความสัมพันธ์ในระยะยาว เราเชื่อมั่นว่าการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กร จะช่วยส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมสร้างคุณค่าและความผูกพันที่ยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต”
แคมเปญ Legacy Wealth Edition ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกบ้านปัจจุบันของโครงการในเครือสิงห์ เอสเตท โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Wealth Access, Beyond Living และ Legacy Community

นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลลูกค้าแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการบริหารความมั่งคั่งเข้าด้วยกัน โดยมองที่อยู่อาศัยไม่เพียงเป็นสินทรัพย์สำคัญของชีวิต แต่ยังเป็นรากฐานในการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว เรามุ่งสนับสนุนลูกค้าในทุกช่วงชีวิตผ่านโซลูชันทางการเงินและการบริหารสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งได้อย่างมั่นคง พร้อมก้าวสู่เป้าหมายทางการเงินในอนาคตด้วยความมั่นใจ”
นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความร่วมมือกับธนาคารยูโอบี คือก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลลูกค้าของสิงห์ เอสเตท ด้วยการเชื่อมโยงที่อยู่อาศัยเข้ากับการบริหารความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อขยายฐานลูกค้าระดับสูง ควบคู่กับการดูแลลูกบ้านเดิมในระยะยาว และขับเคลื่อนประสบการณ์ Home Ownership สู่ Wealth & Legacy Experience อย่างแท้จริง”
สำหรับแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” นี้ ลูกค้าสามารถติดต่อรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษและสิทธิประโยชน์จากโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 30 ธันวาคม 2569 และจดจำนองภายในวันที่ 29 มกราคม 2570 ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ ผลิตภัณฑ์ และบริการภายใต้แคมเปญเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารและบริษัทฯกำหนด
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
*อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาปัจจุบันอยู่ระหว่าง 4.614% ถึง 4.696% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยสำหรับการทำสัญญากู้ยืมของลูกค้าแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย ทั้งนี้ “อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้” ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย ณ วันที่ 6 มี.ค. 69 MRR = 8.075% รายละเอียดการคำนวณและข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ธนาคารยูโอบี
บัตรเครดิต ใช้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้เต็มจํานวนตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน





