

เวทีเสวนาประกอบด้วย Mr. Andrew Ure, Vice President, Global Affairs – APAC, Netflix, คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) และ Mr. Farid Fezoua, Global Director of Equity, Funds, Venture Capital and Creative Industries, International Finance Corporation (IFC) ที่มาร่วมสะท้อนมุมมองจากทั้งภาคธุรกิจ แพลตฟอร์มระดับโลก และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

Mr. Andrew Ure, Vice President, Global Affairs - APAC, Netflix กล่าวว่า คอนเทนต์ไทยมีฐานผู้ชมในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก Netflix พบว่าประมาณ 90% ของผู้ชม Netflix ในประเทศไทยรับชมคอนเทนต์ไทย สะท้อนถึงความต้องการและศักยภาพของตลาดภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ และคอนเทนต์ไทยยังได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมในหลายตลาดทั่วโลก
การผลักดันคอนเทนต์ไทยให้เติบโตในระดับสากลจำเป็นต้องมีทั้งแรงจูงใจด้านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
Mr. Andrew Ure ยังกล่าวถึง ความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์กับการท่องเที่ยว โดยมีงานศึกษาที่ชี้ว่าสถานที่ซึ่งปรากฏในภาพยนตร์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าคอนเทนต์ไม่ได้สร้างเพียงมูลค่าจากการรับชม แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
สำหรับประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา Mr. Andrew Ure มองว่าประเทศไทยมีกฎระเบียบและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต
นอกจากนี้ Netflix ยังระบุว่าในช่วงปี 2564 - 2567 บริษัทฯ ลงทุนผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทยแล้วกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก่อให้เกิดการจ้างงานนักแสดงและทีมงานชาวไทยมากกว่า 13,500 ตำแหน่ง ขณะที่คอนเทนต์ไทยบนแพลตฟอร์มมียอดการรับชมรวมกว่า 750 ล้านชั่วโมงภายในปี 2567 และมีผลงานไทยมากกว่า 33 เรื่องที่เข้าสู่ Global Top 10 ในหมวด Non-English หนึ่งในตัวอย่างล่าสุดคือ “ทนายปีศาจ” (The Evil Lawyer) ซึ่งขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลกในหมวดซีรีส์ภาษาต่างประเทศ (Non-English) ที่มีผู้ชมสูงสุดทั่วโลก สะท้อนศักยภาพของคอนเทนต์ไทยที่สามารถเดินทางจากการพัฒนาภายในประเทศไปสู่ผู้ชมระดับโลกได้

Mr. Farid Fezoua, Global Director of Equity, Funds, Venture Capital and Creative Industries, International Finance Corporation (IFC) กล่าวว่าหนึ่งในความท้าทายสำคัญของผู้ผลิตคอนเทนต์และนักสร้างสรรค์ คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากนักสร้างสรรค์มักให้ความสำคัญกับคุณภาพและเรื่องราวของผลงาน ขณะที่นักลงทุนต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน
ดังนั้น นักสร้างสรรค์จึงจำเป็นต้องพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ให้มีมูลค่าในเชิงการเงิน สามารถสร้างรายได้ และดึงดูดเงินลงทุนได้ รวมถึงต้องเรียนรู้การทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความร่วมมือที่นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างช่องทางในการขยายตลาดและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยภาคการเงินสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านการให้ความรู้และพัฒนาทักษะด้านการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงการจัดทำข้อมูลทางธุรกิจและงบการเงินให้มีความชัดเจนและสามารถนำเสนอแก่สถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Mr. Farid Fezoua เสริมว่าหัวใจสำคัญคือการลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจสร้างสรรค์ โดยผู้ประกอบการที่มีแผนธุรกิจชัดเจน มีข้อมูลทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ และสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินควรพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของธุรกิจสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อต่อการเติบโตของนักสร้างสรรค์

คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความเป็นไทย” (Thainess) ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างและส่งออกคอนเทนต์ไทย แต่ความท้าทายคือการยกระดับเรื่องราวและเอกลักษณ์เหล่านี้ให้สามารถสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกได้
กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีประสบการณ์จากการจัด Fan Meeting มากกว่า 300 ครั้งในหลายประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผสมผสานเรื่องราวจากประเทศไทยเข้ากับองค์ประกอบที่เป็นสากล โดยมีนักแสดงไทยเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงคอนเทนต์กับฐานแฟนในต่างประเทศ
“แม้ตลาดโลกจะเป็นเป้าหมายของเรา แต่เราต้องไม่ลืมที่จะนำเสนอความเป็นไทยให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็น เพราะนี่คือเอกลักษณ์ หรือ Signature ของคอนเทนต์ไทย ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ชมในต่างประเทศอย่างกว้างขวาง” คุณถกลเกียรติกล่าว
สำหรับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) คุณถกลเกียรติให้ข้อมูลว่า IP จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจคอนเทนต์สร้างสรรค์ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ ควบคู่กับการสร้างสมดุลในการสร้างรายได้ เพื่อให้ IP สามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับทักษะของนักสร้างสรรค์ไทย เพิ่มความสามารถในการเข้าสู่ตลาดสากล และสร้างแบรนด์ของคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ชมทั่วโลก
เวทีเสวนา “จากทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ สู่สินทรัพย์ระดับสากล” (From Creative Capital to Global Asset) จึงสะท้อนทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย จากการมอง “ความคิดสร้างสรรค์” ในฐานะต้นทุนทางวัฒนธรรมไปสู่การพัฒนา Creative IP ของไทย ให้เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ สามารถระดมทุน ขยายธุรกิจ และเชื่อมโยงกับตลาดโลก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ก้าวขึ้นเป็น New Growth Engine ของประเทศไทยในระยะยาว





