

สินค้าอุปโภคบริโภคบนชั้นวางร้านค้า ยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง และเครื่องมือตรวจคุณภาพในโรงงานอาหาร เป็นตัวอย่างของงานที่ DKSH ทำอยู่เบื้องหลังในตลาดไทย บทบาทของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การช่วยผู้ผลิตพัฒนาสูตรและวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการพาสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายและดูแลหลังการขาย
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 DKSH ประเทศไทยประกาศฉลอง 120 ปี ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนไทยทุกช่วงเวลา” (Enriching Every Moment) โดยชูบริการขยายตลาดครบวงจร หรือ Market Expansion Services ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ วัตถุดิบอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี
DKSH บริษัทสัญชาติสวิส เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2449 (ค.ศ. 1906) ด้วยพนักงาน 6 คน ต่อมาในปี 2474 บริษัทได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑพ่าห์จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม DKSH ทั่วโลก มีบุคลากรเกือบ 7,000 คน ดูแลแบรนด์คู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 840 บริษัท ครอบคลุมจุดจำหน่ายกว่า 135,000 แห่งทั่วประเทศ
ภรณี ดาลิลีโอ หัวหน้าคณะผู้บริหารและรองประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 120 ปีที่ผ่านมา DKSH ผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย ในฐานะพันธมิตรด้านการขยายตลาด เราพร้อมส่งมอบบริการอย่างครบวงจรเพื่อสนับสนุนแบรนด์ในการเข้าสู่ตลาด ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”
บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การตลาดและการขาย การบริหารหน้าร้านและอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงการจัดการคลังสินค้า โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และบริการหลังการขาย ทำให้ DKSH เข้าไปมีบทบาทได้ทั้งในช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่วงขยายช่องทางจำหน่าย
สินค้าอุปโภคบริโภค (DKSH Consumer Goods) มีทีมขายและการตลาดภาคสนามกว่า 2,000 คน ดูแลการกระจายสินค้าไปยังจุดจำหน่ายกว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ถึงร้านโชห่วยในชุมชน พร้อมขยายบริการคลังสินค้าและจัดส่งสำหรับอีคอมเมิร์ซทั้งแบบ B2B และ B2C เพื่อให้แบรนด์บริหารการขายผ่านหน้าร้านและแพลตฟอร์มดิจิทัลควบคู่กัน
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (DKSH Healthcare) ขับเคลื่อนพันธกิจ “Healthcare for All” ด้วยระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ตามมาตรฐานสากล รองรับผลิตภัณฑ์สุขภาพกว่า 35,000 รายการ และจัดส่งไปยังโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยากว่า 40,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด บริษัทนำระบบจัดการสินค้าอัตโนมัติ A-Frame และเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาค (Satellite Network) มาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการส่งยาสำคัญและเครื่องมือผ่าตัดเร่งด่วน พร้อมขยายการเข้าถึงยาที่จำเป็นเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
วัตถุดิบอุตสาหกรรม (DKSH Performance Materials) ร่วมพัฒนาสูตรกับผู้ผลิตกว่า 1,500 ราย ผ่านศูนย์นวัตกรรม 8 แห่งในไทยที่เชื่อมกับเครือข่ายระดับโลก งานครอบคลุมตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่มสูตรหวานน้อย วัตถุดิบสำหรับเวชภัณฑ์ ของใช้ส่วนตัวและเครื่องสำอาง ไปจนถึงสารเคลือบสำหรับงานก่อสร้าง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการและเอสเอ็มอียังเข้าถึงสูตรต้นแบบและเอกสารด้านกฎระเบียบผ่านแพลตฟอร์ม DKSH Discover ได้
เทคโนโลยี (DKSH Technology) จัดหาเครื่องมือตรวจวัดและวิเคราะห์ให้โรงงานผลิตอาหารกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประเมินคุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ การปนเปื้อน และอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยในฐานะ “ครัวของโลก” ส่วนด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ บริษัทสนับสนุนเทคโนโลยีคัดกรองทางพันธุกรรม (Genomic Screening) สำหรับตรวจหาโรคพันธุกรรมหายาก ตลอดจนโซลูชันสำหรับวิจัยและพัฒนายาและวัคซีน รวมถึงงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
DKSH ใช้แนวทาง People-First ในการบริหารองค์กร ควบคู่กับการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DE&I) โดยมีผู้หญิงในตำแหน่งบริหาร 47% บริษัทได้รับการรับรอง Great Place to Work® ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับรางวัล “Most Caring Company” และ “Best Companies to Work for in Asia” จาก HR Asia Awards 2025 รวมถึงอีก 8 รางวัลจากเวที Employee Experience Awards
ด้านชุมชน DKSH ร่วมกับมูลนิธิบ้านเด็กสนับสนุนเงินทุนและสิ่งของจำเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสุขอนามัยของเด็กและครอบครัวกลุ่มเปราะบางในแคมป์ก่อสร้าง พร้อมจัดกิจกรรม Patient Purpose Day เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสาธารณสุขของชุมชนที่ขาดโอกาส
DKSH ระบุว่าสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิได้เกือบ 3% ลดการใช้พลังงานราว 10% และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เกือบ 14% โดยอยู่ระหว่างติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 625 กิโลวัตต์พีก (kWp) เพิ่มเติมที่ศูนย์กระจายสินค้า SVDC ควบคู่กับการขยายจำนวนรถขนส่งไฟฟ้าและเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
บริษัทตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ตามมาตรฐาน Science Based Targets initiative (SBTi) โดยจะขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในศูนย์กระจายสินค้า เพิ่มรถขนส่งไฟฟ้า และพัฒนาระบบควบคุมความเย็นอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการกระจายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ในระดับกลุ่ม DKSH ดำเนินธุรกิจมากว่า 160 ปี จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange และเป็นสมาชิก United Nations Global Compact บริษัทมีธุรกิจใน 35 ประเทศ มีบุคลากร 26,840 คน และมียอดขายสุทธิในปี 2568 ที่ 11,100 ล้านฟรังก์สวิส สำหรับประเทศไทย การลงทุนระยะต่อไปจะอยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายเดิม ทั้งการช่วยผู้ผลิตพัฒนาสินค้า การเชื่อมหน้าร้านกับอีคอมเมิร์ซ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ









