ทิศทางการเติบโตของอัญมณี และเครื่องประดับในอาเซียน
23 Dec 2019

       สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนได้ถือกำเนิดมาในฐานะองค์กรความร่วมมือภายในภูมิภาค ซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในอาเซียน ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาเซียนมีการยกระดับความร่วมมือด้านต่างๆ ได้เป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะการ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันโดยรวมของภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น อาเซียนจึงเป็นภูมิภาคที่ไม่อาจมองข้ามได้

 

การค้าอัญมณีและเครื่องประดับในอาเซียน  

      เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยกับอาเซียน ในเดือนมกราคม-สิงหาคม 2019 พบว่า มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น 42.94% สวนทางกับมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกของไทยที่ปรับตัวลดลง 0.08% โดยประเทศคู่ค้าในอาเซียน 3 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น 1.01 เท่า รองมา คือ กัมพูชา เพิ่มขึ้น 20.41% และอินโดนีเซีย ลดลง 25.90% ขณะที่เมียนมาเป็นประเทศคู่ค้าที่มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดถึง 1.21 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

 

ด้านการส่งออก

       ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ปี 2019 อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับที่ 3 รองจากรถยนต์ และคอมพิวเตอร์ การส่งออกไปยังตลาดอาเซียนนั้นคิดเป็น 15.36% ของการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม มีอัตราการขยายตัว 6.64% ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สิงคโปร์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย ตามลำดับ โดยสินค้าที่ส่งออกไปยังอาเซียนมากที่สุด 6 อันดับ คือ ทองคำ (คิดเป็นสัดส่วน 76.97%) เครื่องประดับเทียม (คิดเป็นสัดส่วน 3.07%) เครื่องประดับทอง (คิดเป็นสัดส่วน 2.21%) เครื่องประดับเงิน (คิดเป็นสัดส่วน 1.14%) และพลอยสีเจียระไน (คิดเป็นสัดส่วน 0.87%)

 

 

ด้านการนำเข้า

       ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ปี 2019 ไทยมีการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศอาเซียนลดลงทุกประเทศ ยกเว้นกัมพูชาที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก จึงทำให้การนำเข้ารวมจากอาเซียนเพิ่มขึ้น 1.35 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้านำเข้าหลักจากอาเซียน คือ ทองคำด้วยมูลค่า 991 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 64.94% ของการนำเข้าจากอาเซียน โดยนำเข้าจากสิงคโปร์และกัมพูชาเกือบทั้งหมด รองลงมา คือ เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยทองคำ (พิกัด 711291) ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการนำเข้าจากกัมพูชาด้วยมูลค่า 476.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 31.21% ของการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากอาเซียน

 

 

โอกาสในตลาดอาเซียน

        อาเซียนถือได้ว่าเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่มีศักยภาพเนื่องจากหลายประเทศมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ในระดับสูงและเติบโตต่อเนื่อง ตลาดมีขนาดใหญ่ด้วยประชากรมากกว่า 640 ล้านคน อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางเนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าให้เอื้อต่อการค้าการลงทุนมากขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยบวกซึ่งทำให้ตลาดอาเซียนมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยตลาดสำคัญของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับในอาเซียนมีรายละเอียดดังนี้

 

  • สิงคโปร์ เป็นประเทศคู่ค้าหลักของไทยในอาเซียนโดยเป็นผู้นำเข้าหลักในสินค้าหลายรายการ การใช้ชีวิตของประชาชนนิยมใส่เครื่องประดับทั้งในชีวิตประจำวันรวมทั้งในโอกาสสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ ชาวสิงคโปร์ยังนิยมลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งทองคำ ซึ่งมีการนำเข้าจำนวนมาก โดยไทยสามารถส่งออกทองคำไปยังสิงคโปร์ได้เป็นอันดับ 2 ของการส่งออกทองคำทั้งหมดไปยังตลาดโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยทองคำ (พิกัด 711291) เป็นสินค้าอีกรายการที่สิงคโปร์นำเข้าจากไทยในปริมาณสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน  

 

  • กัมพูชา จากการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศของรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 6-7% และมีกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ 20% หรือเท่ากับ 3.2 ล้านคน จากจำนวนประชากรที่มีอยู่ราว 16 ล้านคน ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจสินค้าที่มีคุณภาพและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากขึ้น รวมทั้งความนิยมในทองคำและเครื่องประดับทองของชาวกัมพูชา ทำให้ชาวกัมพูชามีความต้องการทองคำและเครื่องประดับทองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในแง่ของการเก็งกำไรและสร้างความมั่งคั่ง นอกจากนี้ เพชรยังเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่กัมพูชานิยมนำเข้าจากไทยด้วย

 

  • อินโดนีเซียประเทศที่มีขนาดใหญ่ด้วยประชากรมากกว่า 270 ล้านคน อยู่ในอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน อินเดียและสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ (ข้อมูลจาก http://worldpopulationreview.com)  อีกทั้งยังมีประชากรในวัย 25-54 ปี เป็นจำนวน 42.4% และประชากรวัย 0-14 ปี มีจำนวนมากกว่า 25% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นผลดีต่อการบริโภคเนื่องจากเป็นช่วงอายุที่มีการจับจ่ายใช้สอยมาก รวมทั้งเมืองใหญ่ๆ มีอัตราการขยายตัวสูง ทำให้ชาวอินโดนีเซียมีความต้องการบริโภคสินค้ามากขึ้นตามไปด้วย โดยทองคำเป็นเครื่องประดับที่นิยมอย่างมากตามวัฒนธรรมและค่านิยมของชาวอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตลดการผลิตลงและหันมาเน้นตลาดเครื่องประดับเงินมากขึ้นซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นตามลำดับ สอดคล้องกับสินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปอินโดนีเซียเกือบทั้งหมด คือ ทองคำ คิดเป็นสัดส่วน 91.86% รองมา คือ โลหะเงิน และเครื่องประดับเงิน ตามลำดับ

      

  • เมียนมา เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม CLMV ซึ่งมีการขยายตัวของเขตเมืองเพิ่มขึ้นตามตัวเลขเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว เนื่องมาจากการเปิดประเทศมีการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นนับแต่ปี 2012 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคสินค้าและบริการ อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะพลอยสีเช่น ทับทิม และไพลิน เหล่านี้เป็นปัจจัยดึงดูดการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้อัญมณียังมีจำกัดทั้งช่างฝีมือและเทคโนโลยีการผลิต ทำให้มีการส่งพลอยก้อนมาไทยและจีนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในลักษณะการปรับปรุงคุณภาพและการเจียระไน สินค้าหลักที่ไทยส่งออก คือ ทองคำ คิดเป็นสัดส่วน 93.10% สอดคล้องกับความนิยมสะสมทองคำเช่นเดียวกับกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศในกลุ่ม CLMV  

 

  • มาเลเซีย เป็นแหล่งผลิตและส่งออกเครื่องประดับทองที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งในตลาดโลก อย่างไรก็ดี แม้ว่ามาเลเซียจะสามารถผลิตเครื่องประดับทองได้เอง แต่แนวโน้มของคนรุ่นใหม่ชอบการดีไซน์ที่ทันสมัยจึงมีการนำเข้าจากไทยซึ่งออกแบบได้ตรงความต้องการ ทำให้ไทยสามารถส่งออกเครื่องประดับทองไปยังมาเลเซียได้เป็นอันดับ 3 รองจากการส่งออกไปสิงคโปร์และกัมพูชา โดยในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ปี 2019 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 46.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า  

 

สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากทักษะฝีมือแรงงานของไทยมีความชำนาญสูงทำให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก รวมถึงอาเซียนยังเป็นอีกตลาดที่สำคัญของไทยและมีแนวโน้มการขยายตัวดี ผู้ประกอบการควรพิจารณาเจาะตลาดอาเซียนโดยใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้าจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน รวมถึงการเป็นตลาดทดแทนตลาดอื่นๆ ซึ่งชะลอตัวเพราะผลกระทบจากสงครามการค้าและปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ อาเซียนจึงเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่ผู้แสวงหาโอกาสไม่ควรพลาด

 


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โทร 0-2634-4999 ต่อ 444 / FaceBook : GITinfoCenter / Line : git_info_center

[อ่าน 1,118]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปี 2563 คาดยอดขายรถยนต์หดตามสภาพเศรษฐกิจ ทว่ายังมีดีมานด์เปลี่ยนรถใหม่
NIELSEN MEDIA SPENDING เม็ดเงินโฆษณาเดือนธันวาคมปี 2019
'กรุงไทย' ชี้ 'คอนโดมิเนียม' ย่านรัชโยธินเหมาะอยู่อาศัยมากกว่าลงทุน
ATM กระจุก คนไทยจ่ายค่าธรรมเนียมกระจาย
LINE MAN ยืนหนึ่ง ตำแหน่งผู้ช่วยสุดฟินของสายกินปี 2019
เอไอเอ ชี้ผลสำรวจจากโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ปี 2562
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved