ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้นำ ‘ไทย- เดนมาร์ค’ สู่ ‘นมแห่งชาติ’ ปี 64
05 Jan 2020

 

เหลือเวลาอีกสองปีเศษที่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม แบรนด์ ‘ไทย-เดนมาร์ค’ จะต้องเดินหน้ากันในอัตราเร่งสู่ ยุทธศาสตร์นมแห่งชาติ (National Milk Strategy) ที่ปักหมุดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ไว้ในปี 2564

ทั้งนี้ เป้าหมายหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือ การทำรายได้ให้ได้ 1 หมื่นล้านบาทนั้น อ.ส.ค.ภายใต้การนำของ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สามารถทำได้เร็วกว่าที่กำหนดในแผนฯ 1 ปี ทั้งที่อุตสาหกรรมนมพร้อมดื่มเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงแต่ด้วยการตอกย้ำถึงจุดแข็ง ‘นมโคสดแท้100%ไม่ผสมนมผง’ เป็นแบรนด์แรกของตลาด ทำให้ผู้บริโภคให้การยอมรับและเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ‘ไทย-เดนมาร์ค’ ที่มีสัญลักษณ์ ‘วัวแดง’ เป็นอย่างมาก   

เส้นทางสู่ยุทธศาสตร์นมแห่งชาติของ อ.ส.ค. จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่องค์กรแห่งนี้จะต้องเกี่ยวข้องทั้งหมดตลอดทั้งโซ่อุปทานตั้งแต่การดูแลส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งเป็น ‘ต้นน้ำ’ และเป็นอาชีพพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนถึง ‘กลางน้ำ’ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นม ตลอดจน ‘ปลายน้ำ’ ซึ่งเป็นการนำส่งผลิตภัณฑ์นมสู่ช่องทางจัดจำหน่ายและผู้บริโภค

 

Align with Nation Strategy

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวถึงเส้นทางขององค์กรนับจากนี้ว่า

"ปีงบประมาณ 2563 อ.ส.ค.ได้ทบทวนและกำหนดแผนวิสาหกิจ อ.ส.ค.ปี 2560 - ปี 2564ให้มีความชัดเจน และสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน และในอนาคตให้มากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อให้การดำเนินงานของ อ.ส.ค. เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของรัฐบาลมากขึ้น พร้อมทั้งทบทวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กร โดยยึดแนวทางตามที่มติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่1/2560 ที่กำหนดแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจและแนวทางที่ใช้ในการทำงาน ประกอบด้วย การน้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการสำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12, เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs),ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0, แผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy)"

 

ทั้งนี้ ในส่วนของ แผนวิสาหกิจ อ.ส.ค. ปี 2560 - ปี 2564 ปีงบประมาณ 2563 เราได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์หลักคือ

  1. การสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพการเลี้ยงโคนม
  2. การพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล เป็นมิตรแก่สิ่งแวดล้อม
  3. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านการตลาดอย่างเข้าถึงใจผู้บริโภค
  4. การวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนนวัตกรรม สำหรับอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ
  5. การมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศที่ยั่งยืน และรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยทุนมนุษย์ธรรมาภิบาล เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมบนพื้นฐานของแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 


"ด้วยพันธกิจขององค์กร

อ.ส.ค. ต้องมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน

ของอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ"


 

2021 National Milk

ในห้วงเวลาปัจจุบันที่ อ.ส.ค. เดินตามแผนวิสาหกิจของ อ.ส.ค.ปี 2560 - 2563 นั้น ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า

"สำหรับปีงบประมาณ 2562 และ 2563 ที่จะถึงนั้นเป็นปีที่อ.ส.ค.ทั้งคณะผู้บริหารและทีมงานทุกคนต้องเร่งก้าวไปสู่การเป็น ‘นมแห่งชาติ’ ในปี 2564 ให้ได้ตามแผนงาน เนื่องจากพันธกิจของ อ.ส.ค.นั้นเกี่ยวข้องกับ 4 งานหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรอย่างมั่นคงและยั่งยืน, การพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม,การสร้างแหล่งความรู้ด้านกิจการโคนม, การมุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง ด้วยหลักธรรมาภิบาล

เมื่อพิจารณาจากกรอบพันธกิจเหล่านี้ยิ่งชี้ชัดว่าอ.ส.ค.จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ นั่นคือ จากการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรจนถึงการผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมนม ฉะนั้นในการทำงานจึงต้องดำเนินการคู่ขนานกันไปทั้งหมด โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอาทิ การทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้เรื่องโคนมของประเทศไทย โดยให้ความรู้ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การดูแล การบริหารจัดการฟาร์มโคนม เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับมาตรฐานของน้ำนมดิบและฟาร์ม การลดต้นทุน การใช้ประโยชน์สูงสุดจากการทำปศุสัตว์โคนม และล่าสุด อ.ส.ค.มีแผนที่จะจัดตั้ง สถาบันโคนม หรือ Diary Academy เพื่อพัฒนาสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงโคนมทั้งโซ่อุปทาน


นอกจากนี้ อ.ส.ค.ยังมีที่จะดำเนินงานให้บรรลุ 4 เป้าประสงค์ นั่นคือ การทำเป้าขายในปี 2562 ให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ,การเป็น Top of Mind ของอุตสาหกรรมนม, การเป็นศูนย์กลางความรู้เกี่ยวกับโคนมของประเทศไทยและ การยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีขีดความสามารถ พร้อมทั้งมีภารกิจอื่นๆ ตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กรที่จะต้องดำเนินงานตามเกณฑ์ประเมินที่เรียกว่า KPI ที่กำหนดโดย บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด สถาบันจัดอันดับเครดิต ซึ่งครอบคลุมทั้งนโยบาย ผลประกอบการที่เป็นเม็ดเงินและไม่ใช่เม็ดเงิน ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรซึ่ง KPI เหล่านี้เป็นแนวทางที่ทำให้เราได้ใช้ดำเนินการเพื่อปรับปรุงตนเองให้สามารถเข้าสู่การเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง พร้อมทั้งเตรียมการทางด้านกระบวนการจัดการภายในองค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคล ไอที รวมทั้งการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบการทำงานที่มีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยี ตรวจสอบได้ ตลอดจนมีนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนและยกระดับการบริหารงานภายในองค์กร"

 

จากความทุ่มเทของทั้งองค์กร เพื่อเดินทางสู่ยุทธศาสตร์นมแห่งชาติ ผลลัพธ์ที่เห็นได้มาจากรางวัลหลากหลายที่ อ.ส.ค. โดยเฉพาะรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Awards) ที่ อ.ส.ค. ได้รับมา 3 ปีซ้อนนับจากปี 2559 - ปี 2561 นอกจากนี้ ในแง่ของการทำตลาดและการสร้างแบรนด์ ‘ไทย-เดนมาร์ค’ ก็มีอีกหลายรางวัลเช่นกัน โดยรางวัลล่าสุดที่เพิ่งได้รับเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คือ รางวัล Brand Footprint Award ซึ่งจัดโดย บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด อีกครั้งเป็นปีที่สอง โดยรางวัลล่าสุดของปีนี้คือรางวัล Top Rising Brands ขณะที่ปีก่อนหน้าเราได้รางวัล Up And Comers ในปี 2561 ในฐานะที่เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในผู้บริโภคกลุ่มครอบครัว         

นี่จึงชี้ชัดว่า ภารกิจพิชิตการเป็น Top of Mind Brand ของนมไทย-เดนมาร์คที่เป็นรูปธรรมและไฮไลท์ต่อไปยังเส้นทางสู่ยุทธศาสตร์ ‘นมแห่งชาติ’ ของ อ.ส.ค.นั้นใกล้เข้ามาทุกทีๆ หรืออาจจะเดินทางสู่เป้าหมายได้ก่อนแผนจริงด้วยซ้ำ หากทั้งองค์กรยังเดินในอัตราเร่งคู่ขนานกันไปทุกภาคส่วน

 

 

Expansion

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวถึงการขยายฐานที่ต้องคู่ขนานกันไปทั้งการผลิตและไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อเดินหน้าในเชิงพาณิชย์และเดินหน้าขยายฐานตลาดว่า

"เนื่องจาก อ.ส.ค.จะต้องทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการโคนมของเกษตรกร ตามชื่อขององค์กร ปัจจุบัน อ.ส.ค.รับซื้อน้ำนมดิบจาก สหกรณ์ในเครือข่ายของ อ.ส.ค. รวมกว่า 44 แห่ง เฉลี่ย 800 ตัน/วัน ดังนั้น เพื่อให้แผนการดำเนินงานสอดคล้องกันกับภาคการรับซื้อ อ.ส.ค.ก็ต้องขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อนำน้ำนมดิบที่รับซื้อและนำเข้าสู่กระบวนการผลิตในโรงงาน อ.ส.ค.ทั้ง 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่), ภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น), ภาคใต้ (ประจวบคีรีขันธ์) และภาคกลาง (สระบุรี)

แต่เนื่องจากปริมาณน้ำนมดิบที่ได้นั้นจะผันผวนจากตัวแปรหลายประการ อาทิ ภูมิอากาศ หรืออาการเจ็บป่วยจากเต้านมอักเสบของแม่โคฯลฯ ดังนั้น ปริมาณน้ำนมดิบที่เข้ามาในระบบก็จะต่างกันมากระหว่างปริมาณสูงสุดถึงต่ำสุด ซึ่งในทางปฏิบัติ เราต้องมีกำลังการผลิตรองรับได้ในกรณีที่มีปริมาณน้ำนมดิบเข้ามาสูงสุดด้วยและผลิตสินค้าไว้ในสต็อกเพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำนมดิบเข้ามาในระบบน้อย เนื่องจาก อ.ส.ค.ใช้นมโคสดแท้ 100% ในการผลิตทั้งหมด ดังนั้น เพื่อให้ดูดซับกำลังผลิตน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้เพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ อ.ส.ค.ได้ลงทุนกว่า 40 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานระบบการผลิต เครื่องจักรและขยายกำลังความสามารถโรงงานนม อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนบน ต.ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่ เพื่อรองรับปริมาณน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากทางภาคเหนือได้มากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำนมดิบภาคเหนือมีปริมาณมากกว่ากำลังผลิตเดิมที่เคยผลิตได้ 15 ตัน/วันเป็น 30 ตัน/วัน ดังนั้น การขยายกำลังผลิตดังกล่าวก็ทำให้ อ.ส.ค.สามารถรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้มากขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อกำลังผลิตนมพาสเจอร์ไรส์สูงขึ้นก็ทำให้ช่วยเพิ่มศักยภาพการตลาดเชิงรุกกับตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้สามารถกระจายผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์นมเย็นให้เข้าถึงทั่วพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ"

 

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย ล่าสุด อ.ส.ค.ก็เร่งขยายช่องทางการจำหน่ายของตนเอง เพื่อสร้างแบรนด์ ไทย-เดนมาร์ค

"ก่อนหน้า เรามีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของเราเอง ในนาม ‘ไทย-เดนมาร์ค มิลค์ แลนด์’ ซึ่งเป็นร้านขายเครื่องดื่มนมและกาแฟสไตล์โมเดิร์นที่ทำจากนมสดไทย-เดนมาร์ค ที่ อ.ส.ค.มวกเหล็ก จ.สระบุรี  และในศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซนสุขสยาม ชั้น UG และเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บางใหญ่ ชั้น 3 ตรงข้ามศูนย์อาหาร เพื่อให้ อ.ส.ค.เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวได้มากขึ้น เนื่องจากอยู่ในโลเกชั่นระดับไพรม์ของกรุงเทพฯ และเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้ อ.ส.ค.เป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภคได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคนมมากขึ้น เนื่องจากคนไทยบริโภคนมน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เฉลี่ยเพียง 18 ลิตร/คน/ปีเท่านั้น

ทั้งนี้ อ.ส.ค.มีแผนที่จะเปิด “ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์” ในเมืองต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค  ขณะเดียวกัน เราก็ยังมีโมเดลธุรกิจของร้าน ‘ไทย-เดนมาร์ค มิลค์ช็อป’ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมที่เปิดในสถาบันการศึกษาทั้งระดับโรงเรียน – มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างเต็มที่

การเปิดช่องทางการทำตลาดผ่าน ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์ โมเดลธุรกิจ มิลค์ คาเฟ่ และ ไทย-เดนมาร์ค มิลค์ช็อป’ ที่จะเข้าถึงลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์โดยตรงในวงกว้างนั้นถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาใกล้ชิดกับแบรนด์ของเรามากขึ้นและเป็นโอกาสที่จะสร้าง Brand Lover เพิ่มเติมในอนาคตและต่อยอดเป็น Lifetime Customers ได้อีกด้วย  

นอกจากนี้ ในแง่ของผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม ที่ผ่านมา อ.ส.ค.ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์นมให้ครบไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมและโยเกิร์ตที่ผลิตจากนมออร์แกนิค ภายใต้ชื่อ ไทย ไทย-เดนมาร์ค มอร์กานิค (Morganic) ไอศกรีม ล่าสุด จากการออกนม ไทย-เดนมาร์ค แลคโตส ฟรี (Thai-Denmark Lactose Free)  ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค และต้องการให้เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่จะเป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภค ภายใต้ Key Message ‘นมดีไม่แพ้ ของแท้ไม่ผสม’ นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส เพื่อเจาะกลุ่มผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตส หรือผู้บริโภคที่ไม่คุ้นเคยกับการดื่มนม หรือไม่ได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์นมปราศจากน้ำตาลที่ผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ที่นำมาผ่านกระบวนการผลิตพิเศษที่ย่อยแลคโตสให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลที่เล็กลง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ดื่มง่าย สบายท้อง แต่ยังคงความหวานจากน้ำตาลธรรมชาติในนมและมีรสชาติความอร่อยเหมือนนมโคทั่วไปแต่ยังคงความหวานจากน้ำตาลธรรมชาติในนม ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ แลคโตส ที่ออกมาขณะนี้เป็นรสจืด มีทั้งแบบยูเอชที ขนาด  200 มล. และแบบพาสเจอร์ไรส์ ขนาด180 มล. นอกจากนี้ อ.ส.ค.ยังมีแผนที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์และกลุ่มนมเย็นไปยังกลุ่มธุรกิจคาเทอริ่ง (Catering) โรงแรม ฟู้ดคอร์ท ร้านอาหาร ฯลฯ อีกด้วย เพื่อให้ อ.ส.ค.สามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายนมแห่งชาติได้อย่างมั่นคง"  

 


"อ.ส.ค. แผนที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์

นมพาสเจอร์ไรส์และกลุ่มนมเย็น

ไปยังกลุ่มธุรกิจเคเทอริ่ง (Catering)

โรงแรม ฟู้ดคอร์ท ร้านอาหาร"


 

New Target

"ที่ผ่านมา อ.ส.ค.ตั้งเป้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย1หมื่นล้านบาทในปี 2563 แต่การทำรายได้ของ อ.ส.ค.ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย เราจึงได้ขยับเป้ารายได้ 1หมื่นล้านบาทให้เร็วขึ้นเป็นปี 2562 ซึ่งเพิ่มจากปีงบประมาณ 2561 ที่ทำรายได้ 9,560 ล้านบาทและเรามั่นใจว่า เราจะสามารถบรรลุเป้ารายได้นี้อย่างแน่นอน แม้ว่าสภาพการแข่งขันในตลาดจะเข้มข้นทั้งจากผลิตภัณฑ์นมแบรนด์ใหม่ๆ และประเภทใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาดหลายประเภททั้งจากผู้เล่นหน้าเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่จะมีอยู่อย่างต่อเนื่องก็ตาม

ทั้งนี้ เป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาทและการก้าวสู่ยุทธศาสตร์นมแห่งชาตินั้น เราได้เตรียมการรองรับทั้งต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนขยายกำลังผลิตนมพาสเจอร์ไรส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์นมเย็นที่โรงงานนม อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนบน ตลอดจนการโฟกัสกับการทำงานวิจัย ​ซึ่งจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ซึ่งในการดำเนินงานของ อ.ส.ค. เราทำตลอดทั้งโซ่อุปทานอยู่แล้ว เช่น ในระดับอุตสาหกรรมนมก็มีการผลิตนมแลคโตสฟรี, โยเกิร์ต ฯลฯ ในส่วนของงานส่งเสริมก็มีงานวิจัย เรื่องการทำพืชอาหารสัตว์, การหมัก, การเก็บถนอมอาหาร ฯลฯ และปัจจุบันเราก็มีการวิจัยหลายเรื่องที่กำลังศึกษากันอยู่และนำไปสู่การปฏิบัติแล้ว อย่างเรื่องอาหารสัตว์ที่นำไปทดลองใช้กับเกษตรกร"

 

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวถึงเป้าหมายรายได้เพิ่มเติมว่า "จากเป้าหมายรายได้ 1หมื่นล้านบาทที่เราขยับเข้ามาในปี 2563 แต่กลับเดินหน้าได้ใกล้เคียงเป้าหมายมากในปี 2562  ล่าสุด เราได้ปรับแผนวิสาหกิจของ อ.ส.ค.ปี 2560 - 2563 ปีงบประมาณ 2563 ใหม่เป็น1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่ง อ.ส.ค. เชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมงานในองค์กร ความร่วมแรงร่วมใจ ภายใต้ยุทธศาสตร์องค์กรที่วางไว้ เป้าหมายที่ปักหมุดนี้ย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน"

[อ่าน 913]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘How To Go Wow’ Digital Transformation
ไดเร็ค เอเชีย รุกหนักประกันรถยนต์ออนไลน์ ชิงเป้า Top of Mind แบบ Disrupter
เอกรัตน์ ฐิติมั่น ยุทธการรักษาแชมป์ของ AIA
ระเฑียร ศรีมงคล กับภารกิจสร้างแกร่งให้ KTC รับปี 2565
พ.ญ.กิริฎา ตระกูลรุ่ง 'Today’s Best Performance' is 'Tomorrow’s Baseline'
พัชรา ทวีชัยวัฒนะ อลิอันซ์ อยุธยา สู่เป้าหมาย Health Provider
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved