เรื่องที่ไม่คาดคิดว่า จะเขียน 'Black Swan ของประเทศไทย'
23 Mar 2020

 

ปี 2563 เป็นปีที่มีอะไรหลายอย่าง ซึ่งคาดไม่ถึงหรือไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการเกิดโรคระบาดแบบทั่วโลก ของไวรัส COVID-19 การเกิดวิกฤตน้ำมันที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในกลุ่มโอเปคพลัส (ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับรัสเซียที่ไม่สามารถตกลงเรื่องปริมาณการผลิตน้ำมัน) และผลกระทบต่อเนื่อง คือ ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหวอย่างที่ไม่เคยเกิดขั้นรุนแรงแบบนี้มาก่อน จนหลายตลาดใช้มาตรการ Circuit Breaker (ปิดพักการซื้อขาย 30 นาที เมื่อดัชนีติดลบ 10%) รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ใช้ 2 ครั้งและล่าสุดวันที่ 19 มี.ค. 63 ได้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ โดยดัชนีติดลบครั้งแรก จาก -10% เป็น -8% หยุดซื้อขาย 30 นาที)

 

'Black Swan' เป็นสิ่งที่ผู้เขียนนึกขึ้นมาในทันที!!

ชีวิตทางธุรกิจและการดำเนินชีวิตตามปกติที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นมากในเรื่อง 'การคาดทำนายอนาคต' ด้วยความรู้ซึ่งเรามี เช่น  การวิเคราะห์ทัศนภาพ (Scenario Analysis)  การพยากรณ์ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ (วิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยทั้งเส้นตรงและพหุคูณ) หรือการพยากรณ์ (Forecasting) จากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ทางเศรษฐศาสตร์ การเมือง และการเงินปัจจุบันอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและดิจิทัล เป็นต้น

 

แต่ความไม่แน่นอนก็มีหลายอย่างที่เราคาดการณ์ไม่ได้ หรือ ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น      

                     

การอธิบายถึงเรื่องและสิ่งที่อุบัติขึ้นและปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด Nassim Nicholas Taleb เคยเป็นอดีตเทรดเดอร์ ปัจจุบันสอนอยู่ที่ Tandon School of Engineering มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ได้สร้างการอธิบายเรื่องดังกล่าวเรียกว่า  Black Swan (ซึ่งแต่เดิมโลกตะวันตกเชื่อว่า มีแต่ 'หงส์สีขาว' แต่เมื่อค้นพบทวีปออสเตรเลียจึงได้พบ 'หงส์สีดำ' - 'การไม่รู้ทำให้เชื่อว่าไม่มี')

 

อะไรคือ  Black Swan?   

ปกติ Black Swan  จะมีองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ

  • ประการแรกเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องผิดปกติเพราะอยู่นอกขอบเขตของสิ่งที่เราคาดคิดตามปกติโดยที่ไม่มีสิ่งใดในอดีตจะสามารถชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของมัน
  • ประการที่สอง มีผลกระทบอย่างมหาศาล หรือ เป็นผลกระทบในระดับโลก
  • ประการที่สาม ทั้งๆ ที่มีปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์นั้นๆ เป็นสิ่งผิดธรรมชาติของมนุษย์ แต่ในภายหลังมนุษย์เราสามารถรวบรวมหาคำอธิบายสำหรับการเกิดเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ขึ้นแล้วจึงสามารถอธิบายได้ 

 

ตัวอย่างการเกิดของ Black Swan เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ วิกฤต Brexit  หงส์ดำตัวต่อมาคือ COVID-19  (เกิดที่อู่ฮั่น ประเทศจีน หลังจากนั้นก็มีการแพร่ระบาดระดับโลก)

การเกิด Black Swan ที่ผ่านมา (ด้านซ้ายของรูป) ส่วนด้านดีๆ ที่คาดการณ์ได้ White  Swan (รูปด้านขวา)     

 ที่มา:*https://www.zerohedge.com/sites/default/files/images/user92183/imageroot/2015/11/SGSwanChart.png

 

ประเทศไทยกับ Black Swan

ผู้เขียนจำลองแนวคิดเกี่ยวกับ Black Swan ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ ผลกระทบมหาศาลและภายหลังเราสามารถรวบรวมข้อมูลและเรื่องราวอธิบายได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน            

ลักษณะแรก “วิกฤตชาติ”  ได้ทดลองทำเส้นการเดินทางของเวลา (Timeline) สำหรับความเป็นมาของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือ 

  • อาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ. 1780 – พ.ศ.1981 ระยะเวลา 201 ปี) 
  • กรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893 –พ.ศ. 2310 ระยะเวลา 417 ปี)
  • กรุงธนบุรี (พ.ศ. 2310- พ.ศ. 2325 ระยะเวลา 15 ปี)  
  • กรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ)

การเกิด Black Swan ที่ผ่านมาของอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

โดยสรุป เราจะพบว่า อาณาจักรหรือชาติเราจะล่มสลายในทุกๆ ประมาณ 200 ปี ถ้ากรุงเทพฯ นับจากพ.ศ. 2325-2539 ที่แบ่งแยกการเมืองรุนแรงและมีรัฐประหารประเทศเศรษฐกิจล่มจมประมาณ 200 ปี (214 ปี)

 

ลักษณะที่สอง “วิกฤตการเงิน” เป็นวิกฤตในยุคปัจจุบัน เช่นในปี 2521 วิกฤตค่าเงินบาท (ซึ่งเกิดมาจากวิกฤตของตลาดหุ้นไทย ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น เงินบาทไหลออกจากระบบ ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ภาคการผลิตจริง และภาคการเงินล้มลง)

ต่อมา ในปี 2523 ไทยขาดดุลการค้าประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท และพยายามที่จะให้ค่าเงินบาท ลอยตัวตั้งแต่ปลายปี 2521 เพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยนไว้ไม่ให้เกิน 21 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐ ทุนรักษาระดับฯ พยายามขายเงินดอลลาร์ออกเพื่อตรึงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ แต่สุดท้ายก็รักษาไว้ไม่ได้ รัฐบาลได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF ตามโครงการเงินกู้ Stand-by รวม 5 ครั้งด้วยกัน ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,431 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยเข้าโครงการ Stand-by ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2521 จำนวนเงิน 45.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครั้งที่ 2-4 ต่อมาเป็นช่วงที่ไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2524 -2529  ประเทศไทยได้เข้าโครงการ Stand-by 3 ครั้ง จำนวนเงินทั้งหมด 1,486 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนครั้งที่ 5 ล่าสุด คือ สิงหาคม 2540 ไทยได้รับความช่วยเหลือจาก IMF เป็นวงเงินทั้งสิ้น 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลการเข้าโครงการ IMF สรุปจากธนาคารแห่งประเทศไทย)

ต่อมาในปี 2549  คนไทยในระบอบประชาธิปไตยแบ่งสี จนกระทั่งมีรัฐประหาร เศรษฐกิจตกต่ำพังพาบยาว และปี 2557 เกิดรัฐประหารครั้งที่ 2 ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่อง

จนกระทั่ง 12 มี.ค. 2563 ด้วยปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บวกกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก (เริ่มจากระบาดจากเมืองอู่ฮั่น) และการตกลงกันไม่ได้ของการประชุมน้ำมันกลุ่มโอเปคพลัส (ระหว่างระหว่างซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย) ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ช่วงบ่ายร่วง 125.05 จุด หรือ -10% มาอยู่ที่ระดับ 1,124.84 จุด จนต้องใช้ Circuit Breaker ครั้งแรกของปี 2563  (ปิดทำการเป็นเวลา 30 นาที) แล้วเปิดใหม่ และปิดตลาดเวลา 16.30 น ด้วยดัชนี 1,114.91 จุด ลดลงไปถึง 134.98 จุด(-10.80%)                      

Circuit Breaker ครั้งที่ 2 วันที่ 13 มี.ค. 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เปิดตลาดที่ 1,114.91 จุด ก่อนจะปรับลดลง 111.52 จุด หรือลดลง 10% มาอยู่จุดต่ำสุดที่ 1,003.39 จุด ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว 30 นาทีตามเกณฑ์ (ตั้งแต่เวลา 09:59 ถึง 10:29 น.) (หากจะนับการใช้ Circuit Breaker ปี 2563 เป็นครั้งที่ 4-5 ของประเทศไทย!!)

การวิเคราะห์ปรากฏการณ์ Black Swan  อยู่ประมาณ ทุก 9-12 ปี (ยกเว้นครั้งล่าสุด เพียง 7 ปี) ก็อนุโลมว่า โดยเฉลี่ยประมาณทุก 10 ปีเราจะล่มจมจนเห็นรูปแบบตามรูปที่ 3

การเกิด Black Swan ในวิกฤตทางการเงินของประเทศไทย

 

ลักษณะที่สาม 'วิกฤตจากธรรมชาติ (รวมอุทกภัย โรคระบาด)' เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันทำให้การเดินทางและสิ่งต่างๆ รวดเร็วขึ้น วิกฤตธรรมชาติก็ไม่ต่างกันเราเกิดสึนามิ (ปี 2547) น้ำท่วมใหญ่ประเทศ (ปี 2554) และ COVID-19 (ปี 2562-63) จนถึงขณะนี้การระบาดเพิ่มมากขึ้น จนต้องมีมาตรการปิดสถานที่เสี่ยงทั้งสถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้า (ยกเว้นด้านขายอาหาร) สนามมวย สถานบันเทิง พับบาร์ อาบอบนวด ฯลฯ                    

ปัจจุบัน Black Swan จะเกิดประมาณ 9 ปีครั้ง ซึ่งเราจะพบว่า วิกฤตเริ่มเกิดเร็วขึ้น แทนที่จะเป็นทุกๆ 10 ปี กลับมาเร็วขึ้นอยู่ประมาณ 8-9 ปี (เดิมผู้เขียนเคยคาดการณ์แต่ก่อนนี้ประมาณทุก 50 ปี)

 

Black Swan ในวิกฤตธรรมชาติของประเทศไทย

                                   

วิธีการที่เป็นไปได้ ซึ่งพอรับมือกับ Black Swan  

Nassim Nicholas Taleb ได้เสนอไว้อยู่ 2 แนวทางคือ 

  • การออกกฎเหนือความปกติอย่างสุดขั้วและยังมุ่งไปที่ความปกติด้วย ซึ่งผู้ตรวจสอบต้องพาตัวออกจาก 'เส้นทางปกติของปรากฏการณ์' และศึกษากรณีทั่วๆ ไปที่ปกติ 
  • การพิจารณาหรือพิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์ สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการพิจารณา Black Swan คือ ถ้าเป็น Black Swan จะมี 'สิ่งปกติแบบสุดขั้ว (The Extremes- Particularly)'  ซึ่งจะนำไปสู่ผลของการสะสมเหนือความปกติอย่างสุดขั้ว

 

การรับมือกับวิกฤต เราอาจไม่ได้เตรียมการ  ระบบเตือนภัยที่อาจไม่ทันการณ์  แต่หากเราศึกษา Black Swan ของประเทศไทยตามการวิเคราะห์ข้างต้น เราก็ยังมีเส้นเวลาพอที่จะบ่งชี้ช่วงเวลาของ Black Swan ในอนาคตได้

 

นี่จึงทำให้นึกถึง 'ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี' ...  'ประเทศไทย 4.0'  ฯลฯ ซึ่งถ้าให้ได้ผลคงต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่  เปลี่ยนวิธีการคิดใหม่ การรับมือแบบใหม่ที่จะต้องคิด ผู้เขียนส่งสัญญาณว่าเป็นคำถามที่ท้าทายมากของประเทศไทยในปี 2571 - 2572  หรือ  ปี 2573 อาจไม่ใช่อีก 20 ปีข้างหน้าครับ

 


ผู้เขียน : ดร.ดนัย เทียนพุฒ 

ที่ปรึกษาธุรกิจและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

[อ่าน 3,643]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved