GIT ติดอาวุธผู้ประกอบการ เปิดตัวแอปฯ 'กะรัต' - โครงการบ่มเพาะสร้างผู้ประกอบการใหม่
21 May 2020

 

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ติดอาวุธผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงวิกฤติโควิด-19 ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น 'กะรัต' เพื่อเป็นช่องทางให้คำปรึกษาและข้อมูลเชิงลึกผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อ สนับสนุนและเยียวยาผู้ประกอบการช่วงวิกฤติโควิด-19 พร้อมจับมือกับ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (CCI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

เปิดตัวโครงการอบรมบ่มเพาะเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ รับสมัคร 15 - 26 พ.ค.นี้ 400 คน

 

 

ดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยถึงการติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการฯ ว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด -19 ขณะที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งไทยยังเป็นผู้ส่งออกพลอยสีอันดับ 3 ของโลก ดังนั้น เพื่อปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมและธุรกิจ ประกอบกับสถาบันฯ มีนโยบายสร้างองค์ความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับให้ครอบคลุมทุกมิติกับผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในระดับสากล

 

สำหรับการติดอาวุธล่าสุดเป็นการพัฒนาโมบายล์แอฟพลิเคชั่น 'กะรัต' (Carat Application) ผ่านระบบ IOS และ Android เพื่อให้คำปรึกษาและข้อมูลเชิงลึกด้านอัญมณีและเครื่องประดับครบวงจรได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่สนใจ โดยสถาบันฯ ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งด้านการตรวจสอบอัญมณี การตรวจสอบโลหะมีค่า ด้านการตลาด นักออกแบบ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บทวิเคราะห์การนำเข้า/ส่งออก และให้บริการคำปรึกษาด้านเทคนิคนอกสถานที่ เพื่อให้คำปรึกษาด้านเทคนิคโดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือ และเพื่อเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ รองรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ อีกทั้งมีแผนจะเปิดให้บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับและการบริหารจัดการ อีกด้วยในอนาคต

 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการติดอาวุธเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งดวงกมลกล่าวเพิ่มเติมว่า

"ล่าสุด สถาบันฯ ได้ดำเนิน โครงการอบรมบ่มเพาะเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (CCI) โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ดำเนินธุรกิจไม่ถึง 3 ปีหรือผู้ที่สนใจเข้ามาดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ได้พบทางรอดธุรกิจในยุควิกฤติโควิดจากกูรูตัวจริงของวงการ โครงการนี้จะเป็นการอบรมออนไลน์ ซึ่งผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ฟรีระหว่างวันที่ 15 - 26 พฤษภาคม 2563 รับจำนวนจำกัด 400 คน"

 

โครงการนี้เป็นประโยชน์จริงๆ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา การจัดการอบรม ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือไม่ทางสถาบันฯ ก็จะต้องออกไปจัดที่ต่างจังหวัด แต่เนื่องจากปัจจุบันเราสามารถที่จะจัดการอบรมผ่านออนไลน์ได้ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก ไม่ต้องเดินทาง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายใหม่ ผู้ประกอบการรายเก่า ที่คิดว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนผู้สนใจเข้ามารับการอบรม เพื่อจะได้ก้าวข้ามปัญหา ซึ่งการอบรมครั้งนี้ จะมีการมอบวุฒิบัตรกับผู้เข้ารับการอบรมด้วย

 

 

ผศ.ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ รักษาการคณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (CCI) กล่าวว่า

"ความร่วมมือในโครงการดังกล่าว CCI เป็นผู้จัดทำเนื้อหาสาระบนออนไลน์ทั้งหมด รวมทั้งบนเวิร์คช็อปและเว็บบินาร์ (Webinar) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถถกประเด็นต่างๆ ได้ผ่านออนไลน์ พร้อมกันนี้ ก็จะมีการให้คำปรึกษาผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะฯ ผ่านแอปฯ กะรัตอีกด้วย ทั้งนี้ เนื้อหาของการอบรมเกี่ยวข้องกับสถานการณ์เครื่องประดับในยุคโควิทพบมุมมองธุรกิจ เทรนด์ นวัตกรรมในอนาคตฝั่งซีกโลกตะวันตกและตะวันออก, การดำเนินธุรกิจและการจัดการธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19, การลงทุนและสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้ในการค้ายุคดิจิทัล, หลักการตลาดและรูปแบบทางเลือกสำหรับยุคดิจิทัล สำหรับการเรียนการสอนในเบื้องต้นที่รับมา 400 คนนั้นจะมีการคัดเลือกให้เหลือ 200 คน เพื่อหา Business Model Canvas โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งจะมีการทบทวน Business Model Canvas อย่างเข้มข้นอีกครั้งให้เหลือ120 คนและคัดเลือกรอบสุดท้ายเพียง 10 คนในที่สุด"

 


 

อนึ่ง การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง Q1/2563 มีมูลค่า 5,442.28 ล้านเหรียญสหรัญ เพิ่มขึ้น 71.85% แต่ถ้าหักทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 1,563 ล้านดอลลาร์ ลดลง 20.18% เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ลุกลามไปกว่า 210 ประเทศทั่วโลก  

 

[อ่าน 2,509]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved