บทสรุป 5 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจาก ‘Squid Game’
15 Nov 2021

 

เชื่อว่าวินาทีนี้ใครๆ ย่อมรู้จัก ‘Squid Game’ ซีรีส์จากเกาหลีใต้ ที่เข้าฉายบน Netflix ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก วันนี้เราจึงมาสรุป 5 ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นจากซีรีส์เรื่องนี้กัน

 

1.ทุบสถิติผู้ชม 132 ล้านคน

นับตั้งแต่เปิดตัวในวันที่ 17 กันยายน Squid Game ได้รับความรักจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงบราซิล ฝรั่งเศส อินเดีย และตุรกี ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต  ‘Todays Top 10’ ใน 94 ประเทศ และในสหรัฐอเมริกา ติดอันดับ  ‘Todays Top 10’ เป็นเวลา 21 วันติดต่อกัน

ข้อมูลจาก Netflix เผยว่าผู้ชมประมาณ 132 ล้านคน ดู Squid Game อย่างน้อยสองนาทีใน 23 วันแรกเข้าฉาย กลายเป็นซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ Netflix เคยมีมา แถมทุกสถิติ Bridgerton ซีซั่น 1 ซึ่งเคยทำไว้ที่ 82 ล้านคนอีกด้วย

Netflix ประมาณการว่า 89% ดู Squid Game อย่างน้อย 75 นาที (มากกว่าหนึ่งตอน) และ 66% ของผู้ชมหรือ 87 ล้านคน ดูซีรีส์จบใน 23 วันแรก รวมๆ แล้วผู้คนใช้เวลามากกว่า 1.4 พันล้านชั่วโมงในชมซีรีส์ซึ่งผลิตโดย Siren Pictures

 

 

 

2.สร้าง Impact Value กว่า 3 หมื่นล้านบาท

Squid Game โดดเด่นทั้งในด้านความนิยมและต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงเอกสารภายในของ Netflix ที่ระบุว่า Squid Game สร้าง Impact Value มูลค่ากว่า 891.1 ล้านดอลลาร์ หรือ เกือบ 3 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน Squid Game มีค่าใช้จ่ายเพียง 21.4 ล้านดอลลาร์ในการผลิต หรือประมาณ 2.4 ล้านดอลลาร์ต่อตอน โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงสำหรับซีซั่นแรกเท่านั้น

กระนั้นทนายความที่เป็นตัวแทนของ Netflix ได้ออกมาตอบโต้ว่า ไม่สมควรที่ Bloomberg จะเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่เป็นความลับที่มีอยู่ในเอกสารที่ Bloomberg ได้เห็นข้อมูลไป และ Netflix ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัดเหล่านี้นอกบริษัท

กระนั้นก็มีรายงานว่า ความนิยมของ Squid Game ได้เข้ามาตอกย้ำพลัง Soft Power ที่เข้ามาผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ด้วย

Netflix ได้ออกธุรกิจของตัวเองในปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกาหลีใต้ว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ แม้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของเกาหลีมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับภาคการผลิต แต่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

มูลค่าการส่งออกความบันเทิงของเกาหลี ซึ่งรวมถึงสิ่งพิมพ์ เกม เพลง ภาพยนตร์ และรายการทีวี เพิ่มขึ้น 6.3% ในปีที่แล้ว คิดเป็นมีมูลค่ากว่า 1.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างรายได้ที่มากกว่าการส่งออกเครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องสำอางเสียอีก

 

 

            

3.หุ้น Netflix เพิ่มขึ้นเกือบ 7%

หุ้นของ Netflix พุ่งขึ้นเกือบ 7% นับตั้งแต่เปิดตัว Squid Game เมื่อวันที่ 17 กันยายน ซึ่งทำให้บริษัทมีมูลค่า 278.1 พันล้านดอลลาร์ ไม่เพียงแต่หุ้นของ Netflix แต่บริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็ได้รับอานิสงค์เช่นเดียวกัน โดยในวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา Bloomberg รายงานว่า Bucket Studio ซึ่งถือหุ้นในเอเจนซี่ที่เป็นตัวแทนของนักแสดงนำของ Squid Game อย่าง อีจองแจ ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 70% ในช่วงการซื้อขายในตลาดหุ้นทั้งสามช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมี Showbox Corp. ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกลงทุนใน Siren Pictures ซึ่งเป็นบริษัทผู้สร้าง Squid Game พุ่งขึ้นมากกว่า 50% ด้วยกัน

 

4.คนแห่เรียนภาษาเกาหลีพุ่ง

Reuters รายงานว่า สถาบันติวเตอร์พบความสนใจในการเรียนภาษาเกาหลีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดตัว Squid Game ซึ่งได้เข้ามา ตอกย้ำความหลงใหลในวัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ความบันเทิงไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม"

แอปภาษา Duolingo รายงานว่ามีผู้เรียนใหม่ในสหรัฐอเมริกาที่เรียนภาษาเกาหลีเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น มีผู้ใช้ชาวอังกฤษให้ความสนใจเพิ่มขึ้น 76%

แม้จะไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ 100% แต่ Duolingo เชื่อว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกถึงคลื่นของ "การศึกษาที่ได้แรงบันดาลใจจาก Squid Game" โดยภาษาเกาหลีเป็นภาษาที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสองของ Duolingo รองจากภาษาฮินดี

 

5.ยอดขายรองเท้า Vans Slip-On สีขาว เพิ่มขึ้น 7,800%

เครื่องแต่งกายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Squid Game ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเว็บไซต์เกี่ยวกับสนีกเกอร์ Sole Supplier รายงานว่า ยอดขายของรองเท้า Vans Slip-On สีขาว เพิ่มขึ้น 7,800% นับตั้งแต่ซีรีส์ฉายตอนแรกบน Netflix

นอกจากนี้ Lyst แพลตฟอร์มค้นหาสินค้าแฟชั่น ได้เผยถึงเผยข้อมูลการค้นหาไอเทมที่เกี่ยวข้อง ทั้งรองเท้าผ้าใบสีขาว เพิ่มขึ้น 145%, ชุดแทร็กสูทสีเขียวของผู้เล่นเกมก็เพิ่มขึ้น 97% และชุดหมีสีแดงเพิ่มขึ้น 62% เช่นกัน โดยคาดว่า เหล่าผู้ชมจะอยากได้ชุดเหล่านี้ไปแต่งคอสเพลย์ในวันฮาโลวีน

เหล่านี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจาก ‘Squid Game’ เท่านั้น แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า แม้จะเป็นเพียงซีรีส์แต่ก็สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจได้มากมาย

 


บทความจาก MarketPlus Magazine Issue 140 บนร้านซีเอ็ด และนายอินทร์ ทั่วประเทศ


 

[อ่าน 1,609]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OLAY (โอเลย์ ) ออกแบบฝาใหม่สำหรับคนพิการ
ผ้าเช็ดรอยราคา 690 บาท ‘จอมขโมยซีน’ ของ Apple
Decathlon เปลี่ยนสัญลักษณ์ 'วีลแชร์' เป็น 'ไอคอนของคนที่เปี่ยมความสามารถ'
Facebook รีแบรนด์สู่ Meta มุ่งหน้าสู่โลกอนาคต Metaverse
ส่องเทรนด์การลงทุน : คว้าโอกาสการลงทุนในสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจของเศรษฐกิจโลก
อาลีบาบากรุ๊ป เปิดมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 เน้นธีมความยั่งยืนและให้คนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved