ผ้าเช็ดรอยราคา 690 บาท ‘จอมขโมยซีน’ ของ Apple
15 Nov 2021

 

19 ตุลาคม 2021 นับเป็นวันหนึ่งที่สาวก MacBook Pro ต่างรอคอย เพราะเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของคอมพิวเตอร์แล็ป ท็อปเครื่องนี้ที่มาพร้อมกับขุมพลังอย่างชิป M1 Pro และ M1 Max ที่ออกแบบโดย Apple และถือเป็นการสิ้นสุดการใช้ชิป Intel ใน MacBook ทุกรุ่น

 

งานในวันนั้น Apple ยังได้เปิดตัวหูฟังไร้สาย AirPod ด้วยดีไซน์ใหม่แบบโค้งมน พร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นทำให้สามารถฟังได้นานถึง 6 ชั่วโมงและฟังได้นานถึง 30 ชั่วโมงด้วยเคสชาร์จที่ใช้งานสะดวก

 

นอกจากนี้ยังมี HomePod mini ที่มาใน 3 สีสันสุดสวยอย่างสีเหลือง สีส้ม และสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เพิ่มจากสีเดิมอย่าง สีขาวและสีเทาสเปซเกรย์

 

กระนั้นการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple ที่แตกต่างและไม่เคยมีใครพูดถึงนั้นได้รับความสนใจอย่างมากจนกลายสินค้าที่ต้องรอคอยนานถึง 2 เดือน ซึ่งสำหรับลูกค้าในอเมริกาวันจัดส่งที่เร็วที่สุดคือวันที่ 11 มกราคม 2022 เป็นอย่างน้อย

 

ซึ่งเจ้าสินค้าที่ว่านั้นคือ ผ้าขนาด 6.3 x 6.3 นิ้ว ที่มีไว้สำหรับเช็ดรอยเปื้อน และรอยนิ้วมือออกจากหน้าจอในราคา 19 ดอลลาร์สหรัฐ หรือวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคา 690 บาท

 

ทำด้วย ‘วัสดุที่อ่อนนุ่มและไม่กัดกร่อน

ผ้าที่มีตราสัญลักษณ์ Apple อยู่ที่มุม ผืนนี้ทำมาจาก‘วัสดุที่อ่อนนุ่มและไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน’ จึงใช้ทำความสะอาดหน้าจอของ iPhone, iPads และ MacBooks รวมถึงกระจก Nano-texture ได้อย่าง ‘ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ’

 

การเรียกเก็บเงิน 19 ดอลลาร์สำหรับผ้าชิ้นหนึ่งที่มีขนาดเท่ากับธนบัตรสองใบซ้อนกันนั้นมีความกล้า แม้จะเป็นมาตรฐานของ Apple ซึ่งเป็นบริษัทที่มีลูกค้าประจำจำนวนมากต้องเผชิญกับราคาที่สูงขึ้นมากขึ้นก็ตาม

 

ในทางเทคนิคแล้วผ้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนหน้านี้ Apple ได้ให้บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อจอภาพระดับไฮเอนด์ Pro Display XDR ที่มีราคา 5,999 ดอลลาร์ หรือเกือบ 200,000 บาท

 

จอดังกล่าวมีกระจกชนิดพิเศษที่ช่วยลดแสงสะท้อน แต่อาจเกิดรอยขีดข่วนได้หากเช็ดด้วยผ้าธรรมดา Apple กล่าวว่าได้ออกแบบผ้าของตัวเองสำหรับจอชนิดนี้และตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แยกต่างหากเมื่อลูกค้าบางคนขอซื้อเป็นอุปกรณ์เสริม

 

แม้จะมาพร้อมกับราคาที่ดูไม่สมเหตุผลสมสำหรับบางคนที่อาจมองว่า สูงเกิดไปสำหรับผ้าเช็ดรอย 1 ผืน แต่เจ้าหน้าที่ของ Apple ที่ไม่ได้เปิดเผยตัว กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า Apple ไม่แปลกใจกับความต้องการผ้าเช็ดรอย

 

 

ทำกำไรได้สูงสุด

เมื่อเทียบกับสินค้าที่คล้ายคลึงกันอย่าง MagicFiber แบรนด์ผ้าไมโครไฟเบอร์ยอดนิยมที่ใช้เส้นใย Ultrafine ในการทำความสะอาดกระจกโดยไม่ทำให้พื้นผิวเป็นรอย ซึ่งวางขายชุดละ 6 ชิ้นด้วยราคา 9 ดอลลาร์สหรัฐ 300 บาทใน Amazon.com ทำให้รายงานจาก Bloomberg ชี้ว่า ผ้าเช็ดรอยที่ตีตาม Apple กำลังขึ้นแท่นเป็นสินค้าที่ทำ ‘กำไรได้สูงสุด’ ชิ้นใหม่

ที่ผ่านมา Apple มีประวัติในการผลักดันขอบเขตราคาด้วยผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เสริม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ iPhone ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่สามารถตั้งราคาได้เกิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 33,000 บาท และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา iPhone ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น พร้อมกับลากจูงอุตสาหกรรมมือถือที่เหลือให้มีราคาขึ้นมาด้วย 

 

อีกตัวอย่างคือในปี 2019 กับการเปิดตัว Mac Pro ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพด้าน CPU ในระดับสุดยอด แต่ก็ต้องแลกมากับราคามหาโหด ซึ่งหากเลือกซื้อในสเปกสูงสุดต้องจ่าย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านบาท

 

ซึ่งหากอยากได้ประสบการณ์ที่ครบครันจะต้องจ่ายเงินอีก 5,999 ดอลลาร์ สำหรับหน้าจอ Pro Display XDR ซึ่ง (ในเวลานั้น Apple เคลมว่า)  ‘เป็นจอภาพระดับโปรที่ดีที่สุดในโลก’ แต่ยังไม่หมดเท่านั้นจอดังกล่าวยังมาพร้อมกับขาตั้งจอ Pro Stand ซึ่งวางขายใน 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30,000 บาทอีกด้วย

 

และล่าสุดอย่าง MacBook Pro ที่หากใครเลือกหน้าจอขนาดใหญ่ 16 นิ้วและจัดเต็มด้วยชิป M1 Max ที่ Apple เคลมว่า เป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดในโลกสำหรับโน้ตบุ๊กระดับโปร CPU แบบ 10-core อันทรงพลังไม่ต่างจาก M1 Pro แต่มี GPU มากขึ้นอีกสองเท่าเป็นสูงสุด 32 คอร์ จึงมีประสิทธิภาพ GPU เร็วกว่าชิป M1 สูงสุด 4 เท่า คุณจะต้องจ่ายด้วยราคากว่า 6,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 200,000 บาทเลยทีเดียว

 

ไม่ได้ผลเสมอไป

 

อย่างไรก็ตามการกำหนดราคาที่สูงขึ้นของ Apple ก็ไม่ได้ผลเสมอไป ในปี 2015 ได้เปิดตัว Apple Watch Edition ในราคา 17,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 565,000 บาท ซึ่งพร้อมตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต แต่ปรากฏว่า ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับเทคโนโลยีที่จะล้าสมัยอย่างรวดเร็ว

 

ดังนั้นในเวลาต่อมา Apple ได้สร้างสมดุลระหว่างความหรูหราและการใช้งานได้จริงกับนาฬิกา โดยเปลี่ยนจากตัวเรือนมาเป็นสายนาฬิกาแทน อย่างเช่น Hermès Fauve

 


บทความจาก MarketPlus Magazine Issue 140 บนร้านซีเอ็ด และนายอินทร์ ทั่วประเทศ


 

[อ่าน 1,416]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OLAY (โอเลย์ ) ออกแบบฝาใหม่สำหรับคนพิการ
บทสรุป 5 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจาก ‘Squid Game’
Decathlon เปลี่ยนสัญลักษณ์ 'วีลแชร์' เป็น 'ไอคอนของคนที่เปี่ยมความสามารถ'
Facebook รีแบรนด์สู่ Meta มุ่งหน้าสู่โลกอนาคต Metaverse
ส่องเทรนด์การลงทุน : คว้าโอกาสการลงทุนในสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจของเศรษฐกิจโลก
อาลีบาบากรุ๊ป เปิดมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 เน้นธีมความยั่งยืนและให้คนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved